หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ใบ้แดกไปเลยนะ...ไอ้พวกดักดาน!!!”
หัวข้อ : “ใบ้แดกไปเลยนะ...ไอ้พวกดักดาน!!!” เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ใบ้แดกไปเลยนะ...ไอ้พวกดักดาน!!!”

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อวันที่ 8 มี.ค. 2556 ที่เพิ่งผ่านมา เป็น ‘วันสตรีสากล’ ซึ่งปีนี้เป็นการครบ 102 ปี นับแต่มีการจัดงาน ‘วันสตรีสากล’ ขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อ 8 มีนาคม ค.ศ. 1911 
        ในตอนเช้าของวันนั้น ผมได้ยินวิทยุเขารายงานว่า สตรีไทยได้เป็น CEO มากกว่าชาติอื่นๆในโลก ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกา หรือเอเชียด้วยกัน คือ  มีถึง 49% ซึ่งเยอะมาก แทบจะไม่แตกต่างจาก CEO ผู้ชาย 
        น่าภาคภูมิใจแทน “หญิงไทย” ของเราจริงๆ!

        บ้านเรานั้น มีผู้บริหารสตรีระดับสูงหรือ CEO มีหลายสาขา โดยเฉพาะด้านการเงินการธนาคารของเราเด่นมาก นอกจากนั้นยังมีทั้งผู้พิพากษา ทั้งระดับหัวหน้าศาลและในศาลสูงอีกด้วย 
        ส่วนตำแหน่งข้าราชการ ผู้หญิงสามารถขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ปลัดกระทรวงมานานแล้ว 
        ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ CEO ประเทศไทย หรือ ตำแหน่ง“นายกรัฐมนตรี” นั้น บ้านเราไม่เคยมีนายกฯที่เป็นเพศหญิงมาก่อนเลย แต่...
        พอ ‘วันสตรีสากล’ ครบ 100 ปี พอดิบพอดีเมื่อปี พ.ศ. 2554 ประเทศไทยได้สตรีเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรก ซึ่งเธอไม่ได้เป็น “หญิงผู้สูงศักดิ์” หากแต่เป็นหญิงสาวชาวเหนือธรรมดาๆ เพียงแต่มีจุดเด่น ตรงสรีระที่สูงกว่าสตรีไทยโดยปกติ เท่านั้น
        เธอชื่อ...

        น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

        นายกผู้หญิงของเรานั้น ได้สร้างปรากฏการณ์โดยเข้าสู่ตำแหน่งอย่างน่าอัศจรรย์ เพราะใช้เวลาเพียงสี่สิบกว่าวัน นับแต่ประกาศตัวเข้าสู่การเมือง เธอได้กลายเป็นผู้นำประเทศไทย ซึ่งยากที่จะหากใครทำสถิติสั้นเท่านี้ 
        นายกฯผู้หญิงไม่ได้ทำให้คนไทยผิดหวัง เพราะเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา คนในวงการธุรกิจ และสื่อมวลชนสายนี้ ต่างฮือฮาตื่นเต้น เพราะข่าวได้แพร่สะพัดทั่วกันว่าสถาบันจัดลำดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings ได้เพิ่มระดับความน่าเชื่อถือ (เครดิต) ของประเทศไทย เป็นระดับ 3 บีบวก ซึ่งเป็นผลมาจากการร่วมมือกันทำงานของทุกฝ่าย
        ต้องอธิบายเกี่ยวกับสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit rating agency) ให้ท่านผู้อ่านฟังว่า

        โลกธุรกิจมี สถาบันจัดอันดับเครดิต (Credit rating Agency) ทำหน้าที่จัดอันเครดิตของทั้งประเทศ องค์กรต่างๆ และสถาบันที่ดำเนินการในลักษณะนี้ ที่ได้รับความเชื่อถือในระดับสากล และรู้จักกันดี คือ Standard & Poor’s (S&P’s), Moody’s และ Fitch Ratings เป็นต้น 
        การที่ประเทศไทยได้รับการปรับเครดิตเพิ่มขึ้นนั้น ถือว่าเป็นผลดีที่จะได้รับความเชื่อมั่น เพราะหากไทยมีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินจากต่างประเทศ จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง นักลงทุนของไทยก็จะได้ประโยชน์ตรงๆ
        เรื่องดีๆอย่างนี้ ถ้าไอ้พรรคอัปรีย์มันยังเป็นรัฐบาลอยู่ คนไทยคงไม่มีโอกาสได้เห็นหรอกครับ!

        าถึงวันนี้ ผมมีความรู้สึกว่า นายกสตรีที่ชื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น ความมีชื่อเสียงของเธอเริ่มก้าวไกลในวงการต่างประเทศมากขึ้นทุกที  เพราะเพียงรับตำแหน่งเป็นผู้นำไทยแลนด์ แค่ไม่กี่วันเท่านั้น สงครามระหว่างเขมรกับไทย ยุติลงโดยสิ้นเชิง การเผชิญหน้าหมดสิ้นลง ต่างฝ่ายต่างเคลื่อนทัพ กลับที่ตั้งปกติ บ้านใครบ้านมัน
        การค้าขายระหว่างสองประเทศ และความสุขของผู้คนชายแดนทั้งสอง 
        กลับคืนสู่...ความร่มเย็นเป็นสุขดังเดิม!
        ความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย-พม่า ซึ่งตกอยู่ในภาวะมึนตึง ตั้งแต่รัฐบาลกาลีของ นายมาร์ค หัวปลอก ที่ถูกทหารอัปรีย์ลากขึ้นมาเป็นนายกฯ ประเทศพม่าได้ “ลั่นดาล” ด่านแม่สอด จ.ตาก ไม่พูดคุยด้วยแทบตลอดสมัย 
        พ่อค้าแม่ค้าชายแดน เหี่ยวแห้งหัวโต โซไปตามๆกัน!

        พอนายกฯปู รับตำแหน่งแค่ 2-3 เดือน ได้คุยกับพม่าแค่รอบสองรอบเท่านั้น ผู้นำหม่องก็ถลกโสร่ง เดินออกมาเปิดด่านอ้าซ่า ต้อนรับคนไทยเลยทีเดียว
        หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ อยาง “ไทยรัฐ” บอกชัดว่า ผลพวงการค้าจากการเปิดด่านแม่สอด ด่านเดียวเท่านั้น 
        มูลค่าสูงกว่า ปีละ 1 แสนล้านบาท!

        มื่อครั้ง นายมาร์ค หัวปลอก เป็นนายกฯ เขาทำให้สัมพันธภาพ ระหว่างประเทศซาอุดิอาราเบียกับไทย ที่มึนตึงกันมานาน  
        กลับทรุดหนัก ลงไปอีก! 
        ทั้งนี้ เพราะ นายมาร์ค หัวปลอก ดันไปตั้งนายตำรวจ ที่ฝ่ายซาอุฯ ปักใจว่า ก่อคดีฆ่าผู้คนของเขาเมื่อหลายปีก่อน ให้ขึ้นเป็นใหญ่ คุมขุมกำลังตำรวจทางภาคเหนือ
        ทางการซาอุฯ บอก...รับไม่ได้จริงๆ!

        ส่วนนายกฯปู แค่รับตำแหน่งครบขวบปีเท่านั้น ฝ่ายทางการซาอุดิอาราเบียกลับเห็นความมุ่งมั่น และความจริงใจของเธอ ในการแก้ปัญหา ที่ยืดเยื้อระหว่างชาติทั้งสอง มานานแสนนาน 
        พอฝ่ายผู้นำชาติสำคัญของฝ่ายอาหรับ ได้พบกับนายกฯหญิงของเรา ในการประชุมใหญ่ UN ที่นิวยอร์คเมื่อปีกลาย ประตูทางการทูต ที่ถูกปิดลงเกือบสามทศวรรษ ได้ “เปิด” ออกเพื่อต้อนรับมิตรประเทศทั้งสอง ที่จะหวนกลับมาสถาปนา ความสัมพันธ์ระดับเอกอัครราชทูต เต็มรูปแบบกันอีกครั้ง
        มันช่างน่า “อัศจรรย์” จริงๆ...เห็นกันหรือยังล่ะ!

        เรื่องความสงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เป็นปัญหาแหลมคม และทิ่มตำชาติบ้านเมืองของเรา มานานนับศตวรรษ กำลังได้รับการคลี่คลายไปในทางที่ดีกว่าเดิม เพราะชาติเพื่อนบ้านที่สำคัญคือ มาเลเซีย ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงอันปลอดภัย ของขบวนการก่อความไม่สงบ เริ่มตระหนักว่า 
        ไม่เป็นการดีเลย ที่มาเลเซีย จะปล่อยให้ไฟลุกติดไทยประเทศซึ่งอยู่ข้างบ้าน อีกทั้งปัญหารัฐซาบาร์ ที่คร่าชีวิตตำรวจมาเลย์ไป 8 นาย นั้น ตอกย้ำความจริงข้อนี้ในจังหวะที่สอดคล้องกันด้วย
        การเจรจาระหว่างรัฐบาลไทย กับขบวนการก่อความไม่สงบจึงเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ เมื่อไม่กี่วันมานี้ ภายใต้ความร่วมมือของผู้นำมาเลเซีย และคนไทยส่วนใหญ่ คาดหวังไปในทางที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

        ในฐานะที่ “วาทตะวัน” เคยได้รับการศึกษาในสถาบันชั้นสูงของมาเลเซีย ระหว่างนั้นได้มีโอกาสไปรับฟังแนวความคิดของฝ่ายทหาร ในโรงเรียนเสนาธิการทหารมาเลเซีย จึงมีมมมองและความเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัยว่า
        ปัญหาชายแดนใต้ของเรา จะได้รับการคลี่คลายลงได้ เพราะรัฐบาลมาเลย์ไม่มีวันที่จะยอม “เสียชื่อ” เพราะโดดลงมาเป็นเจ้าภาพ และเล่นอย่างเต็มตัวในเรื่องนี้ เด็ดขาด!
        ผมเชื่อว่า ต่างชาติต้องให้เครดิตรัฐบาลนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ที่ได้ทำงานสำคัญ และมีความยากยิ่ง คือ เปิดการเจรจากับฝ่าย
ก่อความไม่สงบ โดยมีประเทศที่เป็น shelter ให้กับกลุ่มคนเหล่านี้ ลงมามีบทบาทเป็นเจ้าภาพเอง 
        จึงเสมือนเป็น “หลักประกัน” สำคัญ ในการที่จะทำให้การเจรจา ประสพผลสำเร็จลงได้

        เรื่องนี้ จะยิ่งชูให้ นายกฯยิ่งลักษณ์ ทวีความโดดเด่นในสังคมระหว่างประเทศ มากยิ่งขึ้นทีเดียว!!

        วามโดดเด่นของนายกฯปู ฉายให้เห็นชัดเจนเวลานายกรัฐมนตรีหญิงของไทยเรา ไปปรากฏตัวในต่างประเทศ เพราะนอกจากจะเป็นที่ชื่นชมยินดี ของผู้นำมิตรประเทศ ทำให้การเจรจาความเมือง มีผลบวกต่อชาติไทยของเราแล้ว นั้น 

content/picdata/418/data/photo9_0919_09004.jpg

        ยามที่เธอไปปรากฏกายในที่สาธารณะ เป็นการส่วนตัวคราใด จะเป็นจุดสนใจของผู้คนเสมอ อย่างไปยุโรปเที่ยวหลังสดนี้ ก็มีฝรั่งมังค่า แห่มารุมล้อมขอถ่ายรูปด้วย จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว  
        ตรงนี้เองที่ผิดไปจากนายกฯชาย ที่ถูกแต่งตั้งโดยทหารเผด็จการ หรือทหารลากไปตั้งในค่ายทหาร จนกลายรัฐบาลที่ประชาชนขัดอกขัดใจอย่างยิ่ง เพราะทหารหน้าโง่ ไม่ได้สนใจไต่ถามความต้องการของชาวบ้าน ซึ่งเป็นประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศไทย ว่า
        อยากได้ใครเป็น “นายกรัฐมนตรี” ตามวิถีทางแห่งประเชาธิปไตย!?

        นายกฯ ชายที่มาโดยมิชอบธรรม จึงไม่เป็นที่สนใจของคนต่างด้าวท้าวต่างแดน จนแทบไม่มีผู้นำต่างประเทศ เชิญไปเยือนบ้านเมืองของเขา แต่ถ้าจำใจต้องรับรอง เพราะเป็นไฟต์บังคับ
ซึ่งมักจะเป็นการประชุมหลายชาติด้วยกัน ประเทศเจ้าภาพก็มัก
จำใจต้อนรับอย่างแกนๆ 
        แบบเสียไม่ได้จริงๆ! 
        ส่วนผู้นำต่างประเทศ ที่ไปร่วมประชุมด้วยกัน เขาไม่สนใจ แต่ไอ้ที่ร้ายกว่านั้น คือ
        บางคนยังทำ “เมิน” เสียด้วยซ้ำ!!

        จึงไม่น่าแปลกใจเลย ที่นายกฯชายซึ่งเข้าสู่ตำแหน่งแบบขาดความชอบธรรม ประเทศเพื่อนบ้านรั้วติดกันแท้ๆ ยังไม่เคยเชิญให้ไปเยือนบ้านเมืองของเขา แม้แต่ครั้งเดียว! 
        ดังนั้น ไม่น่าแปลกใจอีกเหมือนกัน ที่ปัญหาชายแดนใต้ไม่ได้รับการแก้ไขในยุคนายกฯโลซก และปล่อยเรื้อรังมา จนกระทั่งมีการประชุมที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
 
        ความสำเร็จในการทำให้ชายแดนใต้สงบ จึงเริ่มทอแสงเรืองรองชัดเจนขึ้นมา ในยุคนายกฯปูนี่เอง!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        รัฐบาลของนายกฯ ยิงลักษณ์ ชินวัตร นั้น มองการณ์ไกล และมองไปข้างหน้าเสมอ 
        เมื่อเจ้าคุณเปรมสี่เสา เข้ามาเป็นนายกฯ ได้สร้างท่าเรือแหลมฉบัง เพื่อเป็นจุดถ่ายเทสินค้า หากวันนี้ไม่มีท่าเรือแห่งนี้ เราคงนึกภาพความคับคั่งแออัด ที่ท่าเรือคลองเตยปัจจุบันไม่ออกว่า 
       
จะหนักหนาสาหัสอย่างไร?

        หากนายกฯทักษิณ ไม่ลงทุนลงแรงไปตั้ง “เต้นท์”กินนอนอยู่บนไซท์งานก่อสร้าง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ อย่างไม่มีผู้นำชาติไทยคนไหน เคยทำมาก่อนแล้วไซร้ 
        มาถึงวันนี้ สนามบินดอนเมือง จะแออัดยัดเยียดเพียงไหน?
        ท่านลองคิดดูเอง!

        รัฐบาลยิ่งลักษณ์ได้ตัดสินใจ ที่จะลงทุนครั้งสำคัญ ยิ่งใหญ่กว่าที่นายกฯทักษิณได้ทำไปแล้ว เพื่อจัดการกับระบบลอจิสต์ติคของประเทศ ซึ่งเป็นการ “คิดใหม่ ทำใหม่ สร้างใหม่” ท่ามกลางเสียงเห่าหอนโหยหวน ของไอ้ห้อยไอ้โหนทั้งหลาย ที่พวกมันยังจมปลักดักดาน ตะบี้ตะบันขัดขวางความเจริญก้าวหน้าของประเทศไทย อันเป็นที่รักของพวกเรา อย่างสุดฤทธิ์สุดเดช
        น่าสมเพชจริงๆ!

 content/picdata/418/data/photo9_0919_09005.jpg

        บรรดาไอ้พวกที่ย้ำคิดย้ำทำ หรือเรียกอีกอย่างว่า “ดักดาน” นั้นเมื่อมีโอกาสได้ไปรับฟังฝ่ายรัฐมนตรีของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ อธิบายถึงแผนการที่ได้“คิดใหม่ ทำใหม่ สร้างใหม่” ซึ่งจะทำให้บ้านเมือง เจริญรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว ได้อย่างไรแล้ว ถึงกับยืนเซ่อ...

        อึ้งกิมกี่ไปเลย!

        คนพวกนี้ เข็มขัดสั้นเพราะคาดไม่ถึงว่า รัฐบาลของนายกฯปู จะนำเสนอโครงการดีวิเศษได้ถึงขนาดนี้ ซึ่งพรรคฝ่ายพวกตนนั้น ถึงแม้จะอยู่ในวงการเมืองมานานกว่า แต่ขาดซึ่ง “สติปัญญา” ที่จะสร้างความเจริญให้กับประเทศได้อย่างรัฐบาลของนายกฯผู้หญิง

        ผู้คนที่เขาเห็นภาพเด็ด ของ “มติชน” เข้า ถึงกับหัวเราะดังสนั่น แบบถูกอกถูกใจสุดๆ พร้อมกับตะโกนลั่นออกมา ว่า

        “ใบ้แดกไปเลยนะ...ไอ้พวกดักดาน!!!”

................

ท้ายบท เขียนถึง ‘วันสตรีสากล’ แล้ว อยากให้ท่านผู้อ่านกลับไปอ่านคอลัมน์ที่ผม เขียนเมื่อ 4 ก.พ. 55 ยิ่งลักษณ์...คำราม!!!
(
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=347)
น่าจะได้อรรถรสมากยิ่งขึ้น

        นึ่ง สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา หยุดไม่ได้หรอกครับ เดี๋ยวไอ้พวกกาลีมันได้ใจ!!! (http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=417)

ความคิดเห็นที่ 1   
อย่าหยุดนะ หยุดจะโกรธ
โดยคุณ อย่าไปหยุด  101.108.225.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
หยุด...ยืน...สงบนิ่ง...ไว้อาลัยไปอีก 4 ปี...กทม.
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันระอา  125.24.37.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3    
อาจารย์วาท ครับการแพ้นั้นถ้าแพ้ด้วยฝีมือก็ไม่เป็นไรกลับไปฝึกซ้อมใหม่ได้คุณพงศ์พัศ นั้นอายุยังไม่มากยังมีโอกาสแก้วอีกและถ้าไม่ประสงค์จะแก้ตัวก็กลับไปรับตำแหน่ง ผบ.ตร ก็ได้เพราะสายบุนอยู่แล้ว แต่ถ้าการแพ้นั้นเกิดจากเทคนิคที่กรรมการ เหี้ยๆ มันช่วยกันข่มขู่และกลั่นแกล้งสิน่าเสียดาย การเข้าสู่เกมการเมืองของท่านพงศ์พัศ วันนี้เหมือนกับสมัน กระโจนเข้าสู่ฝูงหมาป่าที่บ้าเลือดเล่นทุกย่างเพื่อเอาชนะ ครั้งนี้มีอย่างเดียวที่ฝูงแมลงสาบไม่ได่เล่นคือ เรื่องไต้สะดือเท่านั้นเอง นอกนั้นเอาหมดทีกเม็ด งแข้ขโมย ไปจนถึงเกือบจะทุจริตแต่ต้องรับผิดด้วยคือการสร้างโรงพักฉาว แต่อย่างว่านั่นแหละสุภาพบุรุษก็ไม้ตอบโต้เพียงแต่แก้ต่างตรงนี้เข้าใจได้ แกรรมที่ไอ้พวกแมลงสาบสร้างไว้ก็น่ากลับไปส่งผลให้พวกมันได้รู้สึกบ้าง นั่นคือหลังจากชนะด้วยเทคนิคแล้ว ปรากฏว่ากรรมการทั้งสองชุดคือบนเวที และขอบเวเทียังไม่กล้าชูมือให้เป็นผู้ชนะได้ด้วยว่าผู้ชมข้างสนามพบพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่โปร่งใส อาทิผีก็มาช่วยชก ไอ้พวกกำลังจะตายก็มาช่วย ที่สำคัญพิธีกรรมเชิญผีที่กรรมการเคยบอกว่าผิดก็ครั้งก่อนและจับคุณลีน่าจัง ให้แพ้ฟาวล์ มาแล้วก็มาช่วยและอีกหลายอย่างเช่นการตะโกนว่าพี่เลี้ยงที่ขึ้นให้นำนั้นจะเปลี่ยนทุกยกมีจำนวนมากแทนที่จะเป็นไปตามที่กฏที่ทางเวทีตั้งไว้โดยกรรมการชุดเดิมนี่แหละเคยตัดสินให้นักมวยที่เคยทำแบบนี้แพ้ฟาวล์มาแล้ว และอีกหลายเรื่องทำให้กรรมการชุดนี้ยังไม่กล้าประกาศรับรองเนื่องจากนเองเคยจับคนอื่นแพ้ฟาวล์ในประเด็นต่างๆนั้นแล้ว จึงน่าจะละอายเลยแกล้งถ่วงเวลาเพื่อหาเหผลประกอบว่าจะชนะได้ย่างไร โดยเฉพาะไอ้พวกกรรมการนั่นแหละตัวดี การเลือกตั้งครั้งนี้ทำให้เห็นคำว่าไม่มีสัจจะในหมู่โจร เป็นจริงเห็นภาพได้ วันนี้ไอ้แจ๊ก ด่าพวก 5 คนแล้วว่าคนเลือกเป็นล้านแต่ไอ้คนตัดสินเพียง 5 คนไม่ประกาศและมีอำนาจมากควรยุบทิ้งไดแล้ว นั่นคือคำด่าของมิตรที่ด่ามิด ของกลุ่มอำมาตย์แท้ วันนี้ผมจะคอยดูว่ามันจะกล้าประกาศหรือไม่ถ้ากล้า พี่นี้ชาวกรุงรวมถึงอาจารย์วาท ด้วยควรจะช่วยกันรุมสกรัมกรรมการชุดนี้ได้แล้ว ด้วยเหตุผลว่ากรรมการไม่ยึดกิกาเอง เอวังก็มีด้วยประการฉะนี้แล ขอให้ จูดี้ขวัญใจคนทั้งประเทศพลิกโอกาสจากผู้แพ้เป็นนผู้ชนะ เทอญ พระเจ้าคุ้มครอง
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันยังสวยงามอยู่  101.51.231.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ “ใบ้แดกไปเลยนะ...ไอ้พวกดักดาน!!!” ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 16 มีนาคม 2556)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER