หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลี มันได้ใจ!!!
หัวข้อ : หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลี มันได้ใจ!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลี มันได้ใจ!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        วามสนใจในกีฬา “มวย” ทำให้เมื่อวันที่ 3 มี.ค.2556 ผมต้องตื่นตั้งแต่ตีสาม เพือดูนักมวยชื่อ ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ แชมป์โลกที่เหลืออยู่พียงคนเดียวของไทย ชกป้องกันตำแหน่งแชมป์โลกรุ่น แบนตั้มเวต องค์กรมวยโลก (WBO)  
        ที่ประทับใจในตัว “ผึ้งหลวง” เพราะเขาเป็นนักมวยไทยคนแรก ที่สามารถชิงแชมป์โลกได้ในดินแดนฟิลิปปินส์ โดยสร้างปาฏิหาริย์ น็อคเอ้าท์ เอเจ บานัล นักชกเจ้าถิ่น คว้า แชมป์โลกรุ่น มาครองได้สำเร็จ เมื่อเดือน ต.ค. ปีกลาย ท่มกลางความตกตะลึงของบรรดาแฟนมวยชาวตากาล็อค

        การชกในวันนั้น ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ แพ้คะแนน พอลัส อามุสด้า นักชกนามิเบียเจ้าถิ่น ซึ่งต้องรับว่า รัดกุมและคล่องแคล่วกว่านักมวยของเรา ทั้งเคยต่อยมวยสมัครเล่นเข้ารอบโอลิมปิกมาแล้วด้วย ฝ่ายผึ้งหลวงต้องใช้กลยุทธดักต่อยจังหวะสอง แต่ออกหมัดน้อยไปหน่อย
        ยกสุดท้าย ทางผู้ท้าชิงอันดับ 1 พอลัส อามุสด้า หวังจะเอาใจแฟนมวยบ้านตัวเอง เดินหน้าไล่ต่อยอุตลุด แต่เผลอเปิดหน้านิดเดียวเท่านั้น ผึ้งหลวงหวดหมัดเข้าเต็มหน้า ผู้ท้าชิงถึงขาสั่นก้นเตี้ย มือเกือบแตะพื้น ให้กรรมการนับอยู่แล้ว แต่ผวาเข้ากอดเอาไว้ทัน และถ่วงเวลาการกอดนาน โดยกรรมการก็ไม่ยอมแยก จนนักชกนามิเบียฟื้นคืนสติ สามารถประคองตัว จนหมดยก และกระชากเข็มขัดโลก ที่เหลือเพียงเส้นเดียวของไทยไปได้
        แชมป์โลกมวยไทยแลนด์ เลยสูญพันธ์ไปในทันที!

        อยากจะบอกกับ โปรโมเตอร์ ทรงชัย รัตนสุบรรณ อย่าเพิ่งทอดทิ้งผึ้งหลวง เพราะเขามีอายุเพียง 24 ปี โอกาสนั้นยังพอมี สำคัญเจ้าตัวอย่าเพิ่งถอดใจไปเสียก่อนเท่านั้น

        ดู “ผึ้งหลวง” ชกเสร็จ รับประทานอาหารเช้าแล้ว ผมขับรถออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. เพราะย้ายทะเบียนบ้านจากเชียงใหม่ มาอยู่กรุงเทพ ด้วยเหตุจำเป็นต้องมามีชื่อเป็นเจ้าของบ้านเก่าแก่หลังหนึ่ง เมื่อไปลงเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อย ก็ดำเนินชีวิตไปตามปกติ ด้วยการไปหาของอร่อยกินกลางวันแถวเยาวราชเสร็จ แล้วขับรถฝ่าฝนที่ตกหนัก กลับไปรอฟังข่าวที่บ้าน 
        เพียงเห็นการนับคะแนนการเลือกตั้ง เดินไปสักเสี้ยวชั่วโมง ก็คาดเดาได้ว่า ผู้สมัครหมายเลข 9 ศิษย์เก่าโรงเรียน “เตรียมทหาร” 
        ต้องเป็นฝ่าย...พ่ายแพ้!

        ถามว่า แปลกใจหรือไม่ ที่ผลไม่ตรงกับโพล?
        ตอบได้ว่า ไม่แปลกใจเลย เพราะคุ้นเคยกับงานวิจัย และงานสำรวจความคิดเห็นของผู้คน จึงได้เขียนบทความก่อนหน้านั้นซึ่งผ่านสายตาท่านไปแล้ว ชื่อ
“สันติบาลโพล” บอก “หม่อมแอ๋ เมาเอ๋อ” พ่ายแพ้ หลุดลุ่ย!!
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=413 
        ในบทความ ผมบอกชัดเจนว่า

        ...โพลลูกกระโปกทั้งหลาย ที่กวัดไปแกว่งมาตามอารมณ์ตรงง่ามขาของผู้บริหารสถาบันมาตรฐานคดเหล่านี้ สรุปลงตรงที่ว่า
        ไม่น่าเชื่อถือ...โว้ย!
        ผมจึงแค่ฟังเอาเป็นข้อมูลเท่านั้น แต่ไม่ได้ให้เครดิตอะไรกับไอ้พวกสถาบันที่ขยันทำ “โพลลูกหำ” เหล่านี้ ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้ว...        

        น่าเสียดาย ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงว่า การเลือกตั้งหนนี้ “สันติบาล” จะไม่ออก รายงานการประเมินผล หรือ ที่ผู้คนนิยมเรียกว่า “โพลสันติบาล” ผมจึงไม่สามารถนำมารายงานต่อท่านผู้อ่าน เพื่อเปรียบเทียบกับบรรดา โพลกะโหลกกะลาทั้งหลายได้

        ก่อนการเลือกตั้ง 1 สัปดาห์ มีนายตำรวจซึ่งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการ ก.ตร. ชุดปัจจุบัน ที่มาจากการเลือกตั้ง และเคยเป็นอาจารย์ของ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนนายร้อย ถามผมในฐานะที่เป็น “มือข่าว” เก่า ว่า
        การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ครั้งนี้ ใครจะชนะ?
        ผมให้ความเห็น ด้วยการอธิบายความไป ว่า

        หากนำการเลือกตั้ง ไปเปรียบเทียบกับสงคราม ฝ่าย คุณพงศพัศ ดูจะได้เปรียบใน การรบทางอากาศ หรือ air battle ซึ่งในการเลือกตั้ง ได้แก่การต่อสู้ด้านสื่อไม่ว่าทางหน้าหนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ วิทยุ โทรทัศน์ และการโฆษณาชวนเชื่อในรูปแบบอื่น
        แต่...จะดูแค่นั้นคงไม่ได้ จะต้องมองให้ลึกซึ้งถึง การรบภาคพื้นดิน หรือ ground battle ด้วย 
        นั่นคือ
        การเดิน “เจาะ” เข้าหาชาวบ้านโดยตรง ซึ่งจะต้องเป็นการกระทำของหน่วยจัดตั้งแล้วในพื้นที่สู้รบ 
        ผมจึงเตือนไป ให้เร่งการเดิน “เจาะ” เป็นพิเศษ!

        เขาถามผมว่า 
        มีอะไรจะแนะนำอะไรอีก?
        บอกเขาไปว่า 
        มีเรื่องฝากไปถึงคุณพงศพัศ 2 เรื่องด้วยกัน คือ

        1. ถ้าผมเป็นคุณพงศพัศ ผมจะใช้ประโยชน์ในการที่มีอดีตเป็น “นักเรียนเตรียมทหาร” อย่างเต็มที่ เพราะเขาเป็นผู้มีประวัติดีในสถาบันดังกล่าว โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็น “นักเรียนผู้บังคับกองพัน” ตั้งแต่ครั้งเรียนยังอยู่ในโรงเรียน
เตรียมทหาร ซึ่งหมายความว่า เจ้าตัวจะต้องเป็นนักเรียนชั้นดี จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนปกครอง อีกทั้งนายทหาร ตท.15 รุ่นเดียวกันกับเขา กำลังอยู่ในตำแหน่งสำคัญ เช่นแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นต้น 
        คุณพงศพัศควรจะไปเยี่ยมฐานที่ตั้ง ของหน่วยทหารในกรุงเทพให้มากที่สุด ทั้ง ทบ. ทร. (โดยเฉพาะสถานีทหารเรือกรุงเทพ) และ ทอ. เพราะจะได้พบกับครอบครัวทหารซึ่งมีจำนวนมากด้วย

        2. ถ้าเป็นคนทำ campaign ให้พรรคเพื่อไทย ผมจะทำข่าวเรื่องความเป็น “นักกีฬา” ของคุณพงศพัศ ซึ่งเด่นมาก แต่คนกรุงเทพยังไม่รู้ คือ 
        ผู้สมัครหมายเลข 9 ชิงตำแหน่งผู้ว่า กทม.คนนี้ เคยลงเล่นกีฬาประเภท “คนชนคน” คือกีฬา “รักบี้” ในตำแหน่ง “สกรัมฮาล์ฟ” อันเป็นตำแหน่งสำคัญ ที่เชื่อมกองหน้ากับกองหลัง อีกทั้งยังเป็น “หัวหน้าทีม” พาทีมนายร้อยตำรวจ ชนะเลิศทั้งประเภทมหาวิทยาลัยและสี่เหล่าทัพด้วย
        ผมยังบอกต่อไปด้วยว่า

        ในตอนกลางคืนนั้น สถานีวิทยุหลายแห่งใน กทม. มีรายการกีฬาเป็นเวลานานหลายชั่วโมง มีแฟนกีฬาตามรายการนับแสนๆคน เพราะพวกเขารักกีฬาแล้ว ยังชอบคนที่เป็นนักกีฬาอีกต่างหาก
        หากแฟนกีฬาได้รู้ว่า ผู้สมัครว่า กทม. อย่างเบอร์ 9 มีฝีมือถึงขั้นระดับเป็น “หัวหน้าทีม” ได้เป็นแชมป์มหาวิทยาลัย และสี่เหล่าทัพ พวกเขาจะทึ่ง และเรียกคะแนนเสียงได้ดีแน่ๆ 
        ทั้งนี้ บรรดาคอกีฬาพากันเซ็ง เพราะเจอแต่ผู้ว่า กทม. ที่สร้างสนามฟุตซอลไม่เสร็จ และทิ้งค้างเอาไว้จนทรุดโทรม คนที่ขับรถไปแถวหนองจอก พูดเอาขำว่า เป็น “กุโบร์” หรือ สถานที่ฝังศพพี่น้องมุสลิม แต่บางคนแดกดันว่าน่าจะเป็น “ฮวงซุ้ย” ของคนจีน บ้างเห็นแล้วตะโกน ว่า

        “นั่น ‘สุสาน’ ของ ไอ้ ‘หม่อมแอ๋’ มัน ไงล่ะ!”

        อาจารย์เก่าของคุณพงศพัศ รับว่า จะไปบอกเจ้าตัวให้ แต่น่าเสียดาย ที่ไม่มีการดำเนินการ อย่างที่ผมแนะนำ มีเพียงการไปเยี่ยมทหารอากาศเท่านั้น ที่มีภาพให้เห็น
        แค่นายกปูฯ กับผู้สมัครของพรรค ไปฐานทัพดอนเมืองเท่านั้น ได้ทำให้พรรคเพื่อไทย ชนะขาดในเขตนั้นเลยทีเดียว!

        คืนก่อนการเลือกตั้ง ก.ตร. คนที่ขอความเห็นจากผม ยังโทรถามความเห็นเพิ่มเติมอีก ว่า 
        พงศพัศ จะชนะหรือไม่?
        ผมตอบไปตรงๆว่าอาจ “แพ้ได้” เพราะพรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญการเดิน “เจาะ” เข้าหาชาวบ้านโดยตรงน้อยไปจริงๆ และเท่าที่ผมสุ่มตรวจสอบไปเพียง 3 จุด หรือสามเขตเลือกตั้ง มี 2 จุด ที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าถึง ส่วนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ไปทั้งสามจุด 
        คุณพงศพัศเลย “แพ้” ไปอย่างน่าเสียดายจริงๆ!

content/picdata/417/data/photo9_0919_09003.jpg

        ผมชอบปก ASTV สุดสัปดาห์ของค่ายผู้จัดการ ใส่เต็มๆ ว่า Return of Cockroach king หรือ “การกลับมา ของจ้าวแมลงสาบ” ซึ่งออกวางแผงก่อนการเลือกตั้งสองวัน กลายเป็นความจริงขึ้นมา เพราะ...
        บัดนี้ แมลงสาบตัวเหม็น หวนกลับมาส่งกลิ่นไม่พึงปรารถนา น่าคลื่นเหียน ให้ฟุ้งกระจาย เต็ม กทม. อีกครั้งแล้ว! 

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        การเลือกตั้งนั้น เป็นความ “งดงาม” ในระบอบประชาธิปไตย แต่เมื่อเสร็จสิ้นการเลือกตั้งใน กทม.ครั้งนี้กันแล้ว 
        ชีวิตของทั้งผู้สมัครและชาวกรุง ต่างต้องเดินต่อไป!

        การชกมวยชิงแชมป์นั้น เพื่อหาคนแกร่งเก่ง เป็นนักชกยอดฝีมือ ผู้แพ้อย่าง ผึ้งหลวง ส.สิงห์อยู่ ซึ่งเป็นนักมวย ต้องกลับไปฟิตซ้อมใหม่ เพื่อการชกชิงแชมป์ใหม่ในโอกาสหน้า

        สำหรับตัวคุณพงศพัศ หลังพ่ายเลือกตั้ง คงกลับไปทำงาน เป็นตำรวจดูแลประชาชนต่อไป 
        ถ้าบุญพาวาสนาส่ง คงได้เป็น ผบ.ตร. เพราะมีเครดิตเสริมที่สำคัญ ตรงที่มีประชาชน “ยอมรับ” เกินล้านเสียงแล้ว

        ชีวิตข้างหน้า ยังมีแสงแห่งความหวังเสมอ!!

        ส่วน “หม่อมแอ๋ เมาเอ๋อ” ที่ยังมีเรื่องทุจริตติดตูด คงจะต้องกะโผลกกะเผลก กลับไปนั่งเก้าอี้ตัวเดิม ที่ตัวเอง ทิ้ง“ขี้” กองเบ้อเริ่มเอาไว้ ผจญกรรรมในตำแหน่งเก่าต่อไป ทั้งยังต้องเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการต่อสู้คดีความ อันเป็นเวรเป็นกรรม ด้วยพิษ “คอรัปชั่น” ที่ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ยังอยู่ในหน้าที่ครั้งก่อนแล้ว

        เรื่องคดีความนั้น “จ้าวแมลงสาบ” คงต้องป้องกันตนสุดฤทธิ์
สุดเดช เพื่อไม่ให้ตกในที่นั่ง ซ้ำรอยเดียวกันกับ “นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน” อดีตผู้ว่า กทม. รุ่นพี่พรรคเดียวกัน ที่โดนเรื่องคอรัปชั่น จนถึงขั้นต้องลาออก และคดีถึงโรงศาลเรียบร้อยไปก่อนหน้านั้นแล้ว

        สำหรับ “วาทตะวัน” ผู้เขียนคอลัมน์นี้ กำลังลับ “อีโต้” เอาไว้รอสับ ทั้ง“หม่อมแอ๋ เมาเอ๋อ” และพลพรรค ในเรื่อง “แดกบ้าน-ผลาญเมือง” ซึ่งดูเหมือนจะเป็น ของคู่กับพรรคเก่าแก่ดักดานนี้ไปแล้ว!!

        หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลี มันได้ใจ!!!

..................

ท้ายบท เขียนเรื่องเกี่ยวกับ “กาลี” แล้วนึกถึงบทความชื่อ
“กูไม่เลือกพวกมึง ประชาธิปัตย์...ไอ้พรรคกาลี!!!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=305  
        บทความดังกล่าว ผมเขียนไว้ก่อนการเลือกตั้งใหญ่ ปี    พ.ศ.2554 อยากให้ท่านลองอ่านประกอบ เพื่อความเข้าใจกว้างขวางขึ้น

        อนึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา นักการเมือง...ปากเสียยยยย!!! http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=416 
        มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ทุกเรื่องหนูไม่รู้...แต่หนูกาเบอร์ 9
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเบอร์9  125.24.43.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
กทม.ต้องเปลี่ยนจากไอ้ จ้าวเจี้ยว เป็นตำรวจแน่นอน กลับไปแดก....... ไอ้....เจี้ยว
โดยคุณ ทองประสม suaksai  101.51.226.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
เมื่อสักครู่เผลอไปดูข่าวสัตว์หน้าเอ๋อออกทีวี เห็นสัตว์หัวหน้าสัตว์หน้าเอ๋อ ตะแบงเห่าว่าตัวเองดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ เห่าให้พวกสาวกเดรัจฉานเชื่อว่าฝ่ายตรงข้ามเลวกว่าตัวเอง โดยไม่ลืมที่จะเอาของสูงมาเห่าหากินตามสันดานเดิมที่แสนถนัด ใครอยากได้ก็เอาไปเถอะ จะได้สัตว์เอ๋อตระกูลสูงส่งมาทำมาหากินเอาเงินเข้ากระเป๋าเข้าสำนักต่อ แต่สำหรับตัวเอง บอกได้เลยว่าไม่เคยแลซ่องสำนักดักดานมาตั้งแต่อายุเริ่มมีสิทธิ์ เพราะรู้เช่นเห็นชาติความต่ำช้าชาติชั่วของซ่องสำนักนี้มานาน และศึกษาแล้วว่าความต่ำช้าชาติชั่วของมันไม่ใช่เพิ่งเกิดเมื่อวานซืน มันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ก่อตั้งซ่อง และได้รับการสืบทอดด้วยการกลืนน้ำลายหัวหน้าสำนักแต่ละรุ่นมาแล้วจนรุ่นปัจจุบันที่มีไอ้ตัวหน้าเด๋อ ที่มีฉายาว่า "หมีหน้าฮ้าก" ซึ่งเป็นหัวหน้าสำนักที่อำมหิตหินชาติและตอแหลที่สุดเท่าที่ซ่องนี้ได้ก่อตั้งมา
โดยคุณ ????  58.9.212.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
สงสารท่านพงศพัศ อยากบอกท่านว่า อย่ายอมแพ้ คนนอกกรุงคนนี้ของเอาใจช่วยท่าน ขอเป็นอีก หนึ่งกำลังใจขอท่านท่านสู้ๆ ครั้งหน้า(ไม่น่าจะเกิน 2 ปี) สู้้ใหม่
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.219.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อาจารย์วาท วันนี้แพ้จริง แต่พรรคเพื่อไทยควรคิดได้แล้วว่าแพ้เพราะอะไร ถ้าคิดไม่ออกสิ่งที่ควรทำเรียงลำดับง่าย ๆ
1.ปลดประธานรัฐสภาออกได้แล้วกลุ่มเสื้อแดงไม่ชอบเพราะอ่อนหัดเหลือเกิน
2. ปลดเขาธิการนายก ฯ สรนันท์ เวช ความลับจะไม่รั่วไหล
3.เปิดหน้าสู้เหมือนณัฐวุฒิ พูดตลอดว่าถ้าเราแพ้แต่ยังมีหัวใจประชาชนคอยรองรับ แทกวันนี้เอานายกซึ่งเป็นผู้ห ให้เขาด่าจนแทบไม่มีความเป็นกุลสตรีเหลืออยู่แล้ว ในขณะที่กลุ่มผู้ชายในรัฐบาลต่างชื่นชมว่า นายก ดี ที่ทนเขาด่าได้ 3.ปัจจุบันรัฐมนตรีที่ดีที่สุดก็คงมี สุกำพล เฉลิม ณัฐงุฒิ แต่ประชาธิปัตย์ก็พยายามเสี้ยมให้ปลดออก และมีแนวโน้มที่ทั้ง 3 คนนี้ถูกปลดจริง เพราะเลขาบอกว่า 3 คนนี้ไม่ดี แต่ท่านทักษิณและนายกควรรักษารัฐมนตรีต่างประเทศไว้เป็นคู่บารมีเพราะเขาไม่กล้าตัดสินใจยอมรับอำนาจ ICC จึงควรรักษาและให้เป็นรัฐมนตรีตลอดไป อนาจใจจริง และถึงเวลาแล้วที่ควรจะยุบเพื่อไทย อีกครั้ง สุดท้ายสมเพช ทักษิณและยิ่งลักษณ์ ที่แม้ความเป็นพี่ น้อง คลานตามกันมา แต่ก็ไม่สามารถพบหน้ากันได้เพราะ คึแมนบอกว่าห้ามเจอหน้า เดี๋ยวประธิปัตย์เขาจะไม่พอใจ เมื่อไรที่คีย์แมนจะบอกสักทีว่าเราจะเปิดหน้าสู้ ตายเป็นตาย เพราะความกลัวทำให้เสื่อม ถ้าหากชาตินี้มีวันนั้นเราจะเป็นผู้ชนะ
โดยคุณ suaksai ใกล้ระเบิดแล้ว  101.51.227.XXX

ความคิดเห็นที่ 6   
การที่เอ่อชนะมองในแง่ดี
1 เราได้ไอ้มารค์ หัวปลอกเป็นผู้นำฝ่ายค้่าน
2 เราไม่ต้องกลัวว่า พรรคแมลงสาบจะได้หัวหน้าคนใหม่ที่ทำให้เราทำงานอยากขึ้น
3 เราไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมาแย่งเสนอนโยบายแข่งในการเลือกตั้งใหญ่
4 ทำให้กลุ่มเสื้อแดงที่หลงลำพองตัวเอง จะได้ร่วมตัวกันติด(เพราะว่าเรายังไม่ชนะพรรคมาร)
5 ทำให้รัฐบาลไม่หลงในอำนาจที่มีจนลืมมวลชน
6 ทำให้เรารู้ว่าควายได้ออกจากป่ามาอยู่ กทม.เรียบร้อยแล้วเกินครึ่ง(ล้านสองแสนกว่าคน)ที่เราเห็นตัว
7ฯลฯฯฯฯฯฯฯอีกหลายๆข้อช่วยกันต่อ ช่วยๆกันหาให้ครบนะครับพี่น้องที่รักประชาธิปไตย................ก้าง ปากน้ำ
โดยคุณ ก้าง ปากน้ำ  58.11.224.XXX 

ความคิดเห็นที่ 7   
ขออนุญาต ฝากข้อคิดเห็น เคยเขียนฝากไปในเฟซคุณธิดาตั้งนานแล้ว(เป็นปีแล้วมั๊ง) แต่มีใครได้อ่านหรือเปล่าไม่รู้ จึงขออนุญาต นำมาแชร์ในนี้ เผื่อจะเข้าหู เข้าตาพวกคนดี ให้ได้รู้บ้าง ..
คนดี มักไม่เอาความ มักลืมเรื่องเก่าๆ ไม่อธิบายความให้ประชาชนเข้าใจ ปล่อยให้หลงเชื่อหลงผิดไป และในที่สุดผลแห่งการละเลยนั้น ได้กลับมาทิ่มตำพวกคนดี (พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง) ซ้ำแล้วซ้ำอีก ..
เคยฉุกคิดบ้างมั๊ยว่า ทำไม ปชป.จึงอาศัยการโฆษณาซ้ำ และการใส่ร้ายป้ายสีอย่างได้ผล ซึ่งเขารู้ดีว่ามันต้องได้ผล เขาจึงตั้งใจทำเรื่อยมา และคราวนี้ (เลือกตั้ง กทม.) ก็ยังได้ผล .. เหตุผลคือ ในกลุ่มคนไทย 100 คน จะสนใจการเมืองอย่างมากไม่เกิน 30 คน และใน 30 คนนี้ รู้เรื่องการเมืองอย่างถูกต้องถ่องแท้ ให้อย่างมากก็ไม่เกิน 20 คน หมายความว่าประมาณ 10 คน สนใจการเมือง แต่ก็ยังมีเหตุให้เบี่ยงเบนจากความจริง และอีก 70 คน ไม่ได้สนใจการเมืองเลย คนประมาณ 70 คนนี้ จะรับรู้เรื่องการเมืองบ้างก็จากข่าวสารที่ผ่านหูผ่านตาไปมา แล้วก็เชื่อในข้อมูลข่าวสารนั้น(ลองคิดดูว่าสื่อหลัก ส่วนใหญ่เป็นของฝ่ายไหน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวสารหรือคำพูดซ้ำๆๆๆๆ (เช่น ถ้าคน 70 คน นั้น ไม่ได้รู้จักผม แต่ได้ยินข่าวซ้ำๆๆๆ จากคนหลายๆ คนเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ ว่า ผมเคยติดยาเสพติด คุณเชื่อได้เลยว่าแนวโน้มว่า 70 คน นั้นจะเชื่อในข้อมูลข่าวสารนั้นไม่ต่ำกว่า 50 คน ..
ขนาดในหนังในละคร ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นการแสดงยังมีโกรธ เกลียด หรือรักเลย เพราะเป็นความเชื่อจากสิ่งที่ได้เห็น ได้ฟัง) ..
คราวนี้ถามว่า ในปี 53 ศอฉ.ทำการฉายซ้ำๆๆๆๆ พฤติกรรมคนเสื้อแดงในสื่อโทรทัศน์ทุกช่อง หนังสือพิมพ์ทุกฉบับว่า เป็นผู้ก่อความไม่สงบ เป็นผู้ก่อการร้าย เผาบ้านเผาเมือง ทำร้ายประเทศ ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย เป็นเวลานับเดือน และสิ่งเหล่านี้ก็ยังถูกตอกย้ำจาก พลพรรค ปชป. พลพรรคสลิ่ม หรือ องค์กรตอแหลบางองค์กร มาตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ยังอยู่ในใจของกลุ่มคน 70 คน
นั้น .. โดยที่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดง ก็ปล่อยให้มันผ่านไป ไม่เคยนำหลักฐานมาชี้แจงแสดงในสื่อกระแสหลักเลย(จะมีก็ในช่องพวกเดียวกัน พวกเดียวกันเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรคืออะไร) ..
จุดนี้ พรรคปชป.และแนวร่วมของพรรคพวก ปชป.รู้ดี ..
ดังนั้นวาทกรรม "อย่าให้พวกเผาบ้านเผาเมืองมายึดกรุง" "ระวังจตุพร จะมาเป็นรองผู้ว่า" .. จึงถูกตั้งใจ จงใจนำมาใช้ เพราะรู้ว่ามันได้ผล เพราะคนที่สนใจการเมืองนั้น มันมีน้อย ..
ส่วนพวกคนดี ก็ดีเหลือเกิน เข้าใจไปเองว่าคนส่วนใหญ่จะรู้เรื่อง ไม่คิดตอบโต้ ไม่คิดเอาความจริงมาโต้เถียงในสื่อหลักอย่างชัดเจน และพอเพียงกับการต้องตอกย้ำความเข้าใจที่ถูกต้องเสียใหม่ .. เรื่องมันจึงเอวังครับพี่น้อง และ มันอาจยังไม่เอวังแค่นี้ ถ้าคุณลืมไปว่ากลุ่มคน 70 คน นั้น ไม่สนใจการเมือง
โดยคุณ
r_sp_jd@hotmail.com  27.145.220.XXX

ความคิดเห็นที่ 8   
คนกรุงย่ำเท้าอยู่กับที่ ดักดานกันต่อไป!
โดยคุณ ไปไม่ถึงไหน  125.25.136.XXX   

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลีมันได้ใจ!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 9 มีนาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER