หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > กรณีสรยุทธฯ เลขาฯ ก.ล.ต. “เสือก” อะไรด้วย!?
หัวข้อ : กรณีสรยุทธฯ เลขาฯ ก.ล.ต. “เสือก” อะไรด้วย!? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

กรณีสรยุทธฯ เลขาฯ ก.ล.ต. “เสือก” อะไรด้วย!?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรคนดัง คือ สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาแล้วรวม 3 คอลัมน์ด้วยกันคือ 
       
1. “สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 1) (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=391
        2.“สรยุทธ” อย่ากลัว...สู้กับพวกแม่งงงง!!! (ตอนที่ 2) (
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=392)
        3.Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2)
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=396)  

        ถ้าท่านผู้อ่านต้องการเข้าใจ ให้ทะลุปรุโปร่งว่า 
        ทำไมผมออกมาเถียงแทนสรุยทธฯ ทั้งๆที่ไม่รู้จักมักจี่ ไม่เคยเกี่ยวข้องกัน ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม
        แล้วไปช่วยปกป้อง คนดังอย่างสรยุทธฯ ทำไมกัน!?
        ต้องขอให้ท่านอ่านบทความ ที่ผมอ้างข้างต้นให้ครบถ้วนแล้วจะเข้าใจที่ผมเห็นว่า

        การ “รุมกระทืบ” สรยุทธฯ เป็นเรื่องไม่เป็นธรรม เพราะสมาคมสื่อต่างๆ ไม่กล้าใช้มาตรการเดียวกันกับเจ้าของสื่อที่มีอิทธิพล ซึ่งกระทำความผิดจนถึงขั้นศาลตัดสินจำคุกแล้วเป็นเวลานานหลายสิบปี เพียงแต่คดียังไม่ไปสิ้นสุดที่ศาลฎีกาเท่านั้น แต่สื่อที่ตาดำไม่มี มีแต่ตาขาวอยู่ในลุกกะตา พากันอ้างหน้าเฉยตาเฉยว่า 
        ที่ไม่พูดถึงอ้างว่าคดีไม่ถึงที่สุด ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ...ว่าเข้านั่น 
        แต่...

        กรณีสรยุทธฯ นั้น พนักงานอัยการยังไม่ได้คดีต่อศาลฟ้องเสียด้วยซ้ำไป แต่กลับมีการรุมกระทืบกัน อย่างน่าเกลียดน่าชัง ซึ่งเข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากเป็นเพราะความอิจฉาตาร้อน ที่ไอ้พวกหารับประทานทางด้านสื่อ เพียงแต่
        ไม่เด่นไม่ดัง...เท่าสรยุทธฯ แค่นั้นเองจริงๆ
        บรรดาผู้ที่ไปตั้งเวที วิพากษ์วิจารณ์ หลังลายพร้อยด้วยกัน ไม่ว่าเป็น นังเสรี กะเทยทมิฬปลิ้นปลอก หรือ ด๊อกเตอร์หัวหยิก สมเกียรติฯ ที่มีข้อกล่าวหาเรื่องการคอรัปชั่นเวลาราชการ ติดตูดมาก่อนที่ตัวเองออกจากราชการ เป็นต้น

        ในฐานะที่ผู้เขียนเอง ได้สั่งสมทักษะและประสบการณ์ เกี่ยวกับการสอบสวนคดีทุจริต มาอย่างยาวนานกว่าทศวรรษ รวมทั้งรู้ดีถึงความไร้ประสิทธิภาพ ขององค์กรอย่าง ป.ป.ช. ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ ของบ้านนี้เมืองนี้  เป็นอย่างดี 
        จึงแสดงความไม่เห็นด้วย กับการ “รุมกระทืบ” สรยุทธ์ฯในครั้งนี้ เพราะต้องการเห็นมาตรฐานเดียวกัน ในกรณีที่คนในแวดวงสื่อถูกกล่าวหาในคดีอาญา 
        ผมให้ความเห็นด้วยว่า
        หลักฐานทางคดีที่เบาโหวงเหวง อัยการน่าจะสั่งไม่ฟ้องสรยุทธฯ เสียด้วยซ้ำ เพราะความระยำทั้งหลายทั้งปวงนั้น ต้นเค้ามาจาก “องค์กรอัปรีย์” อย่าง อ.ส.ม.ท. นั่นแหละ  
        หากท่านได้อ่านบทความของผม ครบถ้วนแล้ว เชื่อว่าน่าจะสร้างความกระจ่าง ให้กับท่านได้เป็นแน่แท้!!

        สำหรับสัปดาห์ที่เพิ่งผ่านไป ผมทิ้งท้ายไว้ในคอลัมน์ Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2) ว่า 
        นอกจากไอ้พวกอีแอบใน อ.ส.ม.ท. ที่แอบหยิก แอบกัดสรยุทธฯมาโดยตลอดแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า ดันมีองค์กรอย่าง “คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)” ออกมา “เสือก” กับเขาด้วย 
        เรื่องราวมันมีที่มาที่ไป อย่างนี้ครับ..

        มื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน  2555 นาย วรพล โสคติยานุรักษ์เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)ได้ทำหนังสือเวียน ถึงผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน และสมาคมที่เกี่ยวเนื่อง ในตลาดทุนทุกแห่ง ว่า
        ให้ใช้ความระมัดระวัง ในการทำธุรกิจกับบุคคลใด ที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศไทย
        ว่าเข้านั่น!

        หนังสือเวียนฉบับของนายวรพลฯ ได้หยิบยกกรณี คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิดบริษัทไร่ส้ม จำกัด และนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ฐานสนับสนุนพนักงานกระทำความผิด 
        ในหนังสือฉบับดังกล่าว นายวรพลฯยังได้อ้างถึง สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่ในการกำกับดูแลจริยธรรมของสื่อมวลชน ได้มีแถลงการณ์สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เรื่อง พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสื่อมวลชน กรณีบริษัท ไร่ส้ม โดยนายวรพลฯ อธิบายความ ในคำแถลงว่า 
        พฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหา แม้จะยังไม่มีบทสรุปทางกฎหมาย แต่ในแง่การประกอบวิชาชีพนับว่าไม่เหมาะสม มีการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดจรรยาบรรณแล้ว
        สรุป เป็นภาษาคน ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ

        นายวรพลฯ ตัดสินสรยุทธฯเสร็จสรรพ แถมยังชักชวนไม่ให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ให้ทำมาหากินกับสรยุทธ์ฯ และบริษัทของเขา นั่นเอง!
        ดู...มันทำ!

        อยากร้องถามไปว่า ไอ้เลขาธิการคณะกรรมการ ก.ล.ต. อย่างนายวรพลฯ ว่า 
        เอ็งวิเศษวิเสโส มาจากไหนกัน หรือรับบัญชาใครมา ถึงได้ออกมา ร้องแรกแหกกระเชอกันได้ถึงเพียงนี้?
        มันรังแกกันนี่หว่า!!

content/picdata/397/data/photo9_03.jpg

        ขอบอกให้ไอ้นายวรพลฯ รู้ซะด้วยว่า ไอ้องค์กร ก.ล.ต. ของเอ็งน่ะ มันไม่ใช่ว่าจะดีเด่อะไรนักหนาเลย ดูอย่างคนที่เป็นประธาน ก.ล.ต. ที่ผ่านมาไม่นาน อย่างนาย วิจิตร สุพินิจ ได้สร้างความมัวหมอง อื้อฉาว ให้กับองค์กรตัวเอง โดยมีกรณีถูกกล่าวหาโดยคนในองค์กร ว่า
        ทำตัวเป็นนายหน้า พาคนไปขอตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทใหญ่ของเอกชน จนพนักงาน ก.ล.ต.ทนไม่ไหว ต้องนัดกันแต่ง “ชุดดำ” ออกมาขับไล่ ทำให้นายวิจิตรฯ ตกอกตกใจ หวาดกลัวขนาดหนัก จนต้องลาออกจากตำแหน่งไป 
        นอกจากนั้น

        คนที่เคยอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน กับที่นายวรพลฯนั่งเก้าอี้ตัวเก่าของเขา โก้อยู่ในวันนี้ คือ ตำแหน่ง...
        “เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์”
        ยังเคยมีกรณีถูกกล่าวหา ในคดีอาญา ว่า

        “เป็นเจ้าพนักงานองค์การของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, ล่วงรู้กิจการของตลาดแหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ อันเป็นกิจการที่ตามปกติวิสัย จะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย แล้วนำไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่น, ล่วงรู้กิจการอันพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผยชองธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากอำนาจหน้าที่ของตน แล้วนำไปเปิดเผยต่อบุคคลอื่นทราบ”  
        ข้อหา...ยาวเหยียด ดีไหมครับ?

        ถ้านายวรพลฯ ยังไม่รู้ว่า คดีนี้มีต้นสายปลายเหตุมาอย่างไร ลองไปถาม นายวิจิตร สุพินิจ อดีตผู้ว่าแบงก์ชาติ หรือ นายเสรี จินตกานนท์ อดีตผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป็น “ผู้กล่าวหาร่วม” ในคดีนี้ เพื่อเป็นความรู้ดู จะได้รู้ว่า

        แม้แต่ห้องทำงานของ “เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์” หรือคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆก็ไม่ได้ปลอดภัย เพราะในอดีต เคยถูก “ดักฟัง” และมีการนำผลการดักฟัง มาใช้ยืนยันการกระทำผิด อย่างที่เลขาธิการคนที่ผมว่า โดนมาแล้ว และที่สำคัญคือ

        เป็นการ “ดักฟัง” โดยฝีมือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพราะเป็นการกระทำโดย “สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ” เสียด้วย!!

        (ข้อความนี้ รับรองว่า ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อนเลย อาจ “ช็อค” ผู้คนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ถ้าใครไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ให้ลองไปถาม นายภุมรัตน์ ทักษาดิพงษ์ อดีตผู้อำนวยการ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ ซึ่งเป็น “พยาน”ในคดีนี้ด้วย และยังมีชีวิตอยู่ แถมยังลอยหน้าลอยตา เขียนคอลัมน์ประจำ อยู่ในหนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูดาย” ดูเอง แล้วจะรู้ว่า
        ...ผมพูดจริง!)

        ดังนั้น การที่นายวรพลฯ จะไปสื่อสารด้วยการพูดจา หรือจงใจออกหนังสือประจานสรยุทธฯ ไปทั่วบ้านทั่วเมือง อย่างที่ได้กระทำไปแล้ว หรือใช้วิธีอื่นใดกับบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนในวงการหนังสือพิมพ์ หรือสื่ออื่นๆ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับสรยุทธฯ ย่อมไม่มีทางที่จะรอดพ้นสายตาผู้คน หรือฝ่ายข่าวกรองของทางการไปได้ ทั้งยังต้องจำให้มั่นด้วยว่า

        ต่อจากนี้ไป นายวรพลฯ ที่ “เพาะศัตรู” ขึ้นมาด้วยตัวเองในครั้งนี้ ไม่พ้นที่จะต้อง “ถูกเฝ้ามอง” ในระดับ “เข้มข้น” เช่นกัน!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        การกระทำของนายวรพลฯครั้งนี้ คงไม่มีอะไรมากนัก เพราะตัวเองเพิ่งมารับตำแหน่งไม่นาน ไม่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้คน ผมจึงคาดว่า
        เจ้าตัวน่าจะเป็นการกระทำการนี้ไป เพียงเพื่อ การประชาสัมพันธ์ตัวเอง ด้วยวิธีการจะเอาใจกลุ่มผู้สื่อข่าว หรือคนของสมาคมที่ทำมาหากินกับข่าว เท่านั้นเอง 
        นายวรพลฯ เอง ได้กระทำไป ทั้งๆที่รู้ดีอยู่ว่า 
        สรยุทธฯและบริษัทของเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์เลยแม้แต่น้อย!

        ฉะนั้น จึงเป็นการกระทำที่ “ไม่ฉลาด” อย่างยิ่ง ของ นายวรพลฯ ซึ่งอาจทำให้คนอื่น มองไปได้อีกว่า 
        คงเป็นเพราะความ “เขลา” ประกอบกับการขาดการประเมินสถานการณ์โดยรอบ ของนายวรพลฯ เอง จึงได้ตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มปรปักษ์สรยุทธฯ ที่มุ่งโจมตี ทั้งตัวพิธีกรยอดนิยมและโทรทัศน์เรตติ้งสูงสุดอย่าง ช่อง 3 ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนถูกต้อง ในตลาดหลักทรัพย์อีกด้วย ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใต ว่า 
        โทรทัศน์ ช่อง 3 นั้น เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำที่
นายวรพลฯ ยกมาอ้างเลยแม้แต่น้อย เพราะหากจะมีผู้กระทำความผิดที่เป็นตัวการ นั้น
        เชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า...อยู่ใน อ.ส.ม.ท.โน่น!!!

        มื่อไม่ต้นสัปดาห์นี้เอง สรยุทธฯ ได้ยื่นฟ้องร้ององค์กร
ไวตะเลนอย่าง อ.ส.ม.ท. ต่อศาลปกครองแล้ว ส่วนเรื่องราวจะพลิกผันเป็นอย่างไรนั้น ต้องตามดูกัน แต่หากผมเป็น ผอ.ช่อง 3 จะทำเรื่องร้องเรียน คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ขอให้พิจารณาสอบสวนทวนการกระทำครั้งนี้ ว่า 
        ไอ้นายวรพลฯ มี “เจตนาแฝง” เพื่อ “ทำร้ายและทำลายธุรกิจ” ของช่อง 3 ซึ่งเป็นธุรกิจที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ใช่หรือไม่!?
        จะขอดูหน่อยว่า ไอ้หอกนี่...มันจะแก้ตัวอย่างไร!!?

        ยิ่งไปกว่านั้น การกระทำของนายวรพลฯ ในครั้งนี้ คงจะทำให้บริษัทอื่นๆ เช่น บริษัทปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย หรือ ป.ต.ท. ต้อง “สะดุ้ง” สุดตัว เพราะจดหมายของนายวรพลฯ มีถึงบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ นั้น 
        เป็นการ “เรียกแขก” โดยแท้!

        ทั้งนี้ เพราะ ป.ต.ท.เอง ยังอยู่ระหว่าง “ถูกกล่าวหา” จากกลุ่มพันธมิตรว่า 
        มีพฤติกรรมคอรัปชั่น เอาเปรียบประชาชน ในการขายหุ้น โดยมีธนาคารอย่างไทยพาณิชย์ ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกันกระทำความผิดด้วย! 
        ร้ายแรงยิ่งกว่ากรณีสรยุทธฯ หลายร้อยหลายพันเท่านัก!!

        เอาแค่คดีที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พึ่งอำนาจศาล ในการทวงคืนท่อก๊าซฯ จาก ป.ต.ท. ได้สร้างปัญหาให้กับทางบริษัทพลังงานแห่งนี้เป็นอย่างมากแล้ว โดยเฉพาะในเรื่องธรรมาภิบาลของบริษัท ซึ่งองค์กรเอกชนแห่งนี้ มีความมุ่งมั่นที่จะดำรงการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักต่อเนื่อง แบบไม่มีวันยอมเลิกรา 
        ใช่แต่แค่นั้นนะ…
        ก่อนหน้านั้น ยังมีคดีอื่นที่ทนายความฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มะรุมมะตุ้มฟ้อง ป.ต.ท. คดีค้างอยู่ในศาล อีกเป็นพะเรอเกวียน
        ความวัวยังไม่ทันหาย ความ “เหี้ย” เรื่องจดหมายเวียนของนายวรพลฯ ดันเข้ามาแทรก เพื่อ “ก่อเรื่องใหม่” อีกแล้ว!

        มเชื่อว่า เพราะ “จดหมายเวียน-กาลี” ของนายวรพลฯฉบับนี้เอง จะเป็นการจุดชนวนการ “รุกใหญ่” ของกลุ่มพันธมิตร โดยจะมีการบีบคั้นนายวรพลฯ ให้ทำ “โซเชียลแซงชั่น” กับ บริษัท ป.ต.ท. ที่มีมาเก็ตแคป ใหญ่ที่สุดในตลาดทรัพย์ โดยอ้างแบบอย่างเดียวกัน กับที่นายวรพลฯ กระทำต่อสรยุทธฯ และบริษัทไร่ส้ม อย่างอยุติธรรม ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นบริษัทซึ่งอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ด้วยซ้ำ แต่
        นายวรพลฯ ยังเสือกตามไป “เหยียบ” สรยุทธฯ!

        ดังนั้น จึงไม่น่าแปลกใจเลย หากฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะต้องเดินหน้า บีบไข่ดันนายวรพลฯ ให้ต้องหันกลับไปไล่ “กระทืบ”  ป.ต.ท. ซึ่งบริษัทสำคัญ ในตลาดหลักทรัพย์ด้วย ที่โดนกล่าวหาว่า
        ขาดธรรมภิบาล อย่างร้ายแรงด้วย!
        ผมมีอีกหลายประเด็น ที่ยังไม่อยากพูดถึงในตอนนี้ ขอขยักเก็บไว้ก่อน 
        จะรอ “ถล่ม” กันให้ “จั๋งหนับ” กันอีกรอบ!

        ในเรื่องส่วนตัวของนายวรพลฯ ที่เข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ได้นั้น คนในตลาดหลักทรัพย์รู้กันดีว่า เขาผู้นี้ ไม่ใช่คนเก่งกาจอะไรเลย หากเป็นเพียงเพราะ...
        ได้รับการสนับสนุน จากกลุ่ม “จัสมิน” ซึ่งเป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์และพรรคเพื่อไทย ให้เข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการ ก.ล.ต.  
        ทั้งๆที่มี “ตัวเลือก” อื่นที่ดีกว่า!
        ทั้งนี้ ผู้คนเขาเห็นว่า คนที่มีความสามารถเหนือกว่านายวรพลฯ มีอยู่ให้เห็นกันอยู่ชัดๆ และรู้กันทั่วทั้งตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็น นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการ ก.ล.ต. หรือบุคคลอื่น ที่มีความรู้ความสามารถในการทำงาน และมีความรู้ความเข้าใจ ในด้านตลาดเงินตลาดทุนเป็นอย่างดี

        ผมจึงมีความเห็นโดยสรุป ว่า 
        การกระทำของนายวรพลฯครั้งนี้ น่าจะถูกกลุ่มสื่อฝ่ายตรงข้าม “ยืมมือ” เพื่อกดดันสรยุทธฯ และบริษัทไร่ส้ม ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของตนแต่อย่างใด เพราะไม่ใช่บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ นั้น
        เป็นการกระทำเกินอำนาจหน้าที่แห่งตน และไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง!
        อีกทั้งยังเป็นการนำตลาดหลักทรัพย์ เข้ามาสู่วังวนแห่งความขัดแย้งโดยแท้!!

        ส่วนบริษัท ป.ต.ท. และบริษัทอื่นๆ ที่อาจต้องได้รับความเดือดร้อน จากการ “เรียกแขก” ของ นายวรพลฯ ครั้งนี้ พวกเขาคงอยากเฉ่งปี๋อีตาคนนี้ ด้วยการตั้งคำถาม ด้วยความโกรธเคืองขนาดหนัก ว่า

        “ไปเสือกอะไรกับ ‘สรยุทธฯ’ เขา ไม่ใช่หน้าที่อะไรของมึงเลย พวกกูจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย...

        ...‘ชักศึก’ เข้าบ้านแท้ๆนะ...ไอ้เวร!!!?”   

..................

ท้ายบท ไม่เกี่ยวกับคอลัมน์หลัก แต่จะออกความเห็นเรื่อง ไอ้นาย “บุญเลิศ” ใช้สนามม้าราชตฤณมัย ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการแข่งม้า เป็นที่ชุมนุมทางการเมือง ปลุกปั่น ยุยงผู้คน ให้ออกมาชุมนุม โดยมีวัตถุประสงค์ให้เกิดการปฏิวัติ รัฐประหาร โค่นล้มรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของนายกฯปู และเจ้าหน้าที่บ้านเมือง คือพนักงานสอบสวนกองปราบปราม กำลังเรียกตัวมาดำเนินคดี ฐานยุยงให้เกิดการ “กบฏ” นั้น
        ไอ้บุญเลิศฯ มันได้ใช้สนามราชตฤณมัย เป็นสถานที่ประชุม ตระเตรียมงานเพื่อการการชุมนุมทางการเมือง นั้น
        “วาทตะวัน” มีความเห็นว่า

        การที่ไอ้ “บุญเลิศ” มันนำสนามม้าราชตฤณมัย ที่มีไว้เพื่อวัตถุประสงค์ของการพนันม้าแข่ง ไปใช้โดยผิดวัตถุประสงค์ และยังมีรายงานข่าวว่า 
        จะใช้สนามม้าราชตฤณมัย เป็นฐานส่งกำลังบำรุงของผู้ชุมนุม ระหว่างการชุมนุม ซึ่งอาจทำให้ผู้คนหรือแฟนอาชาที่เข้าไปเล่นม้า ไม่ปลอดภัย หรือตกอยู่เสี่ยง อีกทั้งทำให้ยากแก่การรักษาความสงบเรียบร้อย ในระหว่างการชุมนุม

        จึงเห็นควรให้พนักงานเจ้าหน้าที่ “งดการออกใบอนุญาตแข่งม้า” สำหรับสนามราชตฤณมัยสมาคม เป็นเวลา 3 เดือน นับแต่บัดนี้ เพื่อไม่ให้เป็นที่ซ่องสุมกำลัง ของกลุ่มกบฏ ที่มุ่งจะล้มล้มล้างรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป
        ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การพนันแข่งม้า ต้องระงับไป ในสัปดาห์ที่ห้ามการแข่งม้าที่สนามราชตฤณมัย นั้น 
        หากสมาคมเกี่ยวกับการแข่งม้า จะขอย้ายไปจัดที่ “สนามราชกรีฑา” 
        ให้เจ้าพนักงาน พิจารณาออกใบอนุญาตให้ทันที!

        คนมันคิดจะก่อการกบฏ หรือยุยงให้ผู้คนเป็นกบฎ ดึงประเทศถอยหลังไปแช่เย็น

        เล่นกับมันแรงๆบ้าง...ไม่มีใครว่าอะไรหรอกครับ!!!

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่แล้ว  Social sanction กับ อ.ส.ม.ท. (แดนสนธยาภาค 2) มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
เขียนได้แนบเนียนข้อมูลแน่นทุกเรื่องทุกมิติไม่อ่านก็ไม่ได้เหมือนขาดอาหารเสริม แค่ผมจะฟ้องเรืยกค่าเสียหายกับอาจารย์วาทต่อศาลรัฐธรรมนูญมาตรา 86 แห่ง รธน.ประเทศไทย ด้วยข้อกล่าวหาว่าบทความของอาจารย์เป็นเหตุทำให้การพักผ่อน(เขานอนกับภรรยาที่บ้าน) ไม่เป็นไปมปกติเนื่องจากต้องอดนอนเพื่อรออ่านบทความของท่านอาจารย์ในคืนวันศุกร์ เพราะไม่รู้ว่าอาจารย์จะ upload ตอนเวลาไหนแน่ ครั้นจะรออ่านตอนเช้าเหมือนวันก็เกรงว่าจะไม่ทันสมัน และทันกาล และที่สำคัญเกรงว่าคนอื่นจะแย่งความรู้รงนี้ไปหมดเสียก่อน ด้วยเหตุนี้จึงต้องนำความเสียหายที่เกิดกับผมและที่บ้านมาฟ้องศาล เพื่อมีคำวินิจฉัยสั่งให้อาจารย์เขียนเรื่อที่มันไม่เข้าท่าและเป็นเรื่องไม่จริง เพื่อให้ผมจะได้ไม่ต้องติดตามอ่าน ต่อไป ควรมิควรแล้ว.... และขอให้อาจารย์มีสุขภาพแข็งแรงอู่เพื่อเขียนบทความดี ๆ ต่อไป
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.51.239.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
เกือบลืมชื่อ "แดนสนธยา" ไปแล้ว องค์กรที่ไม่ปรับปรุงตัวอย่างนี้ น่าจะมีคนตรวจสอบกันบ้าง อย่างน้อยตรวจเงินแผ่นดิน ลองเข้าไปดูสักนิด
โดยคุณ แดนมืด  180.180.167.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ชอบการวิพากษ์วิจารณ์แบบ "ปอกเปลือก" อย่างนี้ เพราะคนที่รู้จริงอย่างท่านวาดมีน้อย ที่มีความสามารถในการเขียนอะไรออกไปแล้ว คนจะโต้เถียงได้ยาก เพราะข้อมูลแน่น
โดยคุณ ไม่ชอบสื่อกะโหลกกะลา ที่ขี้โกงเอาเปรียบประชาชน  101.109.213.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ กรณีสรยุทธฯ แล้ว ก.ล.ต. “เสือก” อะไรด้วย!? ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 17 พฤศจิกายน 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER