หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ตุ๊เจ้า!...‘แดก’ แล้ว อย่าลืมปิ๊กกลับวัดเน้อ!!!
หัวข้อ : ตุ๊เจ้า!...‘แดก’ แล้ว อย่าลืมปิ๊กกลับวัดเน้อ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ตุ๊เจ้า!...‘แดก’ แล้ว อย่าลืมปิ๊กกลับวัดเน้อ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อเริ่มต้นปีใหม่ ผมได้อ่านข่าวคนดัง อย่างคุณพิษณุ นิลกลัด จะย้ายจากโทรทัศน์ช่องเดิม ไปประชันกับคนดังอย่าง คุณสรยุทธ์ สุทัศนะจินดา ที่ไทยทีวีสี ช่อง 3 
        ยังไม่ทันไร วันเสาร์แรกของปีก็ได้เห็นทางช่องใหม่ เพราะเจ้าตัวได้เยี่ยมหน้าออกมาดำเนินรายการ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวดเร็วเกินคาด

        คุณพิษณุ นิลกลัด นั้น เป็นบุคคลสาธารณะที่มีเสน่ห์มาก ไม่ว่าจะเล่าข่าว พากย์มวย หรือกีฬาอย่างอื่น หรือต้องพูด วิพากษ์วิจารณ์บุคคล หรือสังคม ฯลฯ ผู้ชายคนนี้จะดำเนินรายการด้วยความนุ่มนวล อารมณ์ดี จึงไม่ปรากฏมี “ศัตรู” ให้เห็น เหมือนผู้ดำเนินรายการคนอื่นๆ ในแวดวงเดียวกัน
        แม้เปลี่ยนจากการพูด มาเป็นการเขียนคอลัมน์ อย่างที่เจ้าตัวเขียนประจำใน “มติชน สุดสัปดาห์” คุณพิษณุฯยังทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอ และถ้าจะถามความเห็นกัน อยากจะบอกตรงๆว่า  
        ดูจะถูกใจผม ไปเสียทั้งหมด!

content/picdata/407/data/photo9_0917.jpg

        ดังนั้น การที่คุณพิษณุ นิลกลัด โยกย้ายไปประจำช่อง 3รับรองว่าแฟนๆทั้งหลาย รวมทั้งผมด้วย จะต้องตามไปดูอย่างแน่นอน โดยไม่สนใจกระแสตะหวักตะบวย ที่กำลังดำเนินต่อต้านไม่ให้ดู ช่อง 3 กันอยู่ขณะนี้ด้วย 
        ใช่แต่แค่นั้น ผมจะวิจารณ์ผลพวง เรื่อง “เหนือหมา” แบบเอาหวายแช่เยี่ยว แล้วฟาดลงหลังไอ้พวกดัดจริต โดยเฉพาะสื่อกะโหลกกะลา ให้แสบสันเหมือนอย่างที่วิจารณ์ เรื่องที่ไอ้พวกนี้ “รุมเห่า-รุมกัด” สรยุทธ์ฯ เลยทีเดียว
        ผู้เกี่ยวข้อง...อย่าร้องก็แล้วกัน!

        มยังจำรายการชื่อ “จมูกมด” ที่คุณพิษณุฯ ทำร่วมกับคุณพิสิทธิ์ กีรติการกุล และสาวใหญ่ที่ไม่เคยสร่างสวย อย่างคุณสายสวรรค์ ขยันยิ่ง ได้ดี 
        มีอยู่วันหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นศุกร์แรก ของเดือนกุมภาพันธ์ ปี พ.ศ.2551 ที่ผมได้ดูแล้ว ประทับใจมาก จนต้องขอนำมาเล่าอีกทีในวันนี้ เพราะเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์ กับบ้านเมืองของเรา

        ในวันนั้น คุณพิษณุฯได้พูดถึงเรื่องที่ทางการฮ่องกง จะออกหนังสือแนะนำร้านอาหาร รวมทั้งอาหารจานเด็ด จากการรวบรวมเอาข้อเขียนของนักชิมระดับ “กูรู” คนดังฮ่องกงรวม 50 คน เช่น  
        เบลินดา หว่อง ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร เครก อู เชิง และ หยิง โช พิธีกรรายการอาหารชั้นแนวหน้า เดนนี่ ฮิบ นักชิมระดับปรมาจารย์ เป็นต้น ร่วมกันแนะนำร้านอาหารทั้งมื้อเช้า กลางวัน และเย็น ตั้งแต่ร้านภัตตาคารชั้นนำ ระดับที่เคยพิชิตรางวัล Best of the Best Culinary Awards ของฮ่องกง ไปจนถึงแผงขายริมบาทวิถีอย่างเกาลัดคั่วสุดยอดของ Uncle Chestnut หรือ “คุณลุง เกาลัด” โดยจัดทำเป็น “คู่มือ” สำหรับผู้คนที่จะมาเยือนเกาะแห่งนี้

        นอกจากพิมพ์หนังสือ เป็นภาษาอังกฤษแล้ว ทางการอ่องกงยังจัดพิมพ์เป็นภาษาไทย สำหรับคนไทย ที่ไปเยือนฮ่องกงปีละหลายแสนคน จะได้ใช้เป็นคู่มือในการกินไปชอบปิ้งไป โดยพิมพ์เป็นเล่มแทรก ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ  
        คุณพิษณุฯ ยังเห็นว่า...       
        เมืองไทยของเรานั้น น่าจะทำหนังสือเช่นนี้ออกมาบ้าง โดยคุณพิษณุฯได้ขอให้สมาชิกพรรคพลังประชาชน ที่ชมรายการในเช้าวันนั้น ให้นำไอเดียนี้ไปเสนอนายกฯคนใหม่ในตอนนั้น คือคุณสมัคร สุนทรเวช ให้จัดทำหนังสือในลักษณะเดียวกัน โดยให้
นิวนายกฯเป็นผู้แนะนำ... 
        ร้านอาหารในกรุงเทพ ของเราจำนวน 100 ร้าน แล้วจัดทำเป็นหนังสือภาษาอังกฤษ แจกให้นักท่องเที่ยว ที่จะมาเมืองไทย หรือให้ซื้อหากันได้ในราคาถูก รวมทั้งให้มีฉบับแปลเป็นภาษาไทย นำออกจำหน่ายราคาย่อมเยาให้กับคนบ้านเราด้วย
        ผมเห็นพ้อง กับคุณพิษณุฯทุกประการ!

        นักพากย์และนักวิจารณ์กีฬา ระดับเกจิ อย่างคุณพิษณุฯ ยังเล่าต่อไปอีกว่า 
        ท่านกงสุลฮ่องกง (ขออภัย ฟังชื่อไม่ทัน) เห็นว่า เวลาที่ท่านทำงานอยู่ที่สถานกงสุล หรือพบปะผู้คน มักจะมีผู้ถามเสมอว่า       
        “ร้านไหนในฮ่องกง ที่ขายอาหารไทยอร่อยๆบ้าง?”
        ท่านกงสุลคงเบื่อ ที่จะต้องตอบคำถามเดียวกันเสมอ ตัดความรำคาญด้วยการจัดทำหนังสือ แนะนำร้านอาหารไทยฝีมือดีในฮ่องกง ซึ่งก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย แล้วพิมพ์ออกมาแจกจ่ายให้กับคนที่ถาม 
        จะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งตอบกัน อีกทั้งยังเป็นการโปรโมทอาหารไทย ในเกาะสำคัญแห่งนี้ด้วย 
        แนวความคิดของท่านกงสุลนั้น ต้องบอกว่าดีจริงๆ ต้องปรบมือดังๆให้!

        เรื่องอาหารประจำชาติของเรา นั้น คุณพิษณุฯยังได้เล่าขยายต่อไปอีกด้วยว่า 
        ขณะนี้อาหารไทยติดอันดับหนึ่งในห้า อาหารยอดนิยมของชาวโลกนิยม อันประกอบด้วย อาหาร จีน ฝรั่งเศส อิตาเลียน ญี่ปุ่น และไทยเรา และดูเหมือนว่า 
        มาถึงวันนี้ความนิยมในอาหารบ้านเรา จะแซงหน้าญี่ปุ่น ไต่ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 4 เสียแล้วด้วยซ้ำ
        ถ้าท่านผู้อ่าน ติดตามข้อเขียนของ “วาทตะวัน” มาตลอด จะเห็นได้ว่า 
        ผมสนับสนุนงานอาชีวะในด้านต่างๆ โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างผู้ชำนาญในงานครัว ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย หรืออาหารชาติอื่นๆ แล้วส่งคนของเรา ที่ฝึกดีแล้วออกไปทำงานทั่วโลก
เพื่อนำเงินกลับมาสู่บ้านเมืองของเรา
        (โปรดอ่าน รัฐบาลอย่ามองข้าม “คนพันธุ์อา”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=124)

        ดังนั้น เราควรจะต้องสนับสนุน ให้สถาบันสอนการทำอาหารต่างๆ มีการสร้าง พ่อครัว-แม่ครัวไทยรุ่นใหม่ ให้ไต่ระดับขึ้นไปจนถึงระดับ “cook” ชั้นนำของโลก” 
        ทั้งนี้ รัฐบาลควรจะต้องทุ่มเทความช่วยเหลือเต็มที่ รวมทั้งผมยังต้องขอให้สานการดำเนินการต่อไป ในโครงการที่ดี อย่าง “ครัวไทย...สู่ครัวโลก” ด้วย เพราะจะเป็นประโยชน์กับเยาวชน ที่ศึกษาทางด้านโภชนาการ และการประกอบอาหาร จะได้มีความสามารถเดินทางไปประกอบอาชีพ หรือเป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารในอนาคตข้างหน้า

        ย้อนกลับไปเรื่องคอลัมน์และหนังสือ เกี่ยวกับอาหารการกินสักหน่อย เพราะเขียนถึงตรงนี้ คงต้องขอยกย่อง ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัตน์ ที่เคารพของผม
        ทั้งนี้ เพราะ...
        คุณชายท่านอดทนเขียนคอลัมน์ “เชลล์ชวนชิม” มาตั้งแต่ผมยังอยู่ในวัยอลวน จนถึงบัดนี้นานเกินครึ่งศตวรรษแล้ว ตั้งแต่คอลัมน์ของท่าน ตีพิมพ์ใน “สยามรัฐสัปดาห์วิจารณ์” ใหม่ๆทำให้พวกหนุ่มสาวรุ่นผมในสมัยนั้น ต้องติดตามไปรับประทานตามร้านต่างที่คุณชายชวนชิมเสมอ

        จากนั้น คุณชายก็ย้ายจากวิกราชดำเนิน ไปเขียนในหนังสือ “ฟ้าเมืองไทย” ของคุณ อาจินต์ ปัญจพรรค์ และเมื่อสำนักพิมพ์ “โอเลี้ยง 5 แก้ว” ของคุณอาจินต์ฯ ปิดตัวลง คุณชายท่านก็ย้ายมาลงหลักปักถ่อ ที่ “มติชน สุดสัปดาห์” และยืนยงคงกระพันมาจนทุกวันนี้       
        คะเนเอาว่า คุณชายเขียนมาตั้งแต่อายุ 30 เศษ จนล่วงมา 85 ปี บริบูรณ์แล้ว นั่นหมายความท่านชวนชาวบ้านไปชิมของอร่อย มาเกินครึ่งศตวรรษแล้ว แต่ยังคงไม่เคยว่างเว้นการเขียน ยังยืนหยัดถ่ายทอดเรื่องข้าวปลาอาหาร ให้อนุชนคนรุ่นหลังต่อไป โดยไม่มีอะไรเปลี่ยนไป นอกจากชื่อคอลัมน์ เท่านั้น คือ
        จากเดิมที่เชลล์เป็นผู้ชวนชิม มาเปลี่ยนเป็นใช้ชื่อหนุ่มน้อย ซึ่งไม่ใช่ใคร หากเป็นผู้ที่ “เขียนเอง ชิมเอง” แบบทูอินวัน คือ

        “ถนัดศรีชวนชิม”   

content/picdata/407/data/photo9_0918.jpg

        ขอจารึกนามของท่านไว้ ในฐานะ “วีรชนของคนก้นครัว” ที่เป็นแรงบันดาลใจ ให้กับอนุชนคนรุ่นหลัง ให้มองว่า
        งานประกอบอาหารนั้น เป็นอาชีพที่มีเกียรติ สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองและครอบครัว 
        ใช่แต่แค่นั้น นะ
        ท่านยังบุกเบิกการเขียนคอลัมน์ ประเภทการชวนชิมอาหาร จนกลายเป็นเรื่องที่น่าสนใจ ทำให้มีการติดตามของบรรดาผู้อ่านอีกด้วย

        นปี พ.ศ.2551 ที่คุณพิษณุฯ เสนอแนวความคิดนั้น เมืองไทยเรา ได้นายกรัฐมนตรี ชื่อ “สมัคร สุนทรเวช” ซึ่งอดีตนายกฯท่านนี้ รู้จักกรุงเทพเป็นอย่างดี แถมยังเป็นเจ้าของรายการอาหารทางโทรทัศน์ ที่ผู้คนรู้จักไปทั่วประเทศ รวมถึงมีหนังสือแนวข้าวปลาอาหารและการครัว เป็นที่รู้จักกันทั่วไปแล้วด้วย
        ดังนั้น ท่านสมัครฯ จึงสมควรที่จะเป็นผู้ทำหนังสือ ชวนชิมอาหารบ้านเรา แบบเดียวกับทางฮ่องกงเขาบ้าง แต่น่าเสียดาย ที่ท่านต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ไปเสียก่อนที่จะมีการเสนอให้        รัฐบาลของท่านดำเนินการอย่างที่ว่า 
        รัฐบาลต่อๆมา โดยเฉพาะเมื่อครั้ง นายมาร์ค หัวปลอก ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี หากคุณพิษณุฯ จะไปชักชวนให้แกทำหนังสือชวนชิมระดับประเทศ เป็นคู่มือสำหรับนักท่องเที่ยว และคนไทยใช้ประโยชน์ได้ด้วย 
        คงไม่สำเร็จ เพราะแกไม่คุ้นกับอาหารไทย!

        เราจะไปตำหนิมิสเตอร์หัวปลอก คงไม่ถูกนัก เพราะแกเป็นชาวอังกฤษ เกิดที่อังกฤษ ตอนเป็นเด็กกินนมฟรีของประเทศนั้นซึ่งรัฐบาลเขา แจกให้กับเด็กทุกคน และ “นมอังกฤษ” คงมี “ยาง” มากกว่า “ข้าวไทย” อีตาหัวปลอกเลยยังทิ้ง “สัญชาติอังกฤษ” ไม่ได้ 
        อาจเพราะความเป็นคนอังกฤษ กินนมและอาหารอังกฤษ
จึงไม่คุ้นกับอาหารไทย เพราะมีข่าวว่า
        นายมาร์ค หัวปลอก ไปกินอาหารนอกบ้านทีใด ท้องไส้ของแกมักปั่นป่วน มีอันเป็นไปทุกที ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำ แทบทุกจะครั้งไป      
        เรื่องความไม่คุ้นกับอาหารไทย ของผู้นำฝ่ายค้าน ไม่ใช่ผมแกล้งพูดเอาสนุก แต่หากใครไม่เชื่อ ลองไปถามนักข่าวสายทำเนียบดูเอาเองก็แล้วกัน

        ที่เขียนอย่างนี้ ผมไม่ได้ยกเมฆเอา แต่เพราะกระจิบข่าวรุ่นปลาร้าค้างปี๊บ สาวเทื้อประจำทำเนียบ อย่าง บุญระดม จิตรดอน และ อนัญญา ตั้งใจตรง นำมาเมาท์กระจาย ออกรายการซุบซิบทางวิทยุ คลื่น FM 101 MHz ว่า
        ตอนที่นายหัวปลอก เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายก สมัยรัฐบาลนายหัวชวน ยังต้องห่อ “แซนด์วิช”ไปกินที่ทำงานทุกวัน เพราะท้องไส้แกไม่แข็งแรง จนเป็นที่รู้กัน แต่ตอนนี้จะดีขึ้นหรือยังไม่ทราบ?
        ถ้ายังไม่ดีขึ้น และยังคงกินเหมือนเดิม ผมคงต้องขอเรียกว่า       
        “ผู้นำฝ่ายค้าน-แซนด์วิช”      

        เรื่องท้องไส้นั้น ต้องเห็นใจ จะไปว่านายหัวปลอกแกไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของใครของมัน หรือท้องใครท้องมัน ไม่เหมือนกัน  
        ขนาดผู้เขียนเอง ทั้งๆที่มีสาวๆรุ่นชมว่า ทั้งแข็งทั้งแรง บึกบึนเกินวัย แต่เรื่องท้องไส้แล้ว ยังทรหดสู้ท่านนายกฯสมัครไม่ได้ 
        แม้ผมเองจะกินได้ทุกอย่าง ไม่เคยย่นย่อ แต่พอเจอ “แกงคั่วหน่อไม้ดอง” ก็ยังต้องถอยหนี เพราะแพ้ทาง “หน่อไม้ดอง” จริงๆ 
        ถ้าเป็นหน่อไม้สดแล้ว ไม่กลัวครับ เพราะติดนิสัยตั้งแต่เด็ก ชอบของสดๆ เท่าไหร่เท่ากัน สู้ได้เสมอ แต่ไม่ชอบของ“ไม่ซิง-ไม่สด” แบบปลาร้าค้างปี๊บ หรือของ มือสอง-มือสาม อย่างนายเทพเทือกและสมาชิกพรรคดักดาน เขาชอบกันนักหนา

        ไม่น่าเชื่อว่า คุณสมัครฯ ซึ่งอายุมากกว่าผม ตอนเป็นนายกฯ ท่านก็ยังสามารถบุกใส่ “แกงคั่วหน่อไม้ดอง” ได้ โดยไม่ครั่นคร้าม แบบ ดองเป็นดอง ไม่เคยนึกหวั่น แถมยังกินเป็นเบรกฟาสต์เสียอีกต่างหาก เพราะท่านชอบอย่างนั้น ใครจะไปห้ามได้
        ผมยังต้องขอยกธงขาว ยอมแพ้เลย!

        ก่อนจบต้องขอบอกว่า ถึงแม้ตอนนี้จะไม่มีท่านสมัครฯแล้ว แต่หากจะให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นผู้นำเสนออาหารในหนังสือแนะนำนักท่องเที่ยว คงไม่น่าจะเป็นเรื่องขัดข้องแต่ประการใด
        แม้นายกฯปูของเรา จะถนัดทำ “อาหารเมือง” แบบล้านนา มากกว่าอาหารสไตล์กรุงเทพทั่วๆไป แต่การที่มีไทยแลนด์แดนสยาม มีผู้นำหญิงที่เป็นสตรีแสนสวย มาเป็นผู้นำเสนออาหารยอดนิยมของเรา ในหนังสือโปรโมทการท่องเที่ยวไทย ที่จะแจกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการด้วยตนเอง นั้น 
        คงไม่ใช่เรื่องผิดกติกาแต่อย่างใด ทั้งอาจเรียกความนิยมชมชอบ จากคนต่างด้าว ท้าวต่างแดน ได้ดีเสียด้วยซ้ำไป
        ขออย่างเดียว คือ

        ผู้จัดทำหนังสือ ตามคำแนะนำของคุณพิษณุฯ อย่าดันไปเอา บุคคลที่ชาวเน็ตชอบเรียกว่า “หลวงเจ๊” แต่ผมตั้งฉายาให้ ว่า “มหานกกระจอก” มาเป็นพรีเซนเตอร์ เหมือนอย่างที่เจ้าตัวพยายามทำ จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ ให้อื้ออึง คะนึงไป 
        ใครที่รู้จักกับมหารูปนี้ กรุณาช่วยสะกิดเตือนสักนิดเถอะ ว่า 
        จะขบจะฉัน ให้สำรวมระวังปฏิสังขาโย เพราะหากสาวสวยคนเมือง ที่ชื่อ “คำผกา” ผู้มีฝีปากฝีคอ จัดจ้านจนคนลือไปเห็นเข้า ผมรับรองว่า...
        เป็นเรื่องเลยนะ...จะบอกให้!

content/picdata/407/data/photo9_0919.jpg

        ที่บอกว่าต้อง “เป็นเรื่อง” เพราะถ้าสาวคนดัง เจ้าของรายการทีวี ที่มีแฟนตรึม (รวมทั้งผมด้วย) บังเอิญผ่านไป พานพบ“หลวงเจ๊” กำลังยงโย่ยงหยก“ฉัน” ก๋วยเตี๋ยวเป็นจังหัน แล้วโพสท์ท่าเก๋ไก๋ ให้ตากล้องถ่ายทำ โดยมีวัตถุประสงค์ จะนำไปโปรโมทร้านอาหาร เพื่อแข่งขันกับ “คุณชายถนัดศรี” อย่างที่เห็นในภาพเข้า พอดิบพอดี…

        สาวสวยผู้เป็น “ขวัญใจ” ของผม อาจออกอาการ “ฟิวส์ขาด” ผึงทันทีทันใด เพราะเธอทนไม่ได้ ถึงขั้นต้องร้องตะโกนใส่ ว่า

        “ตุ๊เจ้า!... ‘แดก’ แล้ว อย่าลืมปิ๊กกลับวัด...เน้อ!!”

*********

ท้ายบท ผมเขียนคอลัมน์ติดต่อกันทุกสัปดาห์ ลงทางเว็บไซด์มายาวนานเกินกว่า 10 ปี มีคนอ่านมากกว่า 2 ล้านคน/คลิกแล้ว แต่เคยวิพากษ์วิจารณ์ทางลบกับ “พระ” อยู่รูปเดียวเท่านั้น 
        คือ “มหานกกระจอก” นี่แหละ! 
        ส่วนนายรักษ์ รักษ์พงษ์ เจ้าสำนักสันติกระโปก ที่ผมวิพากษ์วิจารณ์ไปหลายครั้ง เพราะชอบอ้างว่าเป็นผู้ทรงศีล แต่เสือกออกมาป่วนเมือง พร้อมกับไอ้ “เสธเอี้ย” ตลกสนามหมา
        ไอ้หมอนี่มันไม่ใช่ “พระ” แต่เป็นแค่ “เถน”

        (“เถน” แปลว่าอะไร กรุณาเปิดพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ ดูเอง)

        ผมวิพากษ์วิจารณ์ “มหานกกระจอก” ครั้งแรก ตั้งแต่ยังเขียนอยู่ค่าย “ผู้จัดการ” เมื่อ 5 ปีก่อน และต่อมาได้เขียนถึงอีกครั้ง ใน www.vattavan.com ขอให้ดูบทความ ชื่อ

        1.ว.วชิรเมธี...“ท่านมหานกกระจอก!”   
 
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.asp
x?NewsID=9500000017583

        2. เดรัจฉานคาถา ของ ว.วชิรเมธี (มหานกกระจอก!) http://vattavan.com/detail.php?cont_id=162

        คอลัมน์ ที่ 1. นั้น ผมเขียนใน manager online ซึ่งมีผู้เข้าชมมากกว่า 6 พันคน/คลิก 
        คอลัมน์ ที่ 2. ผมเขียนใน www.vattavan.com มีผู้เข้าชมมากว่า 8 พันคน/คลิก
        สำหรับ คอลัมน์ที่ 1. ทางเว็บผู้จัดการ เขาให้ vote ชอบหรือไม่ด้วย ซึ่งสัดส่วนระหว่างผู้ที่ “ชอบ” กับ “ไม่ชอบ” นั้นน่าสนใจจริงๆ อยากให้ท่านลองคลิกเข้าไปดูกัน
        ที่ต้องวิพากษ์วิจารณ์ อย่างเข้มข้นนั้น เพราะพระรูปนี้สอนคนผิดๆ และมีความเห็นบางเรื่อง เป็น “มิจฉาทิฐิ” ไม่ถูกต้อง อย่างมีนัยยะสำคัญ 
        ในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชน ผมจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้ ด้วยเห็นตัวอย่างพระดังหลายรูป ที่เหลิงติดลมบน จน “เสียพระ” และกลายเป็น “จิ้งเหลือง” ถึงกับต้องสึกหาลาเพศไปในที่สุด

        จึงจำต้องช่วยพระศาสนา ด้วยการเขียนเตือนสติแรงๆ ให้รู้ตัวกันซะบ้าง!

        มาคราวนี้ พระมหา ว.ไม่ได้ทำเรื่องการสอนผิดๆเหมือนเคย หากแต่กระทำตนให้ได้รับผลร้าย อันเกี่ยวกับเรื่อง “ปฏิปทา”หรือ“ความประพฤติ” ของตัวเองแท้ๆ 
        มันน่าสมเพช ตรงที่เจ้าตัวกระสัน อยากจะให้คนเห็นว่าเป็น “ปราชญ์” แต่หนนี้ “เลี้ยวผิด” เพียงนิดเดียว เพราะดัน“คิดไม่เป็น” (ไม่รู้เพราะไปคลุกคลี อยู่กับแก๊ง “คลื่น-สิ้นคิด” 96.5 FMz ของ
“เนชั่ว สาขา 2 หรือเปล่า!?) เลยถูกด่าปี้ป่น จน...

        แทบจะกลายเป็น “เปรต” ไป ในบัดดล!!!  

        นึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ นายกฯ ยิ่งลักษณ์...นารี ‘ขี่’ พินทุบาทว์!!!
(
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=406)
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
เห็นด้วยกับอาจารย์วาทค่ะ ที่รบ.นี้อ่อนด้านประชาสัมพันธ์จริง ๆ ทำงานอย่างเดียวไม่รายงานประชาชนให้รับรู้ในผลงานเสียบ้าง อย่างนี้ก็ถูกพวกดีแต่พูด พูดเอาดีเข้าตัวโยนชั่วมาให้ตลอดน่ะซี
โดยคุณ
Alippreeya@yahoo.com  58.11.209.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ไม่น่าเชื่อครับอาจารย์ว่า คนอย่างนาย มาร์ค จะออกมาเถียงแบบด้านๆว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนปลอมเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานเข้ารับราชการทหาร บอกหน้าตาเฉยว่าใครทำก็ไปเอาผิดกับคนทำซิ คนไม่ได้จบอ๊อกฟอร์ดอย่างผมยังรู้สึกอาย อาจารย์ครับผมจะทายล่วงหน้าไว้เลยครับว่า ไอ้สนธิลิ้ม ถ้ามันไม่หลบหนียอมติดคุกในไทย ผมจะกินขี้แทนข้าวเลยครับอาจารย์
โดยคุณ narongsubsangar  125.24.46.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
อยากให้พวกโง่...ได้มารับรู้ข้อมูลดีๆอย่างนี้จังครับ...เผื่อบางทีดวงเนตรจักอาจเห็นธรรมได้บ้าง
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันยินดี  125.24.20.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
สมัยหนุ่มชอบสนุกไปกับพรรคพวกในการไปให้หมอดูทายทักเรื่องต่าง ๆ แต่ไม่เคยเชื่อ ดูแล้วก็ลืมหมดเกือบจะทันที แต่มีที่ทำให้ทึ่งอยู่คนหนึ่งก็หมอดูที่ล้านนานี่แหละ ที่ทายอนาคตได้แม่นยำอย่างตาเห็น คือเรื่องเดินทางไปต่างประเทศ และการได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นของผม บอกได้แม่นถึงวันเดือนปีที่จะเดินทางและวันที่จะได้เลื่อนตำแหน่ง (ไปดู ๒ ครั้ง ห่างกันหลายปี) มีความรู้สึกทึ่งมากเพราะเป็นการทายก่อนล่วงหน้า เสียดายที่ไม่ได้ไปดูอีกเลยเป็นเวลาเกือบยี่สิบปีแล้ว ไม่แน่ใจว่าจะเป็นท่านเดียวกับผู้อาวุโสของท่านวาทฯหรือเปล่า พูดถึงพวกโหนต่องแต่งที่ดาหน้าออกมาทายทักเรื่องที่จะเกิดกับประเทศและบุคคลในรัฐบาลในปี ๕๖ แบบไม่ฟันธง (กำกวม) แล้ว ก็นั่งอมยิ้ม จากการวิเคราะห์สถานะการณ์โดยใช้ตรรกะและภาวะแวดล้อมเข้าประกอบ ไม่เห็นมีแนวโน้มที่จะเป็นไปตามคำทำนายเลย หากจะเชื่อก็ขอเชื่อท่านผู้อาวุโสแห่งล้านนาและพระอาจารย์นวยนี่แหละ นายกปูอยู่ไปแปดปี ทำให้ทุกอย่างนิ่ง สงบและเข้าที่เข้าทางแล้วจึงส่งไม้ต่อให้ผู้มีศักยภาพท่านอื่นทำงานต่อไป นายกปูก็ลงมาเป็นปูชนียบุคคลที่สง่างามให้ผู้คนกล่าวถึงคุณความดีอย่างมิลืมเลือน
โดยคุณ ไม่เคยเชื่อ  124.122.125.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
ช่วยชำแหละโฆษกปากสุนัขของพรรคดักดานหน่อยสิคะอาจารย์ ขยันออกมาเห่าเหลือเกินว่า รัฐบาลนี้ทำเสียเปรียบเขมร ทั้งๆที่ศาลโลกยังไม่ทันได้ตัดสินเลย แต่ทำไมมันไม่เห็นในสิ่งที่รัฐบาลกาลีอย่างมันสร้างสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน และพวกพันธมารเสื้อเหลืองด้วยถือดีอย่างไรมาให้รัฐบาลปฏิเสธศาลโลก (ทั้งๆที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินอะไรเลย) แล้วมันจะให้ประเทศไทยไปยืนที่ไหนในเวทีโลกนี้หรือ แล้วใครจะยอมรับประเทศไหทย หรือจะให้ประเทศไทยดักดานอย่างที่พวกมันเคยกระทำกันมา?????????????????????????????????
โดยคุณ  125.27.7.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
ปีใหม่นี้ ขอใหท่านอาจารย์มีความสุข มีสุขภาพแข็งแรง อยู่เขียนบทความที่เป็นประโยชน์มากๆสำหรับประชาชนอย่างนี้ อีกต่อไปนานๆนะครับ คนที่มีความรู้รอบด้าน และเขียนได้น่าอ่าน น่าติดตามขนาดนี้ ผมว่ายังไม่มีใครเทียบได้จริงๆครับ
โดยคุณ *** barnna
94@hotmail.com  58.9.21.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
อาจารย์วาทฯ ครับไอ้โหนต่องแต่ง ระยำสุนัขพวกนี้มันทำบ้านเมืองวุ่นวายมานักต่อนักแล้ว เมื่อไรจะตายห่าหมดเสียที วันก่อนเห็นออกเคเบิลทีวี ทำนายทักดวงเมือง ดวงนายก ปู มันเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลจริง ๆ ทำไมมันถึงไม่ทายว่าไอ้ม๊าก กับไอ้เทือก จะติดคุกเสียที อ้ออาจารย์อีกเรื่องหนึ่งครับผมว่าทีมประชาสัมพันธ์ของรัฐบาลนะอ่อนหัดจริง ๆ ไม่ทันเกมฝ่ายเขาเลย สื่อในมือตนเองด่าตนเองก็เฉย นี่ก็เรื่องเหนือเมฆ ก็หาว่ารัฐบาลสั่งแบน ผมก็ยังไม่เห็นรัฐมตรีคนไหนออกมาโต้ฝ่ายจ้องทำลายเลย ผมว่ารัฐบาลจะล้มก็ล้มเพราะรัฐมตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรีที่กำกับกรมประชาสัมพันธ์ไม่มีคุณภาพ 3 - 4 คนนี่แหละไม่ใช่เพราะฝ่ายค้านหรือแก๊งค์กวนเมืองหรอกครับ ปีใหม่ให้อาจารย์มีสุขภาพกาย ใจแข็งแรงและเข้มแข็ง อยู่เขียนบทความดี ๆ ให้พวกเราได้อ่านเพื่อประเทืองปัญญาตลอดไป บทความวันเสาร์นี้ออกช้าไปนิดหนึ่ง ใจหายหมดเลย
โดยคุณ
suaksai@thaimail.com  101.51.137.XXX

ความคิดเห็นที่ 8   
ติดตามท่านวาทมาตลอด อยากให้วิจารณ์ไอ้พวกโหนต่องแต่งมากกว่านี้ครับ
โดยคุณ นักรบคนเมือง  110.49.243.XXX 

ความคิดเห็นที่ 9   
As me the same to you, Krab !
โดยคุณ
kritromulus@gmail.com  124.121.41.XXX

ความคิดเห็นที่ 10   
คำแนะนำอาจารย์วาทฯ ฟังง่ายๆ แต่มีพลัง ถ้ารัฐบาลคุณปูฉลาดพอ สามารถนำไปต่อยอด กำหนดแนวทางสู้กับฝ่ายตรงข้ามได้แน่
โดยคุณ จรัสแสง  125.25.134.XXX 

ความคิดเห็นที่ 11   
ขอให้ท่าน วาทตะวัน มีความสุขมากๆครับปี้นี้แหละปีต่อไป ปีนี้เราก็ยังต้องคอยฟัง คำต่อแหลจากพวกอัปรีย์พวกนี้ต่อไปอีก ผมว่ายิ่งออกมาแสดงความโง่ ต่อแหลมากเท่าไร ประชาชนก็ยิ่งตาสว่าง วันนี้ไอ้มาร์คหัวปลอกก็โดดมางับเรื่องละคร เหนือเมฆ2 โดยการพ่นน้ำลายออกมาแสดงความโง่ของตัวเองอีกแล้ว แล้วมันก็หน้าแตกเหมือนเดิม พอเรื่องนี้จบมันก็ทำไม่รุ้ไม่ชี้ แล้วก็คอยจับประเด็นใหม่มาโจ่มตีอีก (ปล่อยความโง่)เรื่อยๆ สังเกตุดูตอนนี้พวกสลิ่มเวลาออกมาเสนออะไร พอพูดเสร็จก็จะหนี ปล่อยให้เป็นประเด็นคลุมเครือให้ดูเรื่องละครเหนือเมฆ2เป็นตัวอย่าง ปล่อยๆไปครับผมว่าตอนนี้คนที่เลือกข้างเวลาผ่านมา5-6ปีคงรุ้เเล้วว่าใครคิดอย่างไร
รักเคารพครับ(ก้าง ปากน้ำ)
โดยคุณ
riawchantara@yaho.com  58.11.154.XXX 

ความคิดเห็นที่ 12   
ขอให้ท่าน วาทตะวัน มีความสุขมากๆครับปี้นี้แหละปีต่อไป ปีนี้เราก็ยังต้องคอยฟัง คำต่อแหลจากพวกอัปรีย์พวกนี้ต่อไปอีก ผมว่ายิ่งออกมาแสดงความโง่ ต่อแหลมากเท่าไร ประชาชนก็ยิ่งตาสว่าง วันนี้ไอ้มาร์คหัวปลอกก็โดดมางับเรื่องละคร เหนือเมฆ2 โดยการพ่นน้ำลายออกมาแสดงความโง่ของตัวเองอีกแล้ว แล้วมันก็หน้าแตกเหมือนเดิม พอเรื่องนี้จบมันก็ทำไม่รุ้ไม่ชี้ แล้วก็คอยจับประเด็นใหม่มาโจ่มตีอีก (ปล่อยความโง่)เรื่อยๆ สังเกตุดูตอนนี้พวกสลิ่มเวลาออกมาเสนออะไร พอพูดเสร็จก็จะหนี ปล่อยให้เป็นประเด็นคลุมเครือให้ดูเรื่องละครเหนือเมฆ2เป็นตัวอย่าง ปล่อยๆไปครับผมว่าตอนนี้คนที่เลือกข้างเวลาผ่านมา5-6ปี คงรุ้เเล้วว่าใครคิดอย่างไร
รักเคารพครับ(ก้าง ปากน้ำ)
โดยคุณ
riawchantara@yaho.com  58.11.154.XXX

ความคิดเห็นที่ 13   
อยากเสนอความเห็นบ้างเรื่อง ละคร เหนือเมฆ ใครๆต่างคิดด้านเดียวตามที่ข่าวเขาบอก ส่วนผม ผมมองเรื่องการเล่นเกม เป็นไปได้ว่า..ทีมงานผู้จัดละคร หรือเมียผู้จัด(ซึ่งถ้าคิดให้ดีพวกนี้คือพวกเหลืองตัวแม่กันเลยที่เดียว) พอละครใกล้จบ เลยทำเป็นบอกว่าฉายต่อไม่ได้ คนเลยมองไปว่ารัฐบาลสั่ง รัฐบาลแบน ไม่ให้ฉาย (ถ้าแบนแล้วทำใมมาเป็นเอาตอนจะจบ ก่อนนี้ทำใมไม่มี) หรือถ้าคิดดูดีๆแล้ว ผมว่า ไม่มีใครโง่พอที่จะไปยุ่งเรื่องละครแบบนี้ น่าจะเกิดจากพวกนั้นที่เป็นพวกตรงข้ามกับรัฐบาล คะแนนนิยมลดฮวบทันที เขาทำเป็นว่าถูกรังแก ผมมองเห็นแบบนี้ครับ อยากให้ช่อง 3 ตรวจสอบให้จริงจัง ถ้าเป็นจริงตามผมว่า นก2หัว โดนหนักแน่
โดยคุณ prayoon  202.143.187.XXX 

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ ตุ๊เจ้า!... ‘แดก’ แล้ว...อย่าลืมปิ๊กกลับวัดเน้อ!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 12 มกราคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER