หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > การเมือง เรื่อง “ตลกๆ”
หัวข้อ : การเมือง เรื่อง “ตลกๆ” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

การเมือง เรื่อง “ตลกๆ”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช 

        มได้ดูรายการชื่อ The Comedians ซึ่งจัดโดยตลกอาวุโส คุณเป็ด เชิญยิ้ม กับพรรคพวก แนวการทำรายการนี้ คล้ายกับ“เดอะสตาร์” คือ ประกาศรับผู้มีแววตลก จากภูมิภาคต่างๆ มาทดสอบการแสดง (audition)  
        ผู้ที่มา ออดีชั่น คนไหนมีแววดี จะได้รับการคัดเลือกให้มีสิทธิ์ไปเข้า “บ้าน” ของสปอนเซอร์ ซึ่งก็คือ “True” เจ้าเก่า เพื่อฝึกฝนขัดเกลาให้เป็น “ตลกมีระดับ” โดยคัดเลือกจากผู้สมัครนับพัน แต่ให้สิทธิเข้าบ้านได้เพียง 20 คน เท่านั้น
        ระหว่างอยู่ในบ้านจะได้รับการฝึกฝน จะให้มีแสดงสด ต่อหน้าคณะกรรมการกันอีก ลัวค่อยๆคัดออกทีละคน จนได้ผู้ชนะเลิศเพียงคนเดียว ซึ่งคนชนะจะได้รับรางวัลไม่น้อยเลยทีเดียว

content/picdata/411/data/photo9_0919_04.jpg

        ดูตลกรุ่นใหม่ที่ชิงกันไปเข้า “บ้าน” ของ true แล้ว ผมเห็นว่าทั้งเขาและเธอเหล่านั้น พยายามแสดงกันอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะก้าวไปเป็น “ดาวตลก” ตามฝันให้ได้ 
        นี่เอง ทำให้ผมนึกย้อนไปถึงเมื่อปี พ.ศ.2550 เมื่อกรุงเทพเราจัดงาน ชื่อ The World Film Festival of Bangkok ซึ่งผมจำ “คนดัง” ที่มาร่วมงานคนหนึ่งได้ดี
        ในปีนั้น คุณหนู แคลร์ ปัจฉิมานนท์ คนสวยช่อง 3 ที่เป็นขวัญใจของผมมายาวนาน ได้สัมภาษณ์ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวโปแลนด์ ชื่อ Jiri Menzel (ยีรี่ เมนเซล) มือระดับออสการ์ หรือตุ๊กตาทอง ซึ่งเดินทางมาร่วมงาน เพื่อรับหน้าที่เป็นผู้มอบรางวัล ให้กับผู้ที่ชนะในการประกวดครั้งนี้ด้วย 
        ตอนนั้นยีรี่ เมนเซล มีอายุ 69 ปี แล้ว แต่ดูท่าทีแล้ว เขายังกระฉับกระเฉงมากทีเดียว

        คุณยีรี่ เมนเซล ผู้นี้ ได้รับรางวัลตุ๊กตาทอง สำหรับภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศในเรื่อง Closely Observed Trains ตั้งแต่ปี 1967 ตั้งแต่เขาอายุยังไม่ถึง 30 ปี ซึ่งเพื่อนร่วมชาติถือว่า เขา เป็นแบบฉบับระดับ “ตำนาน” ของชาวเช็คโกสโลวาเกียเลยทีเดียว
        ในระหว่างการสัมภาษณ์นั้น เมนเซลได้ตอบคำถามเกี่ยวกับภาพยนตร์ตลก ที่เขาบอกว่าคนทั้งหลายชอบเรื่องตลก และเขาบอกว่า 
        “ตลกแฝงความจริง...เอาไว้ในความขบขัน”       
        ครับ!...ประโยคทองนี้ โดนใจผม... “ตูม” เข้าให้!

        มเคยเห็นและได้รู้จักบรรดาเด็กหนุ่มสาว ที่มีโอกาสขึ้นมาเป็นนักแสดงระดับ “ดารา” ในบ้านเราจำนวนมาก และพบว่า 
        มีจำนวนไม่น้อยเลย ที่ขึ้นมาเพียงชั่วคราว คือ “ดัง” ยังไม่ทันข้ามปี หรือข้ามไปแค่ปีเดียว ก็ร่วงผล็อยลงเสียแล้ว เรียกว่า 
        “ดังเร็ว...ดับเร็ว”        
        ดาราหนุ่มสาวที่อยู่ยงคงกระพัน นอกจากต้องมีฝีมือแล้ว ยังต้องมีนิสัยดีอีกต่างหาก เพราะเมื่อเล่นบทระดับพระเอกนางเอกได้สักพัก พอวัยมากขึ้น แค่ 30 บวกกับอีกนิดหน่อยเท่านั้น ผู้คนก็หาว่า  
        “แก่แล้ว” 
        มันน่าตกใจมาก เพราะเจ้าตัวคิดว่ายังไม่แก่อย่างที่มีการกล่าวหากัน แต่หากเขาหรือเธอ ยังอยากมีงานต่อไป ก็ต้องฝืนผันตัวเอง ไปเล่นเป็นตัวพ่อแม่ หรือเปลี่ยนจากพระเอกหรือนางเอก กลายเป็นผู้ร้ายนางร้ายไปโน่นเลย อะไรทำนองนี้

        ตรงนี้เอง ที่ผมเห็นว่า แตกต่างจากพวก “ดาวตลก” อย่างกลับกัน เพราะตลกยิ่งอายุมาก กลับยิ่งดี เหมือนมะพร้าวแก่เอาไปคั้น ก็ได้หัวกระทิทั้งข้นทั้งมัน นำมาใช้งานปรุงอาหารได้รสชาติดีอีกต่างหาก 
        ดังนั้น ตลกสูงอายุนั้น ส่วนใหญ่แล้ว สามารถทำมาหารับประทานได้ อย่างอยู่ยั้งยืนยง แบบอายุเป็นเพียงตัวเลขเท่านั้น แถมค่าตัวก็ยังสูงขึ้นด้วย ไม่เหมือนพระเอกนางเอก พอเลื่อนชั้นเป็นตัวพ่อแม่หรือตัวประกอบ ค่าตัวลดน่าใจหายแทน

        ดูตัวอย่างที่เราเคยเห็นกันมา ไม่ว่าจะเป็นดาราตลกแถวหน้า เช่น ล้อต๊อก ชูศรี สมพงษ์ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันผู้ล่วงลับจากโลกใบนี้ขึ้นไปตั้งคณะบนสวรรค์หมดแล้ว สามารถพิสูจน์เรื่องที่ผมพูดได้เป็นอย่างดี เพราะทุกคนมีงานชุกชุม จนแทบถึงวันสุดท้ายของชีวิตกันทั้งนั้น
        มาถึงรุ่นใหญ่ในปัจจุบัน ก็ยังยืนหยัดและยังขายออกได้ดี เช่น คุณเด่น คุณเด๋อ คุณเทพ คุณเป็ด เชิญยิ้ม และที่ตามมาหน่อย ไม่ห่างกันนัก เพราะใกล้เคียงกัน ชนิดพอเอื้อมมือแตะหลังกันได้ ก็คือ คุณโน๊ต เชิญยิ้ม 
        ซึ่งกลายเป็น “เสี่ยโน้ต” ไปเรียบร้อยแล้ว!
        รุ่นย่อมลงมาอีกนิดก็มีหลายคน ที่เห็นบ่อยก็คือ ลูกศิษย์คนสำคัญของเสี่ยโน้ต คือ คุณเท่ง เถิดเทิง (คนนี้ “ดัง” มากจริงๆ) คุณหม่ำ จ๊กม๊ก คุณนุ้ย คุณตั๊ก รวมทั้งน้องสาวคุณเท่ง ที่ผู้คนชอบไม่น้อย คือ คุณส้มเช้ง รวมทั้งพวกที่เคยเล่นละครชุด “ก่อนบ่าย คลายเครียด” ที่มีเคยข่าวน่าปลื้มของชาวคณะว่า
        เจ้านายของชาวไทยเรา ยังทรงโปรดรายการนี้!

        ส่วนตลกวัยรุ่น ที่ตามชักแถวไล่กันมา รวมกับตลกรุ่นกลาง และใหญ่ กลายเป็น “กองทัพตลก” ที่มีการรวมตัวเหนียวแน่นเป็นองค์กร มีงานมีการที่ดี มีสถานที่แสดงมากขึ้น เพราะตลกเล่นไม่ต้องใช้พื้นที่มาก เหมือนการแสดงอื่น อย่าง ดนตรีลูกทุ่ง ที่ไปกันที ขนไปหลายคันรถบัส ต้องมีการตระเตรียมจัดเวทีวุ่นวาย ส่วนตลกนั้น นั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ไปคาเฟ่ พอถึงก็กระโดดลงเล่นได้เลย       
        รายได้ของตลก ขึ้นกับความสามารถ พวกรุ่นใหญ่ รุ่นกลาง ก็สบายไปเกือบหมดแล้ว บางคนผันตัวไปเป็ผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์ หลายคนมีฐานะดี เป็นเศรษฐีมีเงินสิบล้านร้อยล้าน ส่วนรุ่นเล็กก็หากิน เลี้ยงตัวได้สบายๆ ไม่ต้องลำบากเหมือนตลกรุ่นโบราณ ซึ่งน่าดีใจแทนศิลปินตลก ที่สร้างเสียงหัวเราะให้แก่ผู้คน  
        มีคำถามว่า 
        ทำไม ‘ดาวตลก’ จึงสามารถยืนระยะ อยู่ในหัวใจผู้ชมชาวไทย กันได้นานนัก?
        บอกได้เลย ว่า 
        เหตุผลนั้น อาจเป็นเพราะ...

        ารแสดงตลกไม่ว่าชาติใด มีการนำเอาชีวิตจริงของชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นความเดือดร้อนลำเค็ญ น้ำท่วม ไฟไหม้ พายุเกย์ สึนามิ ฯลฯ เหล่านี้เอามาเรียบเรียง เป็น “เรื่องตลก” ได้หมด
        ตลกอย่างเดียว ถ้ายังไม่พอเอา... 
        เอามุกตลกเล่า..มา “คลุกน้ำตา” กันก็ยังได้...แน่ะ!

        กล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า การแสดงตลกนั้น ได้สะท้อนชีวิต ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ออกมาจริงๆ เช่น
        รถเมล์ขึ้นราคา เครื่องสำองค์ปลอมทำลายผิวหน้าแม่ยาย พนักงานกทม.หรือเทศบาล ไม่มาเก็บขยะตามเวลา น้ำไม่ไหล ส้วมตัน ค่าน้ำมันแพงขึ้นอย่างหฤโหด ฯลฯ สามารถจับเป็น “มุก” ปล่อยออกมา ให้คนดูฮาได้ทั้งนั้น 
        ตลกจึงเหมือนเพื่อน เกิดมาร่วมทุกข์ร่วมสุขกับชาวบ้าน อย่างเราๆท่านๆ ไม่ได้ต่างกันเลย
        นี่เอง ทำให้คำพูดว่า “ตลกแฝงความจริง เอาไว้ในความขบขัน” ของคุณยีรี่ เมนเซล...
        จึงถูกใจผมนัก!

        ตลกเมืองไทยนั้นจะหลีกเลี่ยง ไม่ค่อยจะพูดถึง หรือออกมุกเรื่อง “การเมือง” ไม่กล้าแม้แค่ออกมุกตลกแบบ “เสียดสี” อย่างตลกพม่า ที่ไม่กลัวคุก ทั้งๆที่รู้ดีว่า หากขืนออกมุกเสียดสี ต้องติดคุกแน่
        ผมยกย่องตลกพม่ามาก ดังที่เคยเล่าเอาไว้แล้วในบทความชื่อ มหาตลกพม่า-อภิมหาตลกไทย...ใครเก่งกว่ากัน!? (ซากานาร์ vs ล้อต๊อก) ซึ่งพิมพ์ลงในหนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ที่โด่งดังไปแล้ว 
        ไม่ใช่นาย “ซากานาร์” คนเดียวเท่านั้น ทีเสียดสีการเมืองเป็น แต่เพียงคนเดียว ตลกพม่าคณะอื่นก็ ยังมีความกล้าหาญชาญชัย ในการแสดงออกทางการเมือง ไม่ต่างไปจากนาย “ซากานาร์” หรืออยู่ในระดับเดียวกัน ยกตัวอย่างให้ดูก็ได้

        คณะตลกที่ว่านี้ ชื่อ The Moustache Brothers หรือเรียกในภาษาไทยว่า “ตลกคณะนายหนวด” เพราะคณะนายหนวดนี้ ตั้งขึ้นโดยนาย อู ปาปา เลย์ (U Pa Pa Lay) กับญาติชื่อนาย อู ลู ซอว์ (U Lu Zaw) ที่มีหนวดเหมือนกัน ส่วนอีกคนไม่ใช่ญาติ จึงไม่ยอมให้ขนขึ้นรกริมฝีปาก 
        การแสดงของตลกคณะนี้ ก็จับใจคนพม่ามาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตลกเสียดสีพวกทหารเผด็จการทั้งหลาย อย่างเช่นนาย อู ปาปา เลย์ แกปล่อยมุก “หมอฟัน” ให้ชาวบ้านฟัง ว่า

        ระทาชายพม่านายหนึ่ง เดินทางไปอินเดียประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปถอนฟันที่ร้านของทันต์แพทย์ชาวอินเดีย 
        หมอฟันชาวโรตี บอกให้คนปวดฟันนอนลงบนเก้าอี้ แล้วฉีดยาชาให้ เพียงไม่กี่นาที หมอก็ดึงฟันซี่ที่ปวดออกมาได้อย่างเรียบร้อย 
        หลังจากจ่ายเงินรูปีค่าถอนฟัน ให้กับหมอต่างประเทศแล้ว คนที่เพิ่งถอนฟันใหม่ๆ ก็เตรียมเดินทางกลับ เข้าไปในประเทศพม่าเหมือนเดิม 
        หมอที่ถอนฟันให้ ดูเหมือนจะมีสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจ พูดกับชาวพม่าคนไข้ว่า 
        “เดี๋ยว...อย่าเพิ่งไปขอถามอะไรหน่อย” 
        ชายชาวพม่าชงัก ถามหมอว่า ต้องการอะไร?
        “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากถามว่า หมอฟันพม่าที่ได้บอร์ดจากอังกฤษ เก่งๆและมีฝีมือก็มีอยู่ไม่ใช่น้อย...” 
        หมออินเดียถอนหายใจ ก่อนถามต่อเพราะความสงสัยยังไม่จบ
        “...ทำไมเรื่องถอนฟันแค่นี้ ไม่เห็นคุณจะต้องเสียเวลา ถ่อมาหาผมถึงอินเดียเลย มันเกิดอะไรกับทันตแพทย์พม่า พวกเขาหยุดงานหรือสไตรค์กัน หรืออย่างไรแน่?”       
        “ไม่มีอะไรหรอกครับหมอ” หม่องตอบเรื่อยๆ แล้วพูดต่อด้วยเสียงเบาๆ       
        “หมอฟันที่นั่น หากินไม่ได้แล้ว!”
        “ทำไมล่ะ!!?” หมอฟันอุทาน แต่...
        ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงทันตแพทย์ภาระตะดีนัก ลูกค้าที่เพิ่งโดนถอนฟัน ส่งเสียงแว้ดออกมาดังลั่น...

        “ก็ไอ้เผด็จการ...ทหารระยำน่ะซี้ มันห้ามพวกเราพลเมืองพม่า...อ้าปากเด็ดขาด!!!”

        แค่นี้...คนพม่า “ฮาตึง” กันไปแล้ว

        ตลกเสียดสีแบบนี้ มันจะไปถูกใจทหารเผด็จการได้อย่างไรกัน จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ตลกคณะนายหนวดพม่า ต้องมีอันเป็นไปทางเข้าคุกไปตามระเบียบ...
        ถูกจำคุกไป 6 เดือนเต็มๆ!     
        แค่ออกมุกตลกเท่านี้ ยังเอาไปใส่คุก ถึงครึ่งปี...ดูมัน!!
        ผมว่า ไอ้พวกเผด็จการฉิบหาย ไม่ว่าชาติไหนๆ รวมทั้งเผด็จการไทยแลนด์ และ “กากเดน” ที่หลงเหลือของพวกมันด้วย จิตใจและสันดานของไอ้คนพวกนี้ มันแปรปรวนง่ายดายเหลือเกิน เที่ยวหวาดระแวงผู้คนเขาไปหมด ไม่เว้นแม้แต่...
        โคตรพ่อโคตรแม่ ของพวกมันเอง!!!

        น่าแปลกใจ ที่ประชาชนในบ้านเมือง ซึ่งมีการปกครองแบบเผด็จการ สิ่งที่ทำให้ชาวบ้านของประเทศนั้นๆ พอมีความสุขได้ หรือมองเห็นว่า ชีวิตพอมีความน่าอภิรมย์บ้าง คือ การหาเรื่องด่าทอ ถากถาง เสียดสีผู้ปกครอง หรือระบอบที่กดขี่ประชาชน นั่นแหละ
        จิตใจของชาวบ้าน จึงจะ...ดีขึ้น!
        ในประเทศของเรา คนไทยรวมทั้งผู้เขียนด้วย ตกอยู่ใน “สัจธรรม” เดียวกันนี้ ไม่ได้แตกต่างไปเลย!!
        ...555...

        ารได้ด่าพวกเผด็จการ หรือผู้ปกครองที่ไม่เป็นธรรม นั้น เป็นการผ่อนคลายความรู้สึกอึดอัด ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างดี แม้แต่รัสเซีย ในยุคที่เป็น สหภาพโซเวียต ซึ่งในสมัยที่อยู่ในระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์แท้ๆ ก่อนที่จะผ่อนคลายกฎเข้ม เพราะการล่มสลายของสหภาพ และแตกตัวออกเป็นประเทศเล็กประเทศน้อยหลายๆประเทศ นั้น
        ไม่น่าเชื่อว่า “ดัชนีความสุข” ของชาวรัสเซีย ยังสูงกว่าประเทศไทยบ้านเรา อยู่หลายอันดับ!
        ที่ดีกว่า อาจเป็นเพราะ ชาวบ้านรัสเซียนิยมสุมหัวกันด่า นินทา ผู้ปกครองเผด็จการของเขา มากกว่าไทยแลนด์ อย่างนั้นหรือ!!?
        ผมยังสงสัย!!!

        ท่านผู้อ่านที่เคยดูหนังดัง เรื่อง Moscow on the Hudson ซึ่งโรบิน วิลเลี่ยม (Robin Williams) เล่นเป็น วลาดิเมียร์ อีวานอฟ (Vladimir Ivanoff) นักแซกโซโฟนในวงดนตรีชาวรัสเซีย ที่แปรพักตร์ ขอลี้ภัยการเมืองเข้าสหรัฐ นั้น
        ท่านคงพบว่า ผู้เล่นเป็นคุณพ่อของวลาดิเมียร์ ซึ่งแสดงได้ประทับใจผู้คนมากจริงๆ นักแสดงคนนี้มีชื่อเสียงเรียงนาม ว่า
        Elya Baskin

        นักแสดงผู้นี้ เป็น “ตลก” ฝีมือร้ายกาจของรัสเซีย แต่เป็นคนเชื้อสาย “ลัตเวีย” เคยได้รับรางวัลในงาน Festival of Young Actors Award ที่ Moscow Comedy Theatre ในฐานะนักแสดงตลกยอดเยี่ยม ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และการมีชีวิตอยู่ในรัสเซีย ทำให้ เอลยาบาสกิ้น ซึมลึกถึงวัฒนธรรม การเสียดสีระบบการปกครองที่เข้มงวด แบบคอมมิวนิสต์ การแสดงจึงออกมาเนียนมากๆ ทำให้ผู้ชมมีอารมณ์ร่วมไปด้วย       
        ในหนังเรื่องฮิต Moscow on the Hudson การยก “นิ้วกลาง” ขึ้นตะเบ๊ะ หรือวันทยหัตถ์ ทำความเคารพ “ท่านผู้นำ” ของคุณเอลยา บาสกิ้น นั้น จับใจผู้ชมทั้งโลก 
        รวมทั้งผู้เขียนด้วย!

        ดังนั้น หากละครเรื่อง “เหนือหมา” จากบทประพันธ์ของ “วาทตะวัน” ที่นำเสนอท่านผู้อ่านไปเมื่อสัปดาห์ก่อน หากได้สร้างเป็นละครแล้ว...
        ผมเห็นจะต้องไม่ลืมใส่รายละเอียด เอาไว้ในบท ตอน
นายพลเฒ่า “เป๋า สี่โสก” นำคณะทหารที่ทำรัฐประหาร ปรากฏกายต่อสาธารณชน หลังการยึดอำนาจสำเร็จเสร็จลงแบบ เรียบร้อยโรงเรียน “ป๋า” แล้ว 
        นั่นคือ...

        ....พอพวกผู้เผด็จการกลุ่มนี้ โผล่หัวกบาลออกมา ให้เห็นพร้อมคณะรัฐประหาร บนจอทีวี หรือบนเวทีละคร เท่านั้น

        นักแสดงที่เข้าฉากทุกคน ลุกขึ้นยืนตรง ยกนิ้วกลางเพียงนิ้วเดียวขึ้น “ตะเบ๊ะ” อีตาป๋า “เป๋า สี่โสก” โดยพร้อมเพรียงกัน

content/picdata/411/data/photo9_0919_05.jpg

        คนดูละครอย่างเราๆท่าน อาจมีอารมณ์ร่วม ถึงขั้นพร้อมใจกัน ลุกขึ้นยืนพรึบพรับ และยกนิ้วกลาง ชูสนับสนุน ป๋า “เป๋า สี่โสก พร้อมคณะรัฐประหาร อย่าง “ไอ้หนู” ที่เห็นในภาพนี้ ก็เป็นได้...

        ใครจะไปรู้!!!?

................

ท้ายบท อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ “เหนือหมา” กะ ป๋า “เป๋า สี่โสก”
 (
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=409)
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ฮา ฮา ฮา ช่วยนำละครเรื่องนี้ ไปเล่นเวทีกลางแจ้งอย่างสนามหลวงด้วย โดยคุณ ดูกัน ทั้งบ้าน ทั้งเมือง  101.108.238.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
จากกองพิจารณาและสรรหา บทละคร ทุยทีวีสีช่อง1
“เนื้อหาบทละครสนุกและตื่นเต้น น่าติดตาม แต่คงต้องแสดงความเสียใจมายังท่านวาทตะวัน ที่ไม่สามารถนำบทละครนี้ไปสร้างเพื่อออนแอร์ได้ เพราะทางคณะสรรหาฯได้นำเรื่องย่อไปให้ผู้ทรงคุณวุฒิ ในสหวิชาชีพ ตรวจดูแล้ว มีนายจิตแพทย์และนายแพทย์ผู้ร่วมคณะพิจารณา ให้ความเห็นว่า
บทละครของท่าน นั้นอาจมีผล ทำให้เส้นเลือดฝอยรอบๆรูทวาร ของผู้ใช้รูทวารนอกเหนือภารกิจหลัก เป่งบวมและอาจแตกได้ อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมาน จากการงดเว้น การใช้รูทวารไปในทางอื่น ทางคณะฯหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านวาทตะวันจะยังคงรังสรรค์งานเขียนดีๆที่เหมาะจะทำเป็นละครที่สามารถออนแอร์ได้มาอีกเรื่อยๆ โดยไม่กระทบกระเทือน กับรูทวารของผู้ใด” ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง “กองพิจารณาและสรรหา บทละคร ทุยทีวีสีช่อง1”
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันคันฝี  125.24.28.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ท่านวาทฯก็ ประเทศทุยที่เป็นต้นกำเนิดของละครเรื่อง "เหนือหมา" เขาเจ็บช้ำกันมามากพอแล้ว เดี๋ยวประเทศสารขันฑ์นำไปสร้างจริง ๆ ก็ได้ถูกแบนกันให้วุ่นวายอีกหร็อก
โดยคุณ สี่โสกไม่มีกระเป๋า  124.120.121.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อ่านบทความของท่านทีไร นอกจากได้ความรู้มากมายแล้ว ไม่มีครั้งไหนเลยที่จะไม่หัวเราะกับชื่อต่าง ๆ ที่ท่านตั้งขึ้น
โดยคุณ อยากเป็นลูกศิษย์ท่านวาทตะวันบ้างจัง  74.72.221.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
สะใจโว้ยยยยย
โดยคุณ นักรบคนเมือง  110.49.235.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
คิดได้เนอะอาจารย์ อ่านแล้วเห็นภาพพวกเหี้ยที่พูดถึงในบทละครย่อหมดเลย อ้าวเชิญไอ้ช่อง tผีบีเอส นำบทไปสร้างถ้าไม่มีทุนเดี๋ยวจะช่วยสมทบให้ ลงทุนน้อยชิบหายเลยค่าลิขสิทธิ์อาจารย์วาทก็ไม่คิด ใจถึงหน่อย tpbs ดาราก็ สนธิตีน กับอีนางอะไรที่อยู่ช่อง เนชั่วนะ รับรองได้เงินแน่ อาจารย์วาทใจบุญจังเลย ให้บทเขาฟรี ๆ ได้อย่างไร คิดเขาสัก 50 สางค์ก็ยังดี เพราะช่องนี้เขาจน ประกอบกับพวกผมหลายคนเลิกกินเหล้า และบุหรี่แล้ว เขาจะเอาภาษีมาจากไหนมาเลี้ยงตัวเองละ อาจารย์
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเกลียดป๋าเป่าสี่โสก  101.51.226.XXX

ความคิดเห็นที่ 7   
เขาคงไม่รู้สึกอะไรหรอกมั้งคะอาจารย์ เห็นออกสื่อโต้ จะทำ "เหนือหมา 3" ด้วย อาจารย์ก็อย่าลืมเขียน เหนือหมา 2 เหนือหมา 3 ออกมาแข่งกับคุณนก2หรือ 2นก ด้วยนะคะ
โดยคุณ  125.27.17.XXX 

ความคิดเห็นที่ 8   
ยังนึกถึงคำตอบของคุณอชิรวิทย์ ต่อนายหัวปลอกเรื่องหมาเฝ้าบ้านเมื่อปีที่แล้วอยู่เลย ท่านแจกแจงได้ดีทีเดียวถึงวีรกรรมดีแต่พูดของนายหัวปลอก
โดยคุณ  125.27.17.XXX

ความคิดเห็นที่ 9   
แล้วไอ้หมากระเป๋า ที่เสนอหน้าออกมาบ่อยๆ มันเป็น "หมากระเป๋า ค่ายสี่โสก" ด้วยหรือเปล่า?
โดยคุณ เปี๋ยว สองโสก  125.25.13.XXX 

ความคิดเห็นที่ 10   
สนุกจริง เหนือหมา
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.16.XXX 

ความคิดเห็นที่ 11   
อ่านเรื่องย่อบทละครแล้ว หากมีคนนำไปสร้างหนัง/ละคร คงสนุกมาก อยากเห็นจังงงง
โดยคุณ
chamnienx@gmail.com  171.96.56.XXX 

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ การเมือง เรื่อง “ตลกๆ” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER