หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!”
หัวข้อ : “เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        บ้านเมืองของเรานั้น แต่โบราณไม่มีระบบกองทัพซึ่งมีทหารประจำการ เพิ่งจะมามีเมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีกองทัพประจำการตามแบบยุโรป โดยทรงจ้างฝรังมาจัดรูปแบบกองทัพ และฝึกฝนทหารตามแบบกองทัพของนานาอารยะประเทศ       
        ชายไทยแต่โบราณนั้น ต้องเป็นทหารทุกคน (“ทหาร” แปลว่า คนหนุ่ม) บ้านเมืองมีศึกสงครามเมื่อใด บรรพบุรุษของเราต่างพากันถืออาวุธประจำกายของตน ไปเข้าร่วมกับทางราชการแล้วจัดเป็นกองทัพขึ้น พอฝึกฝนได้ที่แล้ว ผู้นำก็พาเดินทัพออกไปประจันหน้ากับทัพศัตรูผู้รุกราน 
        ชาวบ้านอย่างเราๆท่านๆ นี่แหละครับ ที่เข้าประจัญบานกับข้าศึกศัตรู 
        อย่างองอาจ กล้าหาญ!       
        ด้วยสำนึกของความเป็นคนไทย ทำป้องกันผืนแผ่นดิน อันเป็นมาตุภูมิที่รักยิ่งของพวกเรา!!

        ครั้นการศึกสงครามเสร็จสิ้นลง กองทัพก็สลายตัว ชายไทยที่รอดจากสงคราม ต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน ไปทำมาหากินตามประสาพลเมืองที่ดี และมีชีวิตอยู่เป็นปกติสุข ในสังคมของตน 
        บ้านเมืองเราเป็นอย่างนี้มาโดยตลอด เพราะคนไทยแต่โบราณนั้น       
        มีความ ‘สำนึกในหน้าที่’ แห่งตน!       
        เมื่อพูดถึงความสำนึกในหน้าที่ มันเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องปลูกฝังให้กับเยาวชนคนของชาติ ให้รู้จักว่า การเป็นทหารนั้น เป็นหน้าที่ของชายทุกคน และเป็น...
        หน้าที่พลเมืองไทย!

        ายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือ ที่ผมเรียกแกว่า “นายมาร์ค หัวปลอก” จนมีผู้คนเรียกตามกันมากมาย มีเรื่องราวดังขึ้นมาตอนนี้ เพราะถูกทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม “ถอดยศ”ทหาร ซึ่งเจ้าตัวแก้เกี้ยวด้วยการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง แต่ผู้คนส่วนใหญ่นั้น เขาเชื่อหลักฐานของทางราชการทหารว่า 
        อีตามารค์ หัวปลอก…“หนีทหาร”

        เรื่องการ “หนีทหาร” ของนายมาร์ค หัวปลอก เป็นที่พูดจาล้อเลียนกันสนุกสนาน เพราะแกอยากเป็นผู้นำ แต่ไม่มีความ ‘สำนึกในหน้าที่’ แห่งตน ดันไปมีเรื่องหลบเลี่ยงการเป็นทหาร ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่...
        น่ารังเกียจมาก!

content/picdata/401/data/photo9_09.jpg

        มิสเตอร์หัวปลอกสร้างความฮือฮาให้กับผู้คน ด้วยเรื่องการหนีทหารของเขา จนกระทั่งมีการทำภาพล้อต่างๆ รวมทั้งดึงเอาภาพจากใบปิดหนังดัง อย่าง Saving Private Ryan ไปดัดแปลงให้ขำกันเล่น อย่างที่ท่านเห็นในภาพ รวมทั้งมีคลิปตลกๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ออกมาให้เฮฮากันในสังคมออนไลน์อีกด้วย

        พี่น้องประชาชนบ่นเสียดาย ที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่กล้าซักฟอกรัฐบาลเรื่องการหนีทหารของนายมาร์ค หัวปลอก คงเพราะกลัวโดนสวนกลับ หรือเกรงถูกเปิดโปง ทำให้ภาพลักษณ์นายมาร์ค หัวปลอก ผู้นำพรรคเสียหาย
        คนไทยจึงไม่ได้ยินคำแถลงตอบโต้ ของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ในเรื่องนี้ ต่างเสียดายไปตามๆกัน

        มีคนถาม ว่า 
        หากผมเป็น พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แล้วโดนอภิปรายว่า 
        ปฏิบัติหน้าที่เรื่อง “หนีทหาร” ของหัวหน้าพรรดักดานโดย
มิชอบ อาจารย์วาทตะวันฯ จะตอบเขาอย่างไร?
        บอกเขาว่า ง่ายมาก หากเป็น รมว.กห. ผมจะโต้กลับไปอย่างนี้ครับ

        ขอประทาน กราบเรียน ท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งสภานี้

        กระผม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภา ตอบข้อข้องใจของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติฝ่ายค้านผู้อภิปราย ซึ่งได้ตั้งข้อกล่าวหากระผมว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ เพราะได้ออกคำสั่ง ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ 1163/55 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เรื่อง ให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ 
        นายทหารที่ถูกปลดคือ ว่าที่ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันคือสมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งสภานี้ ซึ่งเป็นหน้าหน้าพรรคฝ่ายค้าน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

       เรื่องนี้ ขอแถลงยืนยันว่า กระผมได้ปฏิบัติการในฐานะรัฐมนตรีโดยชอบ และจะขอชี้แจงเพียงสั้นๆ เพราะเอกสารประกอบ ที่แจกจ่ายให้กับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นั้น 
        หากเราจะพิจารณาเยี่ยงวิญญูชน โดยปราศจากอคติ ท่านทั้งหลายจะเห็นได้ชัดเจน ว่า
        เอกสารประกอบ มีรายละเอียด ลำดับขั้นตอนการปฏิบัติถูกต้องครบถ้วน ตามกฎหมายและระเบียบแบบแผน ตามแบบธรรรมเนียมของทหาร ซึ่งให้ความเป็นธรรมต่อนายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะแล้ว
     

        กระผมจะอธิบายความสั้นๆ ประกอบเอกสารเพื่อความเข้าใจอันดีของเพื่อนสมาชิกทั้งปวง แห่งสภาอันทรงเกียรติ ดังต่อไปนี้

        นสมัยโบราณนั้น เมื่อมีศึกสงคราม เราจึงการเกณฑ์ชายฉกรรจ์ไปเป็น “ทหาร”ตามความจำเป็นของราชการงานทัพ 
        ทหารนั้น มีคำแปลว่า “คนหนุ่ม” นั่นหมายความว่า เราเกณฑ์เอาแต่คนหนุ่ม หรือชายฉกรรจ์ ไปเป็นทหาร เมื่อล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการจัดกองทัพแบบยุโรป ทั้งยังได้มีการเปลี่ยนแปลงการเกณฑ์ทหาร โดยไม่เอาความจำเป็นเรื่องการศึกสงครามเป็นตัวตั้ง หากกำหนดให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหาร
        เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพ

        แม้มีพระราชบัญญัติเกณฑ์ทหารแล้ว แต่ประชาชนคนบ้านเราส่วนใหญ่เห็นว่า การเกณฑ์ทหารนั้นเป็นเรื่องยากลำบากสำหรับลูกหลานที่ต้องถูกเกณฑ์ไปรับใช้ชาติ
        เมื่อสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่สองนี้เอง ท้องถิ่นบางแห่ง มองการถูกเกณฑ์ทหารของลูกหลาน เสมือนการที่ต้อง
“ตายจากกัน”เพราะในสมัยนั้น ขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง ไม่มีความสะดวกเหมือนปัจจุบัน 
        เมื่อได้ทหารเกณฑ์ ตามที่ทางราชการต้องการแล้ว บางพื้นที่ซึงการคมนาคมไม่สะดวก ทหารใหม่อาจต้องเดินทางไปเข้าค่ายทหาร เพื่อรับการฝึก ด้วยการเดินเท้า พ่อแม่ผู้ปกครองจึงได้แต่มองตามด้วยความสงสารลูกหลาน ที่ต้องไปตกระกำลำบาก 
        นี่เอง จึงเป็นเหตุสำคัญ ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองที่มีฐานะพอสมควร ยินยอมเสียเงินทอง ให้กับผู้มีอำนาจหน้าที่ในการเกณฑ์ทหาร โดยเฉพาะคนไทยเชื้อสายจีน ญวณ แขก ที่มีอาชีพเป็นค้าขายร่ำรวย แทบไม่มีใครต้องการให้ลูกเป็นทหาร

        ดังนั้น การที่มีทายาทโรงรับจำนำ ผู้มั่งคั่ง และมีความรู้ระดับเนติบัณฑิตอังกฤษ อย่าง ฯพณฯ ธานินทร์ กรัยวิเชียร กลับจากการศึกษาที่ประเทศอังกฤษ แล้วเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ด้วยใจสมัคร จึงเป็นเรื่องแปลกประหลาด แต่ผู้คนได้ให้ความเคารพนับถือ และยกย่องสรรเสริญอดีตนายรัฐมนตรีท่านนี้ ในความรักชาติยิ่งนัก
        ถึงตรงนี้ ต้องขอให้เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ติดตามเรื่องที่กระผม ถูกยื่นอภิปรายต่อไปอีกสักนิด 
        กล่าวคือ

        ปัญหาเรื่องการเกณฑ์ทหาร ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้เพิ่งปรากฏขึ้นในสมัยรัฐบาลพรรค
เพื่อไทยซึ่ง ฯพณฯ นายกฯยิ่งลักษณ์ เป็นผู้นำรัฐบาล หากมีความเป็นมาเกินทศวรรษแล้ว เพราะมีการต้องเรียนกันมาตั้งแต่ วันที่
19 พฤษภาคม 2542 และมีการสอบสวนของจเรทหารบก ก่อนอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ก่อตั้งพรรคไทยรักไทยเสียด้วยซ้ำ ไม่ใช่รัฐบาลนี้ยกเรื่องขึ้นมาเอง เพื่อกลั่นแกล้วอดีตนายกฯผู้นำฝ่ายค้านในปัจจุบัน

        กรณีที่มีการร้องเรียนว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารเท็จ นั้น

        ผลการสอบสวนสรุปลง ตรงที่ว่า ข้อร้องเรียนนั้นเป็นความจริง และการกระทำดังกล่าว มีผู้ร่วมกระทำผิดหลายคน บางคนเป็นนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับนายพล จึงไม่สามารถลงโทษทางวินัยได้ แต่มีการลงทัณฑ์พันเอกหญิงคนหนึ่ง ทั้งยังให้ดำเนินคดีอาญากับสัสดี ที่ให้ความช่วยเหลือเรื่องการเกณฑ์ทหารและใช้เอกสารเท็จของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีด้วย ดังปรากฏตามเอกสารหลักฐาน ตามที่ได้แจกจ่ายให้ท่านทั้งหลายแล้ว

        เพื่อนสมาชิกสภาฯผู้ทรงเกียรติ อาจสงสัยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมีการสอบสวนมายาวนานแล้ว ทำไมจึงไม่เสร็จสิ้นเสียที? 
        ตรงนี้ ต้องตอบว่า

        การสอบสวนนั้นเสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการลงทัณฑ์ตามแบบธรรมเนียมของทหาร ให้ประชาชนหมดความ “คาใจ” เพราะท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นถึงผู้อดีตผู้นำรัฐบาลไทย แม้ปัจจุบันยังคงมีฐานะเป็นผู้นำฝ่ายค้านในรัฐสภา และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 
        ดังนั้น บุคคลที่อยู่ในฐานะ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงต้องมีความโปร่งใสในเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะในเรื่อง ความรักชาติบ้านเมือง ต้องมุ่งหน้ารับใช้ชาติ ด้วยการเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ด้วยความเต็มใจ ไม่หลักเลี่ยง อันเป็นคุณสมบัติที่ดีของชายไทยทุกคน 
        ด้วยเหตุนี้ กระผมในฐานะรัฐมนตรีกลาโหม มีหน้าที่ต้องทำตามกฎหมาย จะปล่อยเรื่องการเกณฑ์ทหาร ของท่านอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้คลุมเครือต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะสังคมรอฟังคำตอบในเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ 
        ใช่แต่สังคมรอฟังคำตอบเท่านั้น แม้กระทั่งศาลอาญารัชดา ยังได้มีคำพิพากษากรณีที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326, 328 และ 332 กรณีเมื่อวันที่ 29 มกราคม ถึง 15 กุมภาพันธ์ 2553 จำเลย กล่าวปราศรัยต่อกลุ่มคนเสื้อแดงและประชาชนที่รับชมสถานีโทรทัศน์ ช่องพีเพิ่ล แชนแนล กล่าวหาว่าโจทก์เป็นนายกรัฐมนตรีที่สั่งฆ่าประชาชนและหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
        ศาลอาญามีคำตัดสิน “ยกฟ้อง” ในกรณีที่นายจตุพรปราศรัยว่านายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ละเว้นการเข้ารับการเกณฑ์ทหารเนื่องจากเป็นการวิจารณ์โดยสุจริต อีกทั้งศาลยังระบุชัดเจน ใน
คำพิพากษา ว่า

        ...พยานหลักฐานที่นายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะนำมายื่นต่อศาลนั้นศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า หลักฐานมีข้อพิรุธและ ข้อสงสัยหลายประการ จึงไม่สามารถเอาผิดต่อจำเลยได้...

        เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คงเห็นได้ว่า แม้แต่ศาลอาญา ยังตั้งข้อสงสัย ในเรื่องการเกณฑ์ทหารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จึงเป็นหน้าที่และความจำเป็นของกระทรวงกลาโหม ที่จะต้องแก้ข้อสงสัยนี้ ด้วยการให้ความกระจ่างต่อสังคม ขจัดความคลุมเครือให้สิ้นไป ด้วยคำตอบที่ชัดเจนในเรื่องนี้ 

        ดังนั้น ขอเรียนยืนยันอีกครั้ง ต่อเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ว่า

content/picdata/401/data/photo9_0910.jpg

        ในฐานะที่กระผม พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกคำสั่ง ที่ 1163/55 ลงวันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 เรื่อง ให้ปลดนายทหารสัญญาบัตรออกจากราชการ และนายทหารที่ถูกปลดคือ ว่าที่ ร.ต.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ปัจจุบันคือสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเป็นหน้าหน้าพรรคฝ่ายค้าน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วย นั้น

        การกระทำของกระผม ชอบด้วยกฎหมาย ระเบียบแบบแผน และแบบธรรมเนียมของทหาร ทุกประการ.

        ครับ...นั่นเป็นคำพูดของผม ที่สมมติตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แต่หากเป็นตัวตนของผู้เขียนเอง นั้น

        ถ้ามีใครให้ผม กล่าวฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เรื่องการหนีทหารของเขาแล้ว

        คงไม่ขอกล่าวอะไรมาก นอกจากจะฝากไปบอกเพียงสั้นๆ ว่า

        “เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!”

************

ท้ายบท อยากให้ท่านผู้อ่าน ลองอ่านคอลัมน์เรื่อง “หนีทหาร” ต่อไปนี้ด้วย คือ

        1.ไอ้คนหนีทหาร มันลากชาติไทยเรา เข้าสู่…สงคราม!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=279)

        2.ไม่มีทหารในทำเนียบขาว (แต่ทำเนียบไทยคู่ฟ้า เคยมี “ไอ้คนหนีทหาร!”)
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=359)

        นึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ
        เสธเอี้ย” กับ “เดียรถีย์” (ตาเถน รัก รักพงษ์) 
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=400)
        มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1
มีผู้รู้บางคนกล่าวเอาไว้ว่า "พระเป็นเจ้าย่อมไม่ลำเอียง" จะเห็นได้ว่า ประเทศในตะวันออกกลางถึงจะแห้งแล้งปลูกข้าวกินไม่ได้ พระเป็นเจ้าท่านยังทรงให้มีน้ำมัน จะได้นำไปขายเพื่อได้เงินมาซื้อข้าวกิน ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ จึงจำเป็นจะต้องมีนักการเมืองเอี้ยๆ กลุ่มคนเอี้ยๆ และพวกเถรเอี้ยๆมาคอยคานความอุดมนั้น แต่คงไม่นาน น้ำมันในตะวันออกกลางก็คงหมดไป และก็คงอีกไม่นานเช่นกัน ที่พวกเอี้ยๆในไทย คงต้องหมดไปเช่นกัน ผมเชื่อเช่นนั้น ขอให้รอวันที่ฟ้าสีทองผ่องอำไพ แต่ระหว่างรอ ก็ถล่มพวกแม่ม ไปพลางๆนะครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันไม่เอี้ย  125.24.47.XXX   

ความคิดเห็นที่ 2   
ที่ผ่านๆมาผมไม่เข้าใจในบทบาทของกองทัพในการปกป้องรัฐธรรมนูญและระบอบประชาธิปไตร ทำไมผู้ที่ร่วมกันก่อการกบฐและเกี่ยวพันกับการฆาตกรรมนายทหารชั้นผู้ใหญ่ระดับแม่ทัพภาคจึงได้รับอนุญาติให้กลับเข้ารับราชการและได้มีโอกาสเจริญก้าวหน้าขึ้นมาดำรงค์ตำแหน่งถึงพลเอกในกองทัพบก ทั้งๆที่นายทหารนายนี้ได้กระทำสิ่งที่น่าอัปยศ น่าอับอาย และละเมิดคำสาบานตน หรือว่าคำสาบานตนที่ทำๆกันมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลย
โดยคุณ chuang  119.46.70.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เขียนได้ถูกใจมั่กๆ มันพูดเขย่ารัฐบาลทุกวัน ไม่มีใครด่ามัน/ ไอ้เฒ่ากาลีของอาจารย์นี่มันโลภะ โทสะ โหมะ เพียบ / อ้อ เขาว่ามันมีเมียเป็นญี่ปุ่น จริงไหม?
โดยคุณ ชิงชังไอ้เถนอัตตาสูง  101.108.10.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
ชัดเจนอย่างไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปแล้วว่า กลุ่มคนพวกนี้แหละที่เป็นพวกจ้องทำลายชาติ ศาสนา และสถาบันอย่างแท้จริง นึกย้อนไปถึงการกระทำของก้วนแป๊ะลิ้มแอนด์เดอะแก๊งร่วมกับพรรคการเมืองบางพรรค ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร การใช้ตุลาการภิวัฒน์ ฯลฯ ส่อให้เห็นเจตนาที่แท้จริงออกมาเป็นระยะ ๆ คราวนี้บังอาจใช้นามเรียกขานของเบื้องสูงมาเป็นฤกษ์ในการเคลื่อนพลอีก เพื่ออิงหรือส่อสิ่งใด ??? คิดแล้วสยองจริง ๆ โง่หรือแอบแฝงความชั่วร้ายที่ไม่อาจนำมาตีแผ่ได้กันแน่ บ้านเมืองต้องเอาจริงกับคนเหล่านี้ให้เด็ดขาดเสียที ขุดรากถอนโคนทั้งเครือข่ายให้หมด อย่าปล่อยไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามแผ่นดิน การดำเนินการอาจจะยากสุด ๆ เพราะเครือข่ายเขาเหนียวแน่นเหลือเกิน เป็นขบวนการที่ใหญ่และยาวมาก อยากให้ตัดไฟเสียก่อนที่เหตุการณ์จะพัฒนาไปเป็นสงครามกลางเมือง
โดยคุณ เห็นชัด  124.120.207.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
มันมาอีกแน่ค่ะ
โดยคุณ Bell  124.121.147.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ฟ้ามีตาจริงๆครับ ไอ้เสธ.เอี้ย ที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงที่เอา รหัส 901 มาเป็นฤกษ์ ไม่สำนึกบุญคุณที่รอดตายจากที่มันร่วมกบฏมาครั้งหนึ่ง เกิดมาทั้งที น่าจะทำความดีให้กับแผ่นดิน ชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์ เสียชาติเกิดแท้ๆต่อไปนี้เองจะมองหน้าทหารที่เองเป็นประธานมูลนิธิ ได้อย่างไร มูลนิธินี้ก็แปลกที่เอาคนแบบนี้มาเป็นประธาน สงสัยจะไว้ใจทหารลำบากเสียแล้วกระมังครับ
โดยคุณ narong subsangar  125.24.57.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
1. การนำสถาบันเบื้องสูงมาใช้เป็นข้ออ้างในการเคลื่อนไหวทางการเมือง ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้วกับพวกที่เกลียดทักษิณ พยายามทำให้เห็นว่าใครก็ตามที่ชื่นชอบทักษิณ จะกลายเป็นบุคคลที่ไม่เคารพสถาบันเบื้องสูง แต่สุดท้ายใครกันแน่ที่กำลังบ่อนทำลายความมั่นคงและความน่าเชื่อถือของสถาบันอันเป็นที่รัก
2. การนำสถาบันเบื้องสูงมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อเชิดชูให้ฝ่ายตนดูเหมือนมีความเคารพรักมากกว่าผู้อื่น โดยไม่ได้ดูกาละเทศะหรือความเหมาะสม นี่หรือพฤติกรรมของพวกที่ "กล่าวอ้าง" ว่าตนเองเคารพรักสถาบันเบื้องสูง.... สีเหลืองคือสีประจำวันพระราชสมภพของพ่อหลวงผู้ทรงเป็นที่รักของคนในชาติ เป็นสีแห่งความมงคล แต่สีขี้คือสีประจำฝ่ายที่เกลียดทักษิณ แต่ใช้สถาบันเบื้องสูงเป็นเครื่องมือ โดยเบื้องหลังคือการกัดกล่อนความมั่นคงของสถาบันเบื้องสูง
โดยคุณ ????  110.164.195.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
"เสนียดแผ่นดิน” คำนี้โดนใจเต็มๆ
โดยคุณ โดนจริงๆ  101.109.222.XXX 

        (*** คอลัมน์ประจำสัปดาห์ “เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER