หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > Hall of Scissor “หอปากตะไกร” (มีไว้เสียดสี นักการเมือง)
หัวข้อ : Hall of Scissor “หอปากตะไกร” (มีไว้เสียดสี นักการเมือง) เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

Hall of Scissor “หอปากตะไกร” (มีไว้เสียดสี นักการเมือง)

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อลัมน์ การเมือง เรื่อง “ตลกๆ” สัปดาห์ฉบับก่อน ผมได้เล่าเรื่องตลกพม่าชื่อ คณะ The Moustache Brothers หริอ “ตลกคณะนายหนวด” ให้ท่านผู้อ่านฟัง แต่ลืมเสริมความเห็นไปให้ชัดๆด้วย ว่า 
        ถ้าชนชาติใดเคยถูกกดขี่มาก่อน จะพูดจาเสียดสี ถากถาง เหน็บแนม ด่าว่า ผู้ปกครองอยู่เสมอ ในที่สุดจะกลายเป็นชนชาติที่
        ทั้งเล่าเรื่องตลก และเขียนเรื่องตลก ได้เก่งกาจ! 
        เหตุผลง่ายๆแต่เป็นจริง คือ พวกที่ถูกกดขี่มานาน อารมณ์จะเครียด ถ้าต่อต้านผู้กดขี่ไม่ได้ เพราะฝ่ายนั้นมีกำลังเหนือกว่า พวกมักจะระบายความคับแค้นออกทางคำพูด แต่เพื่อให้ไม่เครียดจนเกินไป มักมีอารมณ์ขันแบบด่าไปด้วยเสียดสีไปด้วย หรือ ด่าไปด้วยถากถางไปด้วย ฯลฯ เช่น พวกยิว พวกรัสเซีย นี่เห็นได้ชัด

        สำหรับชนชาติ “ยิว” นั้น ผมยกนิ้วให้ในเรื่องอารมณ์ขันของเผ่าพันธุ์นี้เป็นพิเศษ เพราะถูกกดขี่ข่มเหงมานานนับพันปี ความคับแค้นทำให้พวกเขาสะสมคำด่า คำพูดเสียดสี คำถากถาง คำพูดเสียดแทงหัวใจคน ตลอดจนคำ “แช่ง-ด่า” หรือที่เรียกว่า Jewish Curse ที่เป็นคำด่าและคำแช่งชักหักกระดูก ในแบบที่มีสีสันลวดลายจริงๆ 
        ยกตัวอย่างให้ดูก็ได้ เช่น 
        “ขอให้หมอถอนฟันเอ็งผิดซี่...เหลือไว้แต่ซี่ที่ปวด!” หรือ
        “ขอให้เอ็งยืมเงินใครไม่ได้...นอกจากขอทาน!”

        ฟังแล้วรู้สึก “ขำ” แต่ต้อง “คิด” นิดนึงก่อน กว่าจะขำได้!!

        เรื่องการนินทา ด่าทอ เสียดสี ถากถางฯลฯ นั้น คนไทยชอบเพราะเห็นว่าเป็นเรื่อง “ตลกขบขัน” แต่ฝรั่งไม่ได้มีความรู้สึกสนุกสนาน ต่อคำด่าทอ อย่างนั้น เหมือนพวกเราคนไทย
        ผมขอยกตัวอย่าง ให้ท่านผู้อ่านเห็นจากวรรณกรรมสำคัญเรื่อง สี่แผ่นดิน ของท่านอาจารย์ พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ตอน “แม่พลอย” นางเอก เล่าให้ “แม่ช้อย” เพื่อนสนิทชาววังด้วยกัน ฟังว่า

        มีผู้ชาย (คือ “คุณเปรม”) มาคอยดักดูหน้าวัง แม่พลอยบอกว่าไม่ชอบและรำคาญมาก 
        วันหนึ่งคุณเปรมไปดักดูแม่พลอย ซึ่งเธอออกจากวังไปพร้อมแม่ช้อยเพื่อนสนิท และ “นางพิศ” บ่าวประจำตัวของพลอย
        พอคุณพลอยเห็นคุณเปรม จึงกระซิบบอกคุณช้อยว่า คนนี้แหละที่เที่ยวตามดูเธอจนรำคาญ
        เท่านั้นเองแม่ช้อยหรือคุณช้อย ก็ออกลีลา เดินไปหา“นางพิศ” บ่าวของพลอย แล้วแผลงฤทธิ์ด้วยการพูดขึ้นทันที

        “นางพิศ” ช้อยเสียงแปร๋น 
        “เอ็งน่ะสันดานไพร่ เอ็งรู้ไหม?”
        “รู้เจ้าค่า” 
        นางพิศผู้ซึ่งไม่ได้รับการแจ้งเตือนมาก่อนว่า จะมีการด่ากันในวันนี้ แต่หล่อกลับขานรับได้ทันที ราวกับมีการเตี๊ยม หรือเสี้ยมสอนกันไว้ก่อน     
        คุณช้อยกระแทก ซ้ำเข้าไปอีก
        “สันดานไพร่อย่างเอ็ง ถ้าจะไม่เคยเห็นคนซีนะ เห็นใครเขาถึงได้จ้องเอา มองเอา อย่างกับคนไม่เคยพบ”
        “โอ้ย เจ้าประคู้ณ! พ่อแม่ของบ่าว มันไม่เคยสอนมาเจ้าค่ะ”
 
        นางพิศตีขลุม สวมบทประสมรอยเพื่อนนาย แล้วพูดต่อ...

        “บ่าวมันขี้ข้าสารเลว เห็นผู้ลากมากดี ก็ไม่เจียมตัว เที่ยวมองท่าน ให้เป็นเสนียดจัญไร คนอย่างนี้ มันต้องโดนหวาย โดนกรวนเสียบ้าง แหละดี”
        (กรวน=ตรวน)

        น่าสงสารผู้ชายคนนั้น คือ คุณเปรม พระเอก (ซึ่งต่อมาได้เป็นสามีของคุณพลอย และอยู่จนตายจากกัน) พอได้ยินช้อยและนางพิศเขย่าขวัญ ด้วยการโต้ตอบแบบ “แขวะ” ถึงตนเท่านั้นเอง 
        ลูกผู้ลากมากดีอย่างคุณเปรม กันถึงใจเสีย หน้าสลดลงทันที รีบเดินหลบ 
        หายจ้อย...ไปเลย! 
        ฝ่ายช้อยเดินกลับมาหาพลอย ด้วยความภาคภูมิใจ อย่างนักรบผู้ชนะศึกด้วยศาสตราวุธ คือ “คารม-คมด่า” ชวนพลอยกลับเข้าวัง
        พอพ้นประตูวังเท่านั้น แม่ช้อยก็พูดขึ้นทันที ว่า

        “แม่พิศ แม่ทูนหัวของช้อย กลับไปถึงตำหนัก แม่อยากได้อะไรที่เป็นของฉัน ก็ไปเลือกเอาได้ทีเดียว”
        “ไม่เป็นไรหรอกคุณช้อย” นางพิศตอบอย่างภูมิฐาน 
        “นิดหน่อยเท่านั้นแหละเจ้าค่ะ”
        “พิศรู้หรือเปล่าว่า ฉันจะด่าใครเมื่อกี้นี้น่ะ?” ช้อยถาม
        “ไม่รู้หรอกเจ้าค่ะ” นางพิศตอบ

        “แต่ก็ช่างมันปะไร คุณด่าใคร บ่าวเอาด้วยทั้งนั้น ให้มันเรียงหน้ากันเข้ามาเถอะ!”

        เท่านี้คนไทยก็รู้สึก “ขำ” ยัยพิศแล้ว เพราะแกเป็น คนไทยแท้ๆ ไม่รู้ว่าใครด่าใคร กูผสมโรงด่าด้วยได้เสมอ ยิ่งมาด่าเจ้านายหรือพวกของเจ้านายกูด้วย ยอมไม่ได้...
        ต้องด่าให้สะบัด... “เช็ดแม่-แช่เม็ด” กันไปข้างหนึ่งเลย!

        ผมเคยแปลเรื่องของแม่พลอย ตอนคุณเปรมถูกด่าหน้าวัง ให้ฝรั่งฟัง แล้วถามความเห็น ว่า 
        ขำหรือเปล่า?
        ฝรั่งบอกตรงๆว่า 
        “ไม่ขำ” 
        พวกฝรั่งคงสงสัยว่า แค่ “ด่า” กันเท่านั้น แทนที่คนไทยจะโกรธ 
        ทำไมถึง “ขำ” ...ประหลาดแท้ๆ!!       
        นี่ขนาดฝรั่งที่ผมแปลให้ฟัง ยังไมเคยดู “ลำตัด” และได้เห็น ได้ดู นอกจากจะคิดในใจว่า 
        อะไรกันวะ แค่ด่ากัน ก็ขำแล้ว! 
        ฝรั่งหนังหมูจะแปลกใจยิ่งไปกว่านั้น หากไปเห็นการแสดงอย่าง “ลำตัด” ที่ด่ากันสะบั้นหั่นแหลก แถมยังเก็บเงินจากคนไปนั่งฟังเขาด่ากันได้อีก พวกตาน้ำข้าวคงส่ายหัวแล้วบอกว่า
        “อะไรวะ เสียเงินไปฟังคนด่ากัน พิลึกจริง คนไทยนี่!”    

        มีคนบางจำพวก ที่ได้กลายเป็นเป้าหมายสำคัญ สำหรับการด่ามากกว่าอาชีพอื่น ซึ่งหากชาวบ้านได้ “เสียดสี” หรือ “ด่า” หรือ “ประณาม” ฯลฯ หรือ แม้แต่แค่ฟังเขาด่าคนพวกนี้ให้ฟัง ก็มีความสุขแล้ว 
        คนจำพวกที่ผมว่านี้ คือ
        “นักการเมือง”
        การด่าว่า ประชดประชัน หรือถากถางเสียดสี นักการเมือง หากผูกเป็นเรื่องเป็นราว จะได้รับอรรถรสมากขึ้น!

        ผมจะลองผูกเรื่องขึ้นเอง เพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับท่านผู้อ่าน ที่อยากทำให้ชีวิตมีรสชาติ จะได้ใช้เป็นแนวทาง ผูกเรื่องสำหรับตัวท่านเอง เอาไว้ด่านักการเมืองดูบ้าง 
        ท่านผู้อ่านลองดูเรื่องต่อไปนี้ นะครับ

        าวบ้านสองคน ขึ้นรถยนต์จากรามคำแหงไปทางย่านหนองจอก คนหนึ่งขับ ส่วนอีกคนนั่งคู่ที่เบาะด้านหน้า 
        รถผ่านอาคารที่มีลักษณะใหญ่โต มีร่องรอยว่า เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาไม่นานนัก และยังไม่ได้เปิดใช้งาน แต่ปิดเงียบ และมีป้ายแสดงว่าเป็น 
        “สนามฟุตซอล” 
        แม้ยังไม่มีการเปิดใช้งานเลย แต่กลับมีป้ายปิดประกาศ ว่า 
        “อยู่ระหว่างการปรับปรุง”

        คนที่ 1 ซึ่งเป็นคนนั่ง พูดขึ้นว่า
        “เฮ้ย...นั่น‘กุโบร์’ นี่หว่า” (‘กุโบร์’ =สถานที่ฝังศพคนมุสลิม)
        คนที่ 2 ซึ่งทำหน้าที่ขับรถ ร้องขัดขึ้นว่า 
        “เฮ้ย...ไม่ใช่‘กุโบร์’…ไอ้โง่!” 
        ด่าเข้าให้ ก่อนพูดต่อ

        “นั่น ‘สุสาน’ ของ ไอ้ ‘หม่อมแอ๋’ มัน ไงล่ะ!”
        แค่นี้...คนรู้จักอีตา “หม่อมไร้ต๋อย” เพราะแกมีชื่อเสียว่า เอาแต่ร่ำสุรา “เมาแอ๋”ทั้งวัน เลยโดนเหล้าแดกจน “เอ๋อ” ได้ยินเข้า แค่นี้... 
        ก็ได้ “ฮา” กันแล้ว!!

        ถ้ายัง “ฮา” กันไม่พอ ผมต่อให้อีกหน่อย ก็ได้...

        คนที่ 1 ฟังคนที่ 2 อธิบาย แล้ว พูดขึ้นว่า
        “กูว่า...ไอ้หม่อมแอ๋นี่ มันน่าจะรวยมากเลยนะ สร้างสุสานซะใหญ่โตโอฬาร ยิ่งกว่าฮวงซุ้ยเศรษฐีจีนที่บ้านบึงอีก แต่ทำไมมันกลับทิ้งว้าง ทิ้งร้างซะเฉยๆ มันคงเอาเงินมรดกมาสร้างแน่ๆ 
        ...เอ็งว่าไม้?”
        ถามเชิงออกความเห็น แต่...
        คนที่ 2 กลับตอบตัดบทห้วนๆแต่แสบสันต์...

        “ไม่ใช่เงินของ ‘โคตรพ่อโคตรแม่’ ไอ้หม่อมแอ๋มันหรอก... 
        ไอ้เวรนี่มันเอางบ ไทย ‘แดก-เข้มแข็ง’ มาสร้างน่ะ!!!”

        ฮาแตก...ฮาแตนเลย อีทีนี้!!!555

        นไทยโดยทั่วไป เรื่องพูดจาถากถางเสียดสีนั้นเก่งนักหนา และที่เก่งกว่าผู้เขียนนั้น ยังมีอีกเยอะแยะตาแป๊ะไก๋
        มีตัวอย่างที่จะยกให้ท่านผู้อ่านเห็น ดังต่อไปนี้

        ผมเป็นคนชอบฟังวิทยุ ยังจำได้ดีว่า เมื่อหลายปีก่อน มีรายการ ชื่อ “ข้อเท็จจริงวันนี้” ทางวิทยุกองทัพบกคลื่น 94 FMโดยมี คุณสมัคร สุนทรเวช ยังไม่ได้เป็นนายกในตอนนั้น และเป็นผู้จัดรายการอยู่ ซึ่งเปิดให้ผู้ฟังโฟนอินเข้ามาด้วย
        รายการนี้...แฟนตรึมเลย!

        แฟนรายการท่านหนึ่ง ชื่อ “คุณนิพนธ์” ไม่ทราบนามสกุล ซึ่งท่านมีเสียงสูงเป็นเอกลักษณ์ เวลาโฟนอินเข้าไปในรายการ มักจะเสนอความเห็นที่คมคาย กับคุณสมัครเสมอ 
        ผู้ฟังรายการก็ชอบกัน รวมทั้งผมด้วย...       
        มีอยู่วันหนึ่ง คุณนิพนธ์ได้พูดและผมจำไว้ไม่ลืมเลย แม้ตัวเองจะเรียงถ้อยคำตามลำดับได้ไม่ตลอดดี เพราะไม่ได้อัดเทปเอาไว้ แต่ข้อความตามความทรงจำของผม เป็นอย่างนี้ครับ

        “คุณสมัคร รู้ไม้...เวลานี้นักการเมืองเขาจะหาเมียใหม่ง่ายมาก” (เสียงคุณนิพนธ์ ถามคุณสมัคร)
        “เขาทำยังไงล่ะ คุณนิพนธ์?” คุณสมัคร ผู้ดำเนินรายการถามอย่างสงสัย
        “เขาไม่ต้องไปหาเมียใหม่ ให้มันเสียเวลา...” 
        คุณนิพนธ์หัวเราะเสียงร่าเริงสดใส ก่อนตอบคำถามคุณสมัคร ด้วยประโยคที่โดนใจผู้คน ที่กำลังรับฟังอยู่เป็นจำนวนมาก

        “พวกนักการเมืองน่ะ เขาเอา ‘เมียเก่า’ ไปเทิร์นให้กันแบบรถยนต์ แล้วเอาเมียของอีกฝ่ายหนึ่ง มาเป็น ‘เมียใหม่’ ของตัวเอง  
        ผมพูดอย่างนี้ เข้าใจไหมล่ะ...คุณสมัคร !”

        ฮู้ฮู้ยยยยยยยยย!

        คงไม่ต้องบอกท่านผู้อ่านกระมังครับว่า ไอ้ที่คุณนิพนธ์ฯท่านพูดถึงน่ะ หมายถึงนักการเมืองของพรรคไหน เพราะเรื่องอัปรีย์แบบนี้ มันมีอยู่เพียงพรรคการเมืองเดียว เท่านั้น...

        ไอ้พรรคจังไร นั่นแหละครับ ใช่เลย!!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        ากผมเป็นเศรษฐี มีทุนสัก 1-2 พันล้าน/บาทไทย จะตั้ง Hall of Scissor (หอปากตะไกร) ตามแบบ Hall of Fame หรือ “หอเกียรติคุณ” ที่เมืองนอกเขามีกัน
        หอของผมนี้ จะมีไว้เป็นสถานที่รวบรวมผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการด่าทอ เสียดสี ถากถาง กระแนะกระแหน มาชุมนุมกัน เพื่อเป็น
 
        “กองกำลังหลัก”
        เอาไว้ช่วยบ้านเมือง ในการจัดการ “ด่า” ไอ้พวกเสนียดแผ่นดิน แบบไอ้พรรคการเมืองอัปรีย์ และนักการเมืองสมาชิกของพรรคกาลี ซึ่งผมด่าทอ เสียดสี ถากถาง กระแนะกระแหนพวกมันอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยลดละ จนมีคนขอข้อเขียนของ “วาทตะวัน” เพื่อเอาไปทำ “วิทยานิพนธ์” กันแล้ว 

content/picdata/412/data/photo9_0919_06.jpg

        ถ้าตั้ง “หอปากตะไกร” ได้เมื่อใด จะไปเชิญผู้ที่คุณภาพดีๆ อย่างคุณนิพนธ์ฯ ที่ผมเล่าให้ฟัง มาเป็นประธานหอ แล้วเชิญเจ้าของนามปากกา “คำผกา” หรือคุณ ลักขณา ‘แขก’ ปันวิชัย คนสวยแจ่มแจ๋ว แต่จัดจ้านจนถูกตาถูกใจคนเขียน จากรายการสุดฮิต Divas Cafe' ของ Voice TV ไปดำรงตำแหน่ง “เลขาธิการ” ของ Hall of Scissor แห่งนี้ 
        นอกจากนั้น จะไม่ลืมเชิญท่านที่มีฝีปากคมคาย และถนัดในการเสียดสี ด่าทอ ซึ่ง “วาทตะวัน” ขึ้นบัญชีเอาไว้ในใจหลายปีดีดักแล้ว ให้มาเป็นกรรมการหอเกียรติคุณแห่งนี้ด้วย 
        ถึงกระนั้น ผมยังคิดว่า…

        คนไทยอีกหลายท่าน ที่ผมยังไม่รู้จัก แต่มีความรู้ความสามารถเพียงพอ ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการใน “หอปากตะไกร” แห่งนี้ได้

        จึงอาจต้องรบกวนท่านผู้อ่าน ให้ช่วยกันเสนอรายชื่อมาให้ เพื่อจะได้คณะกรรมการ ที่มีความหลากหลาย จากชนหลายหมู่เหล่า เพื่อทำให้คณะกรรมการของเรามีความเข้มแข็งมากขึ้น จนกลายเป็นองค์กรที่น่าเกรงขามของประเทศนี้

        จะได้ช่วยกัน “ด่า”แม่งงงง...ให้กระจายไปเลย!!

        สำหรับผู้เขียนเอง ไม่ขอรับตำแหน่งกรรมการในหอเกียรติคุณแห่งนี้ เพราะเหตุสูงวัย แต่...
        หาก Hall of Scissor สามารถตั้งขึ้นได้ หลังจากที่ “วาทตะวัน” ไม่มีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้แล้ว

        ขอยืนยันว่า ถึงอย่างไร ผู้เขียนจะไม่มีวันทอดทิ้ง “หอปากตะไกร” แห่งนี้... 

        จะอาสาไปเป็น “ผีเฝ้าหอ” ให้...ครับ กระผม!!!

............

ท้ายบท สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ การเมือง เรื่อง “ตลกๆ”
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=411
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
อันนิ้วกลางนี้ไว้ชอนไชก้น
สัปดนแสนสุขทุกข์จางหาย
พวกพรรคพร้อมล้อมวงตรงข้างกาย
รุมกันใช้นิ้วกลางพลางทิ่มมัน
เป๋าสี่โสกโหยหวนครางครวญหา
ค่อยทิ่มมาเถิดหนาป๋าทนได้
ป๋าอมยิ้มโดนทิ่มแล้วแสนสบาย
ถึงจะตายนิ้วคาตูดสุดยอดเลย...
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันซีเรียส  125.24.25.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ยกให้ทั้งนิ้วกลางมือขวา+มือซ้าย
โดยคุณ บวกนิ้วกลาง ตีนขวา+ตีนซ้าย ด้วยจ้ะ  101.109.210.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
รออ่านบทความของคุณวาทตะวัน อยู่นะคะ เป็นแฟนบทความ อ่านทุกบทความ สนุกมาก สะใจค่ะ
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.220.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
เห็นเดินขบวน ล้อเลียนการเมือง ของ นักศึกษา จุฬา ธรรมศาสตร์... แล้ว เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของคน ที่ออกแนวคิด มาล้อเลียนแล้ว หมดศรัทธา........มีปัญญาเท่าขี้เล็บ แมลงสาบ จริง ๆ น่าเวทนา..
โดยคุณ ณัฐคม  58.8.53.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
นักเรียน ร.ด. ที่เขาจะต้องโดนเกณฑ์ทหารอีก ตามแนวคิดของ ผบ.กะลา น่าจะชวนเข้าแถว ไปตะเบ๊ะท่าน ผบ.ด้วยนิ้วกลาง
โดยคุณ วันทยหัถต์ 1  125.25.147.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ Hall of Scissor “หอปากตะไกร” (มีไว้เสียดสี นักการเมือง) ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER