หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > นายมาร์ค หัวปลอก อย่ามา “ดราม่า” นะ!!!
หัวข้อ : นายมาร์ค หัวปลอก อย่ามา “ดราม่า” นะ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

นายมาร์ค หัวปลอก อย่ามา “ดราม่า” นะ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา นายกฯปูบอกว่าเป็นสัปดาห์ที่ประชาชนมีความสุขที่สุด ซึ่งผมเห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีโอกาสเฝ้าถวายบังคมพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่หน้าจอโทรทัศน์ เช่นเดียวกับไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินอีกหลายล้านคน และให้อิจฉาคนที่สามารถไปเฝ้าแหน ที่หน้าลานพระบรมรูปทรงม้าและถนนราชดำเนินนอก
        ผมเชื่อว่า พี่น้องประชาชนคนไทยเรา ต่างมีความปลื้มปีติยินดีเป็นล้นพ้น ที่ได้เห็นภาพอันงดงาม ซึ่งจะกลายเป็นภาพประวัติศาสตร์ ที่ได้จดจารไว้ ในหัวใจของคนไทยทุกผู้ทุกนามแล้ว

        มีคนบอกผมว่า ท่ามกลางความสุขของชาวไทยทั้งปวง แต่กลับมีบุรุษสองนาย ที่กลับต้องตกอยู่ในความทุกข์ เพราะถูกกล่าวหาจากทางราชการว่า พวกเขาเป็น …

        ฆาตกร!!!

        ครับ...นั่นคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หรือฉายาเดิมที่ “วาทตะวัน” เคาะกะโหลกตั้งให้ คือ นายมาร์ค มุกควาย และเพิ่มเติมให้อีกหนึ่งฉายา หลังจากที่เขาดันเอาหมวก ที่ทำด้วย “ปลอก” สวมกระเจี๊ยวเกินกว่าหนึ่งโหลอัน มาสวมหัวกบาลของตัวเองอย่างโก้หร่าน...ฉายานั้น คือ  
        นายมาร์ค หัวปลอก! 
        ส่วนคู่คดีของมิสเตอร์หัวปลอก ไม่ใช่ใครอื่น คือ นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ
อดีตรองนายกฯและอดีตเลขาธิการพรรคดักดานนั่นเอง

        สื่อฝรั่งมังค่า ทั้งสำนักข่าวเล็กข่าวใหญ่ ต่างประโคมข่าวการที่มิสเตอร์หัวปลอก ตกเป็นผู้ต้องหา ในคดีฆาตกรรมครั้งนี้กันอย่างเอิกเกริกเกริกไกร โดยพาดหัวข่าว ด้วยข้อความใกล้เคียงกัน คือ

        Former Thai PM to face murder charge!

content/picdata/402/data/photo9_0911.jpg

        ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะภาพประชาชนโดนสังหารกลางถนนอย่างโหดเหี้ยมโดยทหารไทย ที่ออกมาไล่ยิงผู้คน โดยคำสั่งของนายมาร์ค หัวปลอก ภายใต้การบริหารการจัดการของ นายสุเทพ
เทือกสุบรรณ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์การปราบปรามประชาชนนั้น 
        ได้มีภาพถ่ายความโหดเหี้ยม สยดสยอง ผ่านเลนส์กล้องของสำนักข่าวต่างๆ ทั้งไทยและเทศ ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวเสมือนเป็นพยานหลักฐานฟ้องโลก เพราะคำพูดของคน ยังอธิบายความได้ไม่ดีเท่าภาพถ่าย ซึ่งได้แพร่หลายไปทั่วโลกแล้ว 
       
ที่สำคัญคือ 
        นักข่าวต่างประเทศชาติใหญ่ อย่างญี่ปุ่น อิตาลี โดนฆ่าตาย 2 นาย รวมทั้งได้รับบาดเจ็บระนาวอีกด้วย!

        การสอบสวนเหตุประชาชนตาย ทั้งที่ราชดำเนินและราชประสงค์ ภายใต้รัฐบาลโลซกของ นายมาร์ค หัวปลอก นับตั้งแต่มีเหตุการณ์ ไม่มีความก้าวหน้าแต่อย่างใด และไม่สามารถตอบปัญหาคาใจให้รัฐบาลต่างชาติ ที่ผู้คนของเขาต้องมาโดนฆ่าตายด้วยได้
        รัฐบาลญี่ปุ่นได้แสดงความไม่พอใจเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เข้ามาไว้อาลัยตรงสถานที่นักข่าวเลือดบูชิโดถูกฆ่าตาย แต่รัฐบาลโลซกนรกแตกของ นายมาร์ค หัวปลอก หนังหนานัก ไม่แสดงความรู้สึกรู้สา อีกทั้งยังไม่แม้แต่แสดงความเสียใจต่อรัฐบาลญี่ปุ่น และครอบครัวผู้ตายด้วยซ้ำ
        ทุเรศมาก!

        ผมได้เขียนถึงเรื่องนี้เอาไว้ ตั้งแต่ 11 พฤศจิกายน 2553 อย่างนี้ครับ

        ...ดังนั้น การถูกฆ่าตายของคนไทย เป็นร้อยศพกลางเมืองนั้น อาจไม่มีความหมาย เพราะรัฐบาลโลซกชุดนี้ มันไม่สนใจที่จะสอบสวนอย่างจริงจัง แต่บังเอิญมีชาวต่างประเทศ ที่มาตายในเหตุการณ์นี้ด้วย โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวญี่ปุ่น ซึ่งรัฐบาลของเขา ไม่ยอมให้เรื่องนี้หายไป จึงติดตามตลอด เช่นเดียวกับทางรัฐบาลซาอุดิอาระเบีย ที่ไม่ยอมให้คนชาติเขาต้องตายเปล่า 
        เมื่อเห็นว่า รัฐบาลโลซกของไทย ไม่สามารถให้ความกระจ่างในคดีได้ ญี่ปุ่นจึงแสดงออกทางสัญลักษณ์ ถึงความไม่พอใจ ด้วยการให้ นายคัตสึยะ โอกาดะ รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เดินทางมาเมืองไทย เมื่อวันที่ 23 ส.ค. 2553 และไปวางดอกไม้พร้อมยืนไว้อาลัยให้ นายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ นักข่าวญี่ปุ่น สังกัดสำนักข่าวรอยเตอร์ ที่ถูกสังหารระหว่างเหตุการณ์ที่กำลังทหารไทย พร้อมยานเกราะเต็มอัตราศึก ปฏิบัติการรุก “เข้าตี” ผู้ชุมนุม เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2553 บริเวณสี่แยกคอกวัว
        เมื่อญี่ปุ่นเขาเห็นว่า รัฐบาลอัปลักษณ์ของนายมาร์ค
มุกควาย ยังทำหนังหนาหน้าทน ไม่เร่งรัดการดำเนินคดีอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ แม้เขาสอบถามไปทาง DSI แล้ว ก็ออกอาการเหมือน ‘ใบ้แดก’ เพราะเงียบสนิท ไม่มีความก้าวหน้าทางคดี หรือความกระจ่างใดๆเลย นั่นเป็นเรื่องที...
        ญี่ปุ่นยอมไม่ได้!

        ดังนั้น เมื่อ 19 ต.ค. 2553 สถานทูตญี่ปุ่นจึงถือโอกาสที่นักข่าวเขาตายครบ 6 เดือน ส่งนายโนบุเอกิ อิโต อัครราชทูตฝ่ายการเมืองของสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทยนายจุน มารุยาม่า เลขานุการเอกและผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจ ร่วมกันดำเนินการเชิงรุกเต็มรูป เข้ากดดันผ่านทางรัฐสภาของไทย 
        สมาชิกวุฒิสภา ก็พลอยผสมโรง รุมอัด DSI อย่างหนักหน่วง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ของกรมสอบสวนพิเศษ ก็ได้แต่แก้ตัวตะกุกตะกัก ทั้งๆที่การสอบสวนในเรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย ที่สำคัญคือ สมาชิกวุฒิสภาต่างพากันสันนิษฐานว่า

        ทาง DSI ‘ปกปิด’ ข้อมูลให้ ศอฉ.!   

        ผมเอาข่าวมาเขียนแบบเนื้อๆ โดยไม่ได้ตัดเติมเสริมต่อแต่อย่างใด และในฐานะที่ผู้เขียนเคยเป็นพนักงานสอบสวน หัวหน้าพนักงานสอบสวน และอาจารย์สอนการสอบสวนคดีอาญามาก่อน รวมทั้งเคยศึกษา ในสถาบันกระบวนการยุติธรรม ระดับสูงของญี่ปุ่น ได้รู้ถึงประสิทธิภาพ ในการทำงานของชาวอาทิตย์อุทัยพอสมควร จึงความเชื่อเป็นส่วนตัวว่า

        บัดนี้ ทางญี่ปุ่นต้องรู้แล้วว่า นักข่าวของเขา ตายเพราะฝีมือใคร!!?

        ท่านผู้อ่านเข้าไปหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ จากคอลัมน์
“กูจะไปหา ‘ความเป็นธรรม’ จากแผ่นดินอื่น (โว้ย)!!!”  (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=261)

        รัฐบาลโลซกของ นายมาร์ค หัวปลอก นั้น หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเหตุประชาชน ถูกทหารที่ตัวเองสั่งการ ให้ยกกำลังพร้อมยานเกราะ และอาวุธเต็มอัตราศึกออกมาปราบปราม แล้วฆ่าตายเกลื่อนกลาดบนถนน 
        เหมือนหมู...เหมือนหมา! 
        เท่านั้นยังไม่พอ
        รัฐบาลกาลีของพรรคดักดาน ซึ่งมี นายมาร์ค หัวปลอก เป็นผู้นำ ยังไร้มารยาททางการทูต ไม่แสดงความใส่ใจต่อความตายของพลเมืองมิตรประเทศ ซึ่งเข้ามาทำหน้าที่ในประเทศไทย ในฐานะ “ผู้สื่อข่าว” อีกด้วย

        ฉะนั้น เมื่อรัฐบาลใหม่ของนายกฯปู ที่มีความเป็นอารยะชนมากกว่ารัฐบาลกาลี ได้รับฉันทานุมัติจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน ให้เข้ามารับหน้าที่เป็นรัฐบาล ได้เอาใจใส่เรื่องนี้เป็นอย่างดี
        เริ่มด้วยการแสดงความเสียใจ และ “ขอโทษ” ต่อครอบครัวและญาติมิตรนักข่าวผู้ตายทั้งญี่ปุ่นและอิตาลี รวมถึงชาวต่างประเทศที่ได้รับบาดเจ็บอย่างจริงใจ อีกทั้งยังได้ให้เงินชดเชยกับครอบครัวของผู้ตาย ในจำนวนที่เหมาะสมไป เรียบร้อยแล้ว  
        ด้วยท่าทีที่แสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มพิกัด ซึ่งนายกฯหญิงคนแรกของประเทศไทย ได้แสดงออกมาอย่างเปิดเผย เยี่ยงรัฐบาลของชนชาติที่เจริญแล้ว ยังผลให้ท่าทีของรัฐบาลญี่ปุ่นและอิตาลี ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
        การดำเนินการทางการทูตแบบจริงใจ เฉกเช่นประเทศที่มีความรับผิดชอบสูงนี้เอง ทำให้สัมพันธภาพระหว่างประเทศ นอกจากจะกลับเข้าสู่สถานะเดิม จนเข้าที่เข้าทางแล้ว 
        ยังปรากฏความร่วมมือระหว่างกัน ที่มีความก้าวหน้าอย่างเห็นได้ชัด เช่น 
        กรณีที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ได้รับพระเมตตา ให้เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิและพระจักรพรรดินีของญี่ปุ่น เป็นตัวอย่างที่ดียิ่ง!

        ถึงวันนี้ การสอบสวนเรื่องการ “ฆ่าหมู่ประชาชน” กลางเมืองได้ดำเนินการมา จนถึงขั้นศาลไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ได้ชี้ชัดแล้วว่า การที่ทำให้ประชาชนตายนั้น
        เป็นการกระทำโดย...เจ้าหน้าที่ของรัฐ!
        ต่อจากนี้ไป จึงเป็นหน้าที่ของกระบวนการยุติธรรม ที่จะต้องดำเนินการกันต่อ แม้เรื่องนี้จะใช้เวลาการค้นหาความจริงเนิ่นนานพอสมควร คือกินเวลากว่าสองปีแล้ว 
        แต่ในที่สุด...

        ความยุติธรรมในบ้านเมืองเรา ที่แม้จะดูกระพร่องกระแพร่งเพราะถูกบิดเบือนในตอนต้น เนื่องจากผู้ร่วมกระทำความผิดยังกุมอำนาจรัฐอยู่ แต่เมื่อสถานการณ์พลิกกลับ “คดีฆ่าหมู่ประชาชน” จึงได้คืบคลานมาถึงอย่างช้าๆ และตัวผู้ต้องหาชุดแรก ในคดีแรก ปรากฏให้เห็นแล้วต่อสาธารณชน ซึ่งตัวผู้กระทำความผิด ไม่ได้เป็นคนที่อยู่เหนือความคาดหมาย นั่นคือ
        นายมาร์ค หัวปลอก และคู่หูคู่กรรม ที่ร่วมกระทำความผิดด้วยกัน คือ นายสุเทพเทือกสุบรรณ นั่นเอง! 
        ทั้งนี้ เพราะพนักงานสอบสวน ได้เรียกตัวไปพบ เพื่อแจ้งข้อหาในความผิดอุกฉกรรจ์ให้ทราบแล้ว

        ดังนั้น การออกมาตีโพยตีพายของนายมาร์ค หัวปลอก และนายเทพเทือก ที่บอกว่า ยอมให้พิจารณาโทษทัณฑ์ถึงขั้นประหารชีวิต แต่ไม่ยอมแลกกับโทษจำคุกสองปีของ พ.ต.ท.ทักษิณฯ นั้น 
        ไม่เพียงแค่ดิ้นรน แต่เป็นการ...จนแต้ม!
        ที่ผมว่าอย่างนั้นเพราะ นายมาร์ค หัวปลอก และนายเทพเทือก ไม่มีทางไหนไปต่อ ได้อีกแล้ว นอกจากจะต้องเดินทางไปรับทราบข้อหาหนัก คือ เป็น “ฆาตกร” ร่วมกันสังหารประชาชน จากพนักงานสอบสวนเท่านั้น ส่วนคดีความจะไปสู่การพิจารณาของศาลหรือไม่นั้น คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะคาดเดากัน

        สิ่งที่ผมจะแนะนำ ให้ผู้ต้องหาทั้งสอง พึงกระทำเวลานี้ ไม่ใช่การตอหลดตอแหล แก้ตัวกับชาวบ้านไปวันๆ หากพวกเขาต้องเตรียมการแก้คดีไปให้ดี เพราะการถูกแจ้งข้อหานั้น เสมือนนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านทั้งคู่ ได้แหย่ขาของตัวเองข้างหนึ่ง เข้าไปในคุกตะรางเรียบร้อยแล้ว 
        ส่วนผู้ต้องหาทั้งสอง จะสามารถชักขาข้างนั้นออกได้ทัน หรือพลาดพลั้ง ดันทะลึ่งเอาขาที่เหลืออีกข้าง ตามข้างแรกเข้าไปในคุกในตะรางด้วย นั้น
        ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน และฝึมือการต่อสู้คดีของตัวเอง รวมทั้ง “เวรกรรม” ที่ได้กระทำมาก่อนหน้า จะส่งผลอย่างไรเท่านั้น

        ฉะนั้น การออกมาตีโพยตีพายของนายมาร์ค หัวปลอก และนายเทพเทือก เรื่องการไม่ขอแลกโทษทัณฑ์กับทักษิณ นั้น
        เขาเรียกว่า...

        ดราม่า!!

        พี่น้องประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ เขามีประสบการณ์จากละครโทรทัศน์ จึงรู้เท่าทันนายมาร์ค หัวปลอก และนายเทพเทือกกันหมดแล้ว

        พอได้ยินคำพูดของทั้งสองคน ชาวบ้านจึงออกอาการคลื่นเหียน แม้กระทั่งผู้เขียนเอง ยังรู้สึกสะอิดสะเอียน ตามพี่น้องประชาชนไปด้วย

        เลยต้องพูดกันตรงๆ ไปถึงนายมาร์ค หัวปลอกผู้ต้องหาที่เป็นหัวหน้า รับผิดชอบในการฆ่าประชาชน ด้วยน้ำเสียงเข้มๆ ว่า

        “นายมาร์ค หัวปลอก อย่ามา ‘ดราม่า’ นะ!!!”

*******

ท้ายบท เขาลือกันว่า นายกรณ์ เมียแก่ วิ่งเต้นพรรคพวกในอังกฤษให้ นายมาร์ค หัวปลอก ได้ออกสื่อใหญ่อย่าง BBC แต่ต้องผิดหวังอย่างแรง เพราะพิธีกรหญิงของสถานีโทรทัศน์ เธอสัมภาษณ์แบบไล่ต้อน และ ปอกเปลือก มิสเตอร์หัวปลอก ได้ถูกใจคนไทยจริงๆ ดีกว่าสื่อกะโหลกกะลาของไทย
        ร้อยเท่าพันทวี! 
        ใครก็ได้ ช่วยบอกกับเธอว่า...

    แท้งค์กิ้ว เวรี่มัช!!

        อ้อ..พนักงานสอบสวนของ DSI ช่วยรวมคำรับสารภาพกับ BBC ของนายมาร์ค หัวปลอก ในการสั่งใช้กระสุนจริง ยิงพี่น้องประชาชนคนไทยตาย 99 ศพไว้ในสำนวนการสอบสวนด้วย

        อย่าลืมเสียล่ะ!!!

        นึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น ท้ายคอลัมน์
“เป็นคนต้องรู้จัก ‘อาย’ บ้างนะ...นายมาร์ค หัวปลอก!!!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=401
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา 
        มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
พอดีจบ อ๊อกฟอร์ด ครับท่านวาทตะวัน เลยสะกดคำว่า "อาย" ไม่เป็น โดยคุณ วาดฝัน ตะวันหน้าด้าน  125.24.36.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
อยู่ในโลกนี้มาก็นานพอสมควร เห็นสิ่งดีสิ่งเลวมาก็มาก แต่ไม่เคยเห็นคนหน้าด้านหน้าทนอย่างแก๊งนายมาร์คหัวปลอกเลยจริง ๆ ด้านไปได้ทุกเรื่อง
โดยคุณ ไม่เคยเห็น  115.87.99.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ทั้งพรรค ไม่ได้ใช้ยาง EYE
ดยคุณ ไม่แต่เฉพาะตัวหัวหน้าเท่านั้น  101.108.156.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อาจารย์ครับ เจ้ามาร์คหัวปลอกมันเอาหลักฐานปลอมไปอ้างต่อศาลกรณีฟ้องคดีนายจตุพรฯ และศาลยกฟ้องในส่วนคดีหนีทหาร แสดงว่านายมาร์ค หัวปลอก ได้ใช้เอกสารปลอมอีก น่าจะเป็นความผิดฐานใช้เอกสารปลอมขึ้นอีกนะครับ และถือว่ายังไม่ขาดอายุ ความ
โดยคุณ narong subsangar  125.24.63.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
ขณะนี้ DSI ได้แจ้งความผิดให้ไอ้มาร์คและไอ้เทือกแล้วหลังจากนี้คิดว่าในมุมมองของชาวโลก มาตรฐานเรื่องความโปร่งใสในการใช้กฏหมายของประเทศเราคงดูดีขึ้น แปลกนะในประเทศไทยของเรา เวลามีการเอ่ยคำว่าคอรัปชั่นขึ้นมาเรามักจะนึกแต่การโกงเงิน เงินเท่านั้น เงินอย่างเดียว แต่ในความเป็นจริงเงินเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ประชาชนเราๆถูกโกงไป ส่วนที่สำคัญที่สุดที่นักการเมืองบางคนทำการคอรัปชั่นจากเราไปคือเวลาและโอกาสครับ เช่นบางคนขึ้นมาเป็นนายกเพื่อที่จะพูดแต่ว่ายังไม่ได้รับรายงานครับ ถึงแม้ว่าแกจะได้รับคะแนนคนซื่ออันดับที่ 2 ก็ตามแต่การที่แกไม่ได้ทำในสิ่งที่นายกควรทำนั่นก็ทำให้ประเทศเราเลียโอกาสมากมายในการที่จะก้าวหน้าไปมากกว่านี้รุ่งเรืองและร่ำรวยมากกว่านี้ หรือการที่คนซื่ออันดับ 3 ซึ่งเอาแต่พูดจนเป็นยี่ห้อติดตัวและอาจจะติดเข้าไปในคุกด้วยก็ในทำนองเดียวกันแต่ที่ร้ายกว่าก็คือนอกจากจะทำให้ประเทศชาติและประชาชนเสียเวลา เสียโอกาสแล้วยังทำให้เสียชีวิตอีกด้วย นอกจากการที่เราถูคอรัปชั่นเรื่องเวลาและโอกาสแล้วเรายังถูกคอรัปชั่นเรื่องทรัพย์สินอีกด้วย เช่นบ้านพักบนยอดเขายายเที่ยงซึ่งอยู่ดีๆก็คายออกมาเฉยๆโดยอัยการก็กลับบอกว่าท่านไม่ได้ตั้งใจจะ(โกง)เอาไป ก็แปลกนะมีกฏหมายมาตราไหนไม่ทราบที่ให้อำนาจอัยการวินิฉัยได้ว่าผู้ที่ควรจะเป็นผู้ต้องหารตั้งใจหรือไม่ตั้งใจกระทำผิดกฏหมาย เรื่องเขายายเที่ยงนี่ยังมีเรื่องติดใจอยู้อีกว่าหน่วยงานไหนนะที่ทำถนนสวยงามจากตีนเขาขึ้นไปถึงบ้านพักเอาเงินงบประมาณมาทำหรือเงินของผู้ทีครอบครองบ้านยังไม่รวมถึงเสาไฟสายไฟฟ้าที่ต่อขึ้นไปบริการอีกถ้าคนที่ทำอย่างนี้แล้วยังอยู่ในตำแหน่งปัจจุบันนี้ได้ นักการเมืองของเราทุกคนก็ใสสะอาดดุจได้อาบน้ำอำมฤตกันทุกคนแหละครับ แล้วยังเรื่องเขาแพงอีกล่ะ นี่ก็คอรัปชั่นอีกเหมือนกันเลวรายยิ่งกว่าการคอรัปชั่นเงินอีกเพราะมันทำให้เห็นความแตกต่างไม่เท่าเทียมกันของคนมีอำนาจ มีอิทธิพลกับชาวบ้านตาดำๆ ซึ่งความรู้สึกแบบนี้จะกัดกร่อนความสามัคคีและความมั่นคงของประเทศเรา
โดยคุณ Chuang  119.46.70.XXX

ความคิดเห็นที่ 6   
ได้ยินคลื่นวิทยุชุมชน นำบทความของอาจารย์ไปอ่าน ให้คนทางบ้านฟังเสมอ แต่หน้าไอ้พวกที่โดนอาจารย์ด่า มันคงด้านแล้ว
โดยคุณ ด้านแล้ว ด้านเลย  101.108.228.XXX

ความคิดเห็นที่ 7   
ขออนุญาคส่ง คำแถลงตอบโต้ ของ พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต ที่ลงในบทความนี้ ไปให้นายมาร์คหน่อย
โดยคุณ นายไปรษณีย์  125.25.147.XXX 

        (*** คอลัมน์ประจำสัปดาห์ นายมาร์ค หัวปลอก อย่ามา “ดราม่า” นะ!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 15 ธันวาคม 2555)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER