หน้าแรก > กาแฟขม ขนมหวาน > ทั้งหมด > โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1
หัวข้อ : โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1 เรื่องอื่นๆ ในหมวด : ทั้งหมด

โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ช้าวันนี้ จิบกาแฟขม โดยมีซาละเปาไส้งาดำ จากร้านฮ่องกงสยามสแควร์ ที่เพื่อนซื้อติดมือมาจากกรุงเทพ รสชาติดีทีเดียว 
        จากนั้นอ่านหนังสือพิมพ์ “ไทยรัฐ” รู้สึกยินดีกับชาวบ้านเมืองน่าน ที่รวยจากเลข 666 ซึ่งเป็นเลขรถที่นายกฯปูนั่ง ตอนไปตรวจราชการ หนังสือพิมพ์ยักษ์หัวเขียว ถึงกับพาดหัวว่า

        นารีให้โชคอีก! ทะเบียนรถยนต์รถนายกฯปู เบิ้ลบนล่าง 666!!!

content/picdata/415/data/photo6.jpg

        ผมชอบอ่าน “ไทยรัฐ” วันออกสลากกินแบ่ง เพราะเขามีข่าวปรากฏการณ์ประหลาดๆ ซึ่งเป็นธรรมเนียมของหนังสือพิมพ์ฉบับนี้หากวันใดออกตรงกับวันออกสลากกินแบ่ง หรือเรียกกันภาษาชาวบ้านว่า “วันหวยออก” จะต้องเสนอข่าวแบบนี้ เพื่อให้คนนำไปตีเป็นเลขหวยกัน ซึ่งก็เป็นสีสันอย่างหนึ่งของบ้านเรา ที่ไม่เหมือนกับบ้านเมืองอื่นเขา

        ผู้เขียนคงเหมือนคนไทยทั่วๆไป ซื้อลอตเตอรี่รัฐงวดละใบสองใบ ไม่ถูกก็ไม่เสียดาย คิดว่าทำบุญ เพราะกองสลากเขาเอาเงินที่ได้กำไร ไปช่วยเหลือคนยากคนจน สนับสนุนโครงการของ
พระบรมวงศานุวงศ์ ที่เป็นประโยชน์กับชาติบ้านเมืองของเรา

        นอกจากนั้น ยังมีเงินส่วนลดสลากกินแบ่ง จากโควตาสลากที่ให้กับหน่วยราชการต่างๆ ผมยังจำได้ดีว่าราวสามสิบปีก่อน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรมตำรวจ ได้ฝ่ายเงินดังกล่าวมาเดือนละ 2 พันบาท ผู้บังคับบัญชาจัดให้เป็นค่าอาหารกลางวันสำหรับฝ่ายอำนวยการซึ่งมีเจ้าหน้าที่สามร้อยกว่านาย โดยตำรวจชั้นประทวนไม่ต้องเสียเงิน แต่นายตำรวจสัญญาบัตรต้องออกเงินสมทบเพียงเล็กน้อย คือ นายตำรวจชั้นรองสารวัตร เดือนละ 50 บาท สารวัตรเดือนละ 100 บาท เท่านั้น 
        ต้องขอบคุณสลากกินแบ่ง ที่ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อย มีอาหารกลางวันกิน โดยไม่เสียเงินมาจนถึงทุกวันนี้!

        มื่อไม่นานมานี้ ผมมีโอกาสได้ดูหนังเก่าเรื่อง It Could Happen to You (1994) เกี่ยวกับตำรวจที่ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่หนึ่ง เป็นเรื่องราวของตำรวจหนุ่มในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก แสดงโดย ดาราใหญ่ นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) ในเรื่องเขาเป็นคนแต่งงานแล้ว แต่มีชีวิตแต่งงานที่ขรุขระกับสาวผิวสี และใกล้หย่าร้างกันเต็มที

content/picdata/415/data/photo7.jpg

        วันหนึ่งตำรวจคนนี้ไปดื่มกาแฟเสร็จแล้ว เขาพบว่าทั้งเนื้อทั้งตัวนอกจากลอตเตอรี่ 1 ใบแล้ว ตัวเองไม่มีเงินที่จะทิปพนักงานเสิร์ฟสาว ซึ่งแสดงโดย บริจิต ฟอนดา (Bridget Fonda) เธอผู้นี้มีสามีแต่แยกกันอยู่ แล้วฐานะทางการเงินของเธอก็ย่ำแย่เต็มที ตำรวจหนุ่มให้สัญญาว่า 
        ถ้าเขาถูกลอตเตอรี่ จะแบ่งเงินรางวัลครึ่งหนึ่ง เป็นค่าทิปให้เธอ!
        เรื่องเดินต่อไป คงเป็นเรื่องของพระเจ้า ที่ทำให้ตำรวจหนุ่มดันไปถูกรางวัลแจ๊คพอท ถ้าเป็นบ้านเราก็เรียกว่า “ถูกหวยรางวัลที่ 1” ได้เข้าจริงๆ 
        ได้เงินมาถึง 4 ล้านเหรียญ!

        ตำรวจหนุ่มผู้มีจิตใจงามดี รักษาสัญญามั่นคง โดยแบ่งเงินให้สาวเสิร์ฟครึ่งหนึ่ง คือ 2 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่...
        เรื่องไม่จบง่ายๆอย่างนั้นเพราะเมียของตำรวจหนุ่มซึ่งนิสัยมักได้ นอกจากจะฟ้องหย่าผัวเอาเงินไปหมดแล้ว แถมยังต้องการเงิน 2 ล้านเหรียญที่ผัวให้ที่ให้กับสาวเสิร์ฟอีดด้วย
        ดังนั้น หนังเลยต้องเดินไปอีก แต่จบลงได้ในที่สุด โดยทั้งสองคนได้แต่งงานกัน และมี “เซอร์ไพรซ์” ให้ดูตอนจบ ตรงที่ชาวเมืองนิวยอร์กที่ทราบเรื่อง ซาบซึ้งและเห็นใจคนทั้งคู่ จึงส่งเงินมาให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน จำนวนหลายแสนดอลลาร์ เพื่อให้ชีวิตคนที่มีจิตใจดีทั้งคู่ ก้าวเดินต่อไปได้ 
        ดูหนังเรื่อง It Could Happen to You จบแล้ว นึกอยากให้เหตุการณ์แบบเดียวกัน และมีดีๆ นางเอกสวยๆอย่างในหนัง 
        Happen to ME บ้างจัง!

        หนังเรื่องนี้ คนทำบทบอกว่ามาจากชีวิตจริง ซึ่งในบ้านเราตำรวจที่ถูกรางวัลที่ 1 เหมือนหนัง มีหลายคนด้วยกัน แต่คนหนึ่งดูจะพิเศษมาก ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาเก่าผมเอง ชื่อ 
        พล.ต.ท.จรัส เพ็งเจริญ 
        ตอนที่ท่านเป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล ท่านถูกรางวัลที่หนึ่ง 4 ใบ ซึ่งในตอนนั้นหวยชุดเพิ่งเริ่มจะมีกัน และรางวัลที่ 1 แค่ 5 แสนบาท ได้เงินมา 2 ล้าน แต่ทองคำสมัยนั้น ราคาบาทละ 1,000 บาท เท่านั้น
        ถ้านำเงิน 2 ล้าน ไปซื้อทองในยุคนั้น จะได้ทองคำน้ำหนัก 2,000 บาท ซึ่งนำมาขายในตอนนี้ คิดราคาทองเพียงบาทละ 22,000 จะได้เงิน 44,000,000 บาท 
        เงินสี่สิบสี่ล้านบาท น้อยอยู่เมื่อไหร่กัน!
        แต่ที่โชคดีกว่านั้น คือ...

        นายตำรวจใหญ่ผู้ถูกรางวัลที่หนึ่งนี้ ท่านเป็นพ่อหม้าย ได้พบกับคุณนายคนใหม่ ที่เป็นนักร้องที่มีเพลงดังมากในยุคนั้น คือ “เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง” ทั้งสองได้ครองรักกัน ด้วยความสุข 
        ต่อมาท่านได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผู้บัญชาการตำรวจภูธร
ภาค 1
และเกษียณอายุราชการไปในตำแหน่งผู้ช่วยอธิบาดีกรมตำรวจ
        ปัจจุบันท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว ส่วนคุณนายของท่าน เดินทางไปอยู่ที่สหรัฐ กลับมาเยี่ยมบ้านครั้งใด ยังมีคนเชิญไปร้องเพลงเสมอ เพราะสุขภาพยังดีเยี่ยม รวมทั้งน้ำเสียงไพเราะ ที่ยังมีเสน่ห์เหมือนเดิม

        วันนี้ เป็นวันหวยออก ตัวคนเขียนเองมีเรื่องเกี่ยวกับลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัล ซึ่งพบเห็นมาในชีวิต และยังจดจำได้ดี มาเล่าเพิ่มเติมให้ท่านผู้อ่านฟัง ดังต่อไปนี้

        เรื่องแรก เมื่อครั้งผมเป็นนายตำรวจฝ่าย “ผู้ว่าคดีศาลแขวง” (ทำหน้าที่เป็น “อัยการศาลแขวง” ในยุคปัจจุบัน) เมืองโคราช ผู้ชายคนหนึ่งถูกจับมาโรงพัก เพราะถูกกล่าวหาว่าปลอมลอตเตอรี่แบบตัดตัวเลขแปะ โดยอ้างว่าถูกรางวัล 5,000 บาท ไปขอแลกเงินกับร้านค้าของชำ เจ้าของร้านค้าสูญเงินไป 2,000 บาท

        ระหว่างที่ถูกจับมาโรงพักกองเมือง นายตำรวจรุ่นพี่ของผมซึ่งเป็นรองผู้บังคับกองเมือง ได้รับตัวไว้ แต่เนื่องจากท่านกำลังยุ่งก็ปล่อยผู้ต้องหาเอาไว้ในห้องทำงาน ปรากฏว่า
        เมื่อท่านกลับเข้าห้อง เห็นผู้ต้องหานั่งอยู่คนเดียว แต่ใบลอตเตอรี่หายไป เค้นอยู่นานกว่าจะรับเสียงแผ่วๆ ว่า
        “ผมรับประทานสลาก...ไปหมดแล้วครับ!”

        นายตำรวจรุ่นพี่ตกใจมาก รีบมาหาผมในห้องทำงานเพราะผมเป็นผู้ว่าคดีศาลแขวง เมื่อฟังแล้วผมแก้ปัญหาด้วยการรีบร่างฟ้อง โดยพาผู้ต้องหาออกจากโรงพักไปฟ้องศาลแขวงทันที 
        ผมเล่าเรื่องให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวง คือ ท่าน สถิตย์ สถานานนท์ ซึ่งเป็นนักเรียนสวนกุหลาบรุ่นเดียวกับพ่อผมฟังว่า ผู้ต้องหามันกินลอตเตอรี่เข้าไป 
        พอออกบัลลังก์ หัวหน้าศาลถามว่าจริงหรือเปล่า? เจ้าตัวรับสารภาพ ท่านก็สั่งจำคุกทันที       
        ตอนผมพาผู้ต้องหาที่กลายเป็นผู้ต้องขัง เพราะต้องคำพิพากษาจำคุกไปเรียบร้อยแล้ว ไปส่งเรือนจำ 
        ก่อนเข้าเรือนจำ ผู้ต้องหาได้พูดกับผมว่า
        “หมวดครับ...ผมไม่ได้โกงมันนะ”
        “แล้วทำไมเขาถึงจับเอ็งมาล่ะ?” ผมถาม
        “ผมเอาลอตเตอรี่ไปถามเจ้าของร้านมันว่า ผมอ่านหนังสือไม่ออก รู้จักแต่ตัวเลข ผมบอกมันว่าเลขเหมือนกันกับรางวัล ไปรับแล้วได้เงินเท่าไหร่?”...
        เขาหยุดถอนหายใจ แล้วพูดต่อ
        “...ไอ้ขี้โกงมันบอกว่าได้สองพันห้า ทั้งๆที่รางวัลมันห้าพัน ถ้าแลกกับมันตรงนี้ก็ได้ ไม่ต้องเสียค่ารถไปรับแต่สองพันเอาหรือเปล่าล่ะ...” 
        หยุดพูดอีกครั้ง แล้วยิ้มแค่นๆ ก่อนพูดว่า

        “ผมก็บอกว่า ถ้าอย่างนั้นเอาที่เฮียก็ได้ เพราะขี้เกียจไปไกล มันก็หยิบเงินมาให้ผม จริงๆแล้วตัวมันน่ะจะโกงผม 
        เพราะมันโลภ!”

        ผมจำคำของผู้ต้องหารายนี้ แม่นยำเลย เวลาไปสอนหนังสือพวกนายตำรวจ มักเอาคำพูดของผู้ต้องหาคนนี้ไปสอนเตือนเสมอ ว่า
        คนที่ถูกต้มง่ายๆ ก็เพราะ ‘ความโลภ’ นี่แหละ ซึ่งก็มีให้เห็นกันมาจนถึงทุกวันนี้!

        เรื่องที่สอง เมื่อยี่สิบสามสิบปีก่อน ที่กรมตำรวจปทุมวัน มี
เจ๊วัยกลางคน เดินขายลอตเตอรี่มาหลายปี แกจะขายประจำที่ศาลอาญาเดิม และกรมตำรวจ ตอนเช้าขายที่ศาล ตอนบ่ายขายที่กรมตำรวจ
        พวกตำรวจชอบซื้อจากแก เพราะเจ๊ใจดี ไม่มีเงินก็เชื่อเอาไว้ก่อนได้ 
        วันหนึ่งเจ๊หน้าตาตื่น มาบอกผมว่า 
        นายตำรวจยศพันตำรวจเอกในตอนนั้น ซึ่งผมเรียกท่านว่าพี่ ซื้อลอตเตอรี่จากเจ๊แล้ว ถูกรางวัลที่หนึ่ง และกำลังไปรับเงิน
ห้าแสนบาท (รางวัลยุคนั้น) จากกองสลาก เจ๊จะไปคอยท่านเพื่อขอเอี่ยวรางวัล เป็นค่านำโชคมาให้

        วันรุ่งขึ้น เจ๊มาหาผมที่ทำงาน ผมถามว่า 
      
  “เจ๊ ได้เงินรางวัลจากท่านเท่าไหร่ ?” 
        เจ๊หน้ามุ่ยบอกว่า
        “อีให้มาแปดสิบบาท อั๊วถามว่าทำไมให้น้อยจัง อีบอกว่า ให้แค่นี้ก็ดีแล้วทีเวลาอั๊วซื้อไม่ถูก ลื้อไม่เห็นเอาเงินมาคืนให้อั๊วบ้างเลยนี่!” 
        เออ...จริงของท่านแฮะ แต่มันก็ดูเหมือนว่าท่านจะตกรางวัลน้อยไปหน่อย อย่างที่เจ๊แกว่า นั่นแหละ!

        เรื่องที่ 3 เรื่องนี้ทำให้ผมคิดว่า ถ้าผมมีโอกาสเจอเจ๊อีก จะปลอบใจเจ๊ถึง เรื่อง ‘นายมี’ คนขายลอตเตอรี่ที่ผมรู้จักดี ซึ่งจะขอเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังในวันนี้ เป็นเรื่องสุดท้ายด้วยครับ

        ‘นายมี’ มาขายลอตเตอรี่ในบ้านตั้งแต่ผมเป็นเด็ก คุณยายผมซื้อลอตเตอรี่จากนายมี ซึ่งจะเดินเข้ามาขายในบ้าน เพราะบ้านของผมอยู่ที่บ้านหม้อ ใกล้เฉลิมกรุง ที่บ้านประตูใหญ่ด้านถนนพาหุรัดเปิดตลอดเวลาไม่เคยปิด นอกจากตอนกลางคืน เนื่องจากหน้าบ้านของผม เป็นโรงรับจำนำของตระกูล และเป็นโรงรับจำนำโรงแรกตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำด้วย

        เครื่องแต่งกายของ ‘นายมี’ เหมือนเครื่องแบบ คือ นุ่งกางเกงกาสั้น ยาวขนาดเข่า เป็นกางเกงสีกากีแบบนักเรียน และสวมเสื้อแขนสั้นสีเดียวกัน 
        ‘นายมี’ จะขายลอตเตอรี่อยู่แถววังบูรพา บ้านหม้อ และทุกเช้าที่ร้าน ‘ออนล๊อคหยุ่น’ ร้านกาแฟอมตะนิรันดร์กาล ซึ่งเป็นสถานที่นัดพบครั้งแรกระหว่าง ท่านผู้หญิงบุญเรือน กับ พลเอกชาติชาย ชุณหะวัน 
        ผมเองนานๆครั้ง อยากจะคุยกับเพื่อนเก่าแถวนั้น จะนัดกันไปทานอาหารเช้าที่นี่
        คนขายลอตเตอรี่คนนี้ สนิทสนมกับผม และพี่น้องผมทุกคน
        ผมถามนายมีว่า เคยขายรางวัลที่หนึ่งไหม แกตอบว่า 
        “เคยครับ ผมขายให้เถ้าแก่เจ้าของร้าน...” (เจ้าของร้านที่พูดถึงนั้น ผมรู้จักด้วย)
        “แล้วเขาให้เงินตกรางวัลคนขาย เท่าไหร่ล่ะ?” ผมถาม
        นายมียิ้ม แล้วกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า       
        “พอหวยออกวันรุ่งขึ้นตอนบ่าย ผมไปยืนหน้าร้านเถ้าแก่ แกอยู่หน้าร้านพอดี ผมยกมือไหว้ แกจูงมือผมบอกว่าเข้าไปหลังร้านเลย ...” หยุดนิด
        “ผมเดินตามไปถึงหลังร้าน เถ้าแก่เหลียวซ้ายแลขวา ยกมือป้องกระซิบกลัวคนได้ยินว่า...       
        ‘อามี’...คราวหลังลื้อมีรางวัลที่หนึ่ง เอามาให้อั๊วอีก แล้วอย่าบอกใครนะ ขอบใจมากๆ...ขอบใจมากๆนะ ลื้อนี่ดีจริงๆ... ดีจริงๆ...ดีจริงๆ ่...พูดแต่ว่าอามีลื้อดีจริงๆ หลายครั้ง” 
        นายมีหยุดซับเหงื่อ
        “แล้วยังไงอีกล่ะ” 
        ผมรีบถามต่อ เพราะอยากรู้
        “แกจับมือผมแล้วบีบ บอกว่าอามีลื้อดีจริงๆ แล้วจูงมือผมออกมาส่งที่หน้าร้านและตบหลังผม บอกซ้ำอีกว่า ‘ขอบใจนะอามี..อ้อ....อามี...ลื้อไปได้แล้วอั๊วกำลังจะเจี๊ยะม้วย’ ผมเลยเดินออกไปจากร้าน...งงไม่หาย...”
        นายมีพักถอนใจ แต่ยังยิ้มระรื่น เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมรู้สึกงงๆตามแกเหมือนกัน และอดรนทนไม่ได้ เลยร้องถามออกไปตรงๆว่า
        “ตกลงนายมีไม่ได้จากแก ซักกะบาทเดียว ใช่ไหม?”

        “ใช่ ครับท่าน แต่ผมไม่พูดอะไร ไม่เคยเล่าให้ใครฟังด้วย เพราะคิดเสียว่า เถ้าแก่คงมีหนี้สินเยอะ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินมากกว่าผม...น่าเห็นใจแก!”

        โถ...นายมี !!! 

.................

ท้ายบท ขออำนวยอวยพร ให้ท่านผู้อ่าน ที่เคารพรักของผม โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัลที่ 1 ทุกๆท่าน นะคร้าบ!!!...

        นึ่ง ท่านผู้อ่าน ที่โพสต์ความเห็นใน “กาแฟขม ขนมหวาน” ตอนก่อนหน้านี้ คือตอน กุหลาบของใคร ที่ไร้หนาม? http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=410
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ผู้หญิงมีขนไม่มากนัก เช่น มีหนวดบนริมฝีปากบนพอบางๆ ดูเก๋ดีเหมือนกัน แต่ถึงขั้นมีเครา คงรับไม่ไหว
โดยคุณ ขนคุด  180.180.145.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ ตอนจบไหงเป็นบ้องกัญชา...
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันมีหนาม  58.9.58.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
คราวหน้าหนูอยากได้เรื่องเกี่ยวกับขนจั๊กแร้บ้าง ต้องไว้กระจุกแค่ไหน จึงจะดี?
โดยคุณ ดกดำ  101.108.21.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อย่าเผลอใช้ "ไบกอน" นั่นกำจัดแมลงสาบ
โดยคุณ ต้องระวัง  171.98.40.XXX 

        (***กาแฟขม...ขนมหวาน ตอน โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1 ออนไลน์ วันอังคาร ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
“สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก
เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน
“ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?
เรื่องเศร้าเช้านี้
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER