หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “บล็อกเกอร์” แผลงฤทธิ์ ใส่...คอรัปชั่น!!!
หัวข้อ : “บล็อกเกอร์” แผลงฤทธิ์ ใส่...คอรัปชั่น!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“บล็อกเกอร์” แผลงฤทธิ์ ใส่...คอรัปชั่น!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มชอบรายการ Divas Café ของ Voice T.V. เพราะได้ดูสาวๆสวยๆผู้ดำเนินรายการ ซึ่งล้วนมีความสามารถหลากหลาย อย่าง เช่น คุณ มนทกานติ รังสิพราหมณกุล หรือ “คุณเบียร์”  คุณ วันรัก “อาจารย์เฟย์” สุวรรณวัฒนา “คุณนิ่ม” หรือ “กรกฎ พัลลภรักษา และคนสุดท้าย คือเจ้าของนามปากกา “คำผกา” หรือ คุณลักขณา ปันวิชัย 
        การดูรายการ Divas Café นอกจากจะทำให้ชีวิตวัยโพล้เพล้ของผม สนุกสนานแช่มชื่นขึ้นแล้ว ยังได้รับความรู้หลายอย่างจากสาวๆผู้ร่วมรายการที่มีเสน่ห์และเฉลียวฉลาด มาให้ความรู้ เช่น

        “คุณเบียร์” เป็นผู้เชี่ยวชาญแฟชั่นเมืองไทย ระดับ “กูรู” ผมซึ่งเป็นคนสนใจเรื่องแฟชั่นและของสวยๆงามๆอยู่แล้ว จึงต้องตั้งหน้าตั้งตาดูเธอทุกวัน อย่างใจจดใจจ่อจริงๆ
        สำหรับ “อาจารย์เฟย์” นั้น เธอเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จบจากมหาวิทยาลัยซอร์บอน ฝรั่งเศส วิจารณ์วรรณกรรมได้ถูกอกถูกใจผม ซึ่งเป็นคนชอบวรรณคดีมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ยังสนใจอยู่ ท่านที่เคยอ่านคอลัมน์ “กาแฟขม ขนมหวาน” ของผม คงทราบกันดี
        สาวสวยที่มาร่วมรายการอีกคน คือ “คุณนิ่ม” หรือ “กรกฎ พัลลภรักษา” ซึ่งเป็นนักเขียน นักเดินทาง เธอมีทักษะในการเล่าเรื่องมาก ฟังแล้วได้อารมณ์ อย่างเล่าเรื่องพิธีแต่งงาน ระหว่างเทศกาลดอกซากุระบานที่ญี่ปุ่น ขนาดผมเคยเห็นของจริงมาแล้ว ยังรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลินกับการฟังไปด้วย
        คนสุดท้าย คือ ละอ่อน “คำผกา” นั้น แม่หญิงคนนี้ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ เพราะ “วาทตะวัน” เคยเขียนถึง และผ่านสายตาท่านผู้อ่านไปแล้ว 
        ถ้าบังเอิญไปเจอตัวจริงของสาวเจ้า คงจะยกนิ้วโป้งทีเดียวพร้อมกันทั้งสองข้าง เพื่อแสดงความชื่นชมเต็มพิกัดพร้อมกับ “อู้คำเมือง” ด้วยว่า…
        “อ้ายฮักน้อง...ขนาด!

        มื่อเช้าวันศุกร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2556 “คุณเบียร์” ได้เล่าเรืองคุณ แอรี เซ็ธ โคเฮน (Ari Seth Cohen) ผู้จัดทำบล็อก Advanced Style Ladies ซึ่งมีผู้ติดตามเป็นจำนวนมากทั้งในสหรัฐและประเทศอื่ย
        คุณโคเฮนได้นำภาพถ่ายของผู้สูงวัย ที่มีรสนิยมในแฟชั่นซึ่งเป็นของตัวเอง มาโพสต์ลงบนบล็อกของเธอ และมีผู้สนใจติดตามเป็นจำนวนมาก เพราะผู้สูงวัยเหล่านี้ ต่างไม่ยอมเป็น “คนแก่” ที่เข้าวัดเข้าวาก่อนตาย แบบคนไทย 
        แต่...
        พวกเขาและเธอกลับแสดงออกถึงความมีชีวิตชีวา ในเสื้อผ้าสีสดใส และมีแบบเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน โดยไม่สนใจหรือสะดุ้งสะเทือนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะทั้งเขาและเธอเหล่านั้นทำไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวเอง เพื่อความชอบและความสุขส่วนตัวโดยแท้ 
        บางคนก็ “เปรี้ยว” สุดขีด เกินกว่าจะคาดเดา!

        ในที่สุดบล็อก Advanced Style Ladies เตะตาผู้บริหารของแฟชั่นเฮาส์ระดับโลก คือ Lanvin ซึ่งได้ขอให้คุณโคเฮนเจ้าของบล็อกดัง คัดนางแบบสูงอายุ ไปเป็นแบบให้สำหรับ campaign ของ Lanvin's Fall 2012 
        คุณโคเฮนได้ cast นางแบบไปให้จำนวนหนึ่ง และหนึ่งในนั้น ได้กลายเป็นนางแบบในโฆษณาของ Lanvin

content/picdata/421/data/photo9_0919_09007.jpg

        เธอซึ่งอยู่ในภาพ ที่ท่านผู้อ่านได้เห็นนี้ ชื่อ Jacquie Murdock เป็นอัฟริกันอเมริกัน อายุมากกว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่มีอายุครบ 80 ในปีนี้ ถึงสองปี เพราะเธอมีอายุถึง 82 ปีแล้ว
        คุณแจ๊กเกอลีนใฝ่ฝันที่จะได้เป็น “นางแบบ” มาตั้งแต่ยังเป็นสาวรุ่น แต่ในยุคนั้น วงการแฟชั่นยังไม่มีนางแบบผิวสี เธอเลยต้องหันไปมีอาชีพเป็น dancer แทน แต่ความน่าอัศจรรย์ อยู่ตรงที่เธอยังคงรักษารูปร่างได้ “เนี้ยบ” อย่างที่เห็น
        ฝันของคุณ Jacquie Murdock ได้กลายเป็นความจริง เธอได้ไปปารีส และกลายเป็นนางแบบให้ห้องเสื้อระดับโลกไป  
        ในวัยเกินแปดสิบปี! 
        นี่คืออิทธิพลของบล็อกเกอร์ ในสื่ออินเตอร์เนต ซึ่งกลายเป็นเรื่องดังระดับโลกไปได้ อย่างที่ไม่มีใครคาดคิด!

        ฟังเรื่องบล็อกเกอร์จากรายการ Divas Café ของ Voice T.V. ทำให้ผมนึกถึงบล็อกเกอร์จากเมืองจีน ซึ่งดังแบบอึงคนึงไปทั่วทั้งแผ่นดินถิ่นมังกรเมื่อปีเศษที่ผ่านมา
        เรื่องเป็นอย่างไรนั้น ผมขอเล่าให้ฟังอย่างนี้ครับ...

        เมื่อปี 2554 ได้ปรากฏเหตุการณ์สำคัญ ทำให้ประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีนตื่นตัวขึ้น และให้ความเอาใจใส่ในการคอรัปชั่นของเจ้าหน้าที่ภาครัฐอย่างกว้างขวาง อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อาจกล่าวว่าเป็น “ความบังเอิญ” ก็คงพอได้ 
        ปรากฏการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นจากบล็อกเกอร์จีนผู้หลงใหลในเครื่องจับเวลา จนกลายเป็นเซียนนาฬิกาชื่อดัง เขาผู้นี้ใช้นามแฝงว่า 
        “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้”

        คำว่า “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” แปลว่า “เลขาธิการแห่งขุนเขาดอกไม้ผลไม้” ซึ่งหมายถึง “เห้งเจีย” ซึ่งเป็นพญาวานร ในยอดวรรณกรรมจีน ซีโหยวจี้ (หรือไซอิ๋ว) ที่ลิงแรงฤทธิ์ตนนี้ ได้ปกป้องคุ้มครองพระมหาเถระอย่าง “พระถังซัมจั๋ง” ระหว่างเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎก จากดินแดนพุทธภูมิ ด้วยความองอาจกล้าหาญ ได้แสดงความเป็นยอดฝีมือ ต่อสู้กับพวกเหล่ามารและคนชั่วร้ายร้อยแปดพันเก้าจนลือลั่น ทำให้ หลวงพ่อถัง ปลอดภัยตลอดการเดินทาง และกลายเป็นวรรณกรรรมที่ผู้คนรู้จักไปทั้วโลก

        สิ่งที่จุดประกายความคิด ในการทำการสำรวจความฟุ่มเฟือยของเจ้าหน้าที่จีน อันอาจเชื่อมโยงไปถึงเรื่องคอรัปชั่นนี้ เกิดจากอุบัติเหตุรถไฟที่เวินโจว เมื่อวันที่ 23 ก.ค.54 และทำให้ผู้โดยสารเสียชีวิต 40 คน

content/picdata/421/data/photo9_0919_09008.jpg

        ระหว่างการรายงานข่าวอุบัติเหตุ “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” ได้สังเกตเห็นนาฬิกาที่ข้อมือเจ้าหน้าที่ระดับสูง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรถไฟที่ออกไปตรวจที่เกิดเหตุ ชื่อ “เซิ่ง จู่กวง” สวมอยู่ 
        นั่นทำให้ “แฟนพันธุ์แท้-นาฬิกา” อย่าง“ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” ต้องร้อง “ไอ๊หยา” เพราะเป็นนาฬิกาโรเล็กซ์ ราคา 70,000 หยวน หรือราว 350,000 บาท ส่วนผู้ช่วยของเขาคือ “ลู่ ตงฝู่” สวมโรเล็กซ์รุ่นย่อมหน่อย คือมีราคา 50,000 หยวน หรือราว250,000  บาท 

        จากจุดนั้นเอง “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” คนชอบนาฬิกา ได้อัพโหลดภาพเจ้าหน้าที่รัฐระดับต่างๆ ทั้งรัฐมนตรี ผู้ว่าเขตการปกครองต่างๆ ผู้อำนวยการหน่วยงาน กรมศุลกากร ฯลฯ และนาฬิกาหรูที่พวกเขาสวมใส่ ทั้งยี่ห้อโรเล็กซ์ (Rolex), เพียเจต์ (Piaget), โอเมกา (Omega) และ คาร์เทียร์ (Cartier) ลงในบล็อกของตนเอง
        นาฬิกาหรูยี่ห้อหรา ที่แต่ละเรือนราคาแพงระยำยับเหล่านี้ หลายๆเรือนมีราคาสูง เกินกึ่งหนึ่งของรายได้เจ้าหน้าที่ระดับสูง ที่มีรายได้ต่อปี คือราว 99,000 หยวน (หรือ 495,000 บาท)

        “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” สำรวจกลุ่มผู้นำจีนที่สวมนาฬิกาหรู เริ่มด้วยวิธีการง่ายๆ โดยพิมพ์กลุ่มคำ อย่างเช่น “เลขาธิการ” “ผู้อำนวยการ” “ผู้ว่ามณฑล” เป็นต้น
        เมื่อค้นภาพบุคคลเหล่านั้นได้แล้ว เขาขยายภาพดูนาฬิกาข้อมือ ที่บรรดาเจ้าหน้าที่รัฐเหล่านั้นสวมกันอยู่ 
        ขั้นตอนต่อไป ซึ่งไม่ง่ายนัก “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้”ต้องสืบค้นตรวจสอบหลายเที่ยว บางครั้งต้องค้นภาพเจ้าหน้าที่คนหนึ่งหลายๆภาพ เพื่อเปรียบเทียบดูรายละเอียด บางครั้งต้องขอความช่วยเหลือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางอินเทอร์เน็ตอีกด้วย

        จากการสำรวจของฮวากั่วซันพบว่า กลุ่มผู้นำเจ้าของนาฬิกาหรู อาทิ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารสุขสวม Rolex Submariner ราว 100,000 หยวน หรือราว 500,000 บาท และ “โจว เหวินจัง” รองประธาน วิทยาลัยการปกครองแห่งรัฐ (State Administration Academy) สวมนาฬิกาที่ดูเหมือนกับ Piaget Emperador ซึ่งนาฬิการุ่นนี้ มีราคา 100,000 หยวน ขึ้นไป
        “ซุน จิ่งเหมี่ยว” ประธานคณะกรรมการเพื่อการปฏิรูปและการพัฒนา ประจำสำนักงานมณฑลเจ้อเจียง สวมนาฬิกา โรเล็กซ์ รุ่นที่มีตกราว 70,000 หยวน หรือราว 350,000 บาท

        ประธานคณะกรรมการเมืองแห่งหนึ่งในมณฑลซันซี สวม
โอเมกาเรือนทอง ซึ่งมีราคาอย่างต่ำ 70,000 หยวนหรือราว 350,000 บาท
        บล็อกเกอร์ชาวจีนผู้นี้ ได้จุดประทีปดวงใหญ่ ให้กับเพื่อนร่วมชาติชาวจีนกว่าพันล้านคน ให้ส่องเข้าไปในระบบราชการ ทำให้เกิดความสงสัย ในความร่ำรวยผิดปกติของเจ้าหน้าที่รัฐ! 
        เขาเขียนในบล็อกว่า

        “หากรัฐบาลวิตกเรื่องความคิดเห็นของประชาชนจะให้ผลในด้านกลับ วิธีการแก้ไขปัญหานี้คือ ประกาศทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ทั้งหมดให้แก่สาธารณชน”

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพ

        “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” บล๊อกเกอร์ธรรมดาๆแท้ๆ แต่สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ให้กับประเทศยักษ์ใหญ่อย่างจีน ยังผลให้ผู้นำคนใหม่ของเมืองมังกร...
        ต้องประกาศเอาจริงกับปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ของเจ้าหน้าที่รัฐ! 
        ลองหันกลับมาดู ที่บ้านเราบ้าง

        ประเทศไทยนั้น ไม่ได้ปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์แบบจีน แต่บล็อกเกอร์ไทยแลนด์ จะใช้วิธีเดียวกับ “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” คงไม่สำเร็จ เพราะนาฬิกายี่ห้อหรูต่างๆเหล่านั้น ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว 
        ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการผู้มีตำแหน่งหน้าที่ จะนิยมสวมใส่ แม้แต่ลูกๆของพวกเขา ที่ยังเรียนอยู่ระดับมหาวิทยาลัย ต่างก็สวมใส่ของหรูหราเหล่านี้ อวดบารมีกันอยู่แล้ว 
        ที่สำคัญและแตกต่าง ระหว่างไทยกับจีนอย่งยิ่ง คือ
        ระบบการตรวจสอบของไทยนั้น ต่างจากจีนที่รวดเร็ว เอาจริง ถึงขั้น “ยิงเป้า” เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติกรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ก่อความยำเกรงให้กับผู้กระทำความผิด 
        แต่...
        การตรวจสอบของไทยนั้น ไร้ประสิทธิภาพ และล่าช้าอย่างเลวร้ายจริงๆ ต่างจากการตรวจสอบของจีนโดยสิ้นเชิง!

        ตัวอย่างความเลอะเทอะเลื่อนเปื้อน ของระบบการสอบสวนเอาผิดข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ทำให้ฝรั่งดูถูกอย่างมาก คือ คดีคอรัปชั่นของอดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ชื่อ

        นางจุฑามาศ ศิริวรรณ!

        เรื่องเดิมมีอยู่ว่า ในการจัดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 2550 ซึ่ง “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” เป็นผู้จัด นั้น 
        โปรดิวเซอร์ฮอลลีวู้ด ชื่อ นายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน คู่สามีภริยาชาวสหรัฐ ติดสินบน 1.8 ล้านดอลลาร์ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ เพื่อให้ได้สิทธิบริหารเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ 
        สหรัฐเขาลงโทษผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนของเขาไปเรียบร้อยแล้ว โดยตัดสินจำคุกสองผัวเมีย คนละ 6 เดือน และกักบริเวณในบ้านอีก 6 เดือน และต้องจ่ายค่าชดใช้ 250,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 8 ล้านบาท 
        บัดนี้ ทั้งคู่รับโทษจำคุกตามกำหนดไปเรียบร้อยแล้ว เป็นอิสระอีกครั้ง แต่ที่น่าอัศจรรย์คือ 
        แม้เรื่องนี้เกิดมากว่ากึ่งทศวรรษแล้ว แต่ทุกวันนี้ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ยังอยู่สบายดี 
        ไม่ได้ถูกจับกุม คมขัง แต่อย่างใด!

        คณะกรรมการ ป.ป.ช. รับเรื่องตั้งนานแล้ว แต่ยังโอ้เอ้ศาลาราย การสอบสวนจึงยังไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เรื่องก็ยังไมได้ฟ้องศาลกันเสียที ผู้กระทำผิดยังลอยไปลอยมาสบายดี 
        มันน่าอายฝรั่งจริงๆ! 
        พวกเขาคงส่ายหัว พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กันสนุก ว่า

        “ประเทศอะไรของมันวะเนี่ยะ!”

        ขอกราบเรียน ว่า

        นฐานะคนมีประสบการณ์ ผมขอยืนยันเอาไว้ตรงนี้ว่า หากการสอบสวนยังอยู่กับตำรวจ ทันทีที่ความแตกโพละออกมา นางจุฑามาศ ศิริวรรณ จะถูกออกหมายจับทันที เพราะการกระทำของเธอนั้น ทำให้ “เหตุออกหมายจับ” ตาม ป.วิอาญา มาตรา 66 มีครบถ้วนแล้ว
        ป่านนี้นางจุฑามาศฯ จะต้องถูกฟ้องร้องต่อศาลอาญา และคดีคงมีคำพิพากษา...
        เสร็จเด็ดขาด ไปนานแล้วด้วย!

        ความเสียหายที่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.ก่อขึ้นนั้น มีมากจริงๆ และนับวันจะยิ่งทวีความเสียหาบมากยิ่งขึ้น ทำให้การปราบปรามการทุจริตบ้านนี้เมืองนี้ ขาดประสิทธิภาพโดยสิ้นเชิง

        มีเรื่องทุจริตสำคัญ และพี่น้องประชาชนทวงถามกันมาก ที่ผมเห็นคือเว็บ www.pantip.com ซึ่งมีคนขยันโพสต์ทุกวันแทบจะทุกวัน นั่นคือจึงไม่แปลกใจที่ไม่กี่วันก่อน 
        คดี ปรส.ซึ่งทำชาติเสียหาย 8 แสนล้าน กำลังจะหมดอายุความ ในอีกสามเดือนข้างหน้า คือในเดือนมิถุนายน ปีนี้
        แต่...คดีนี้ยังไม่มีวี่แววว่า จะไปถึงไหน!
        ผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อน และไม่พอใจในเรืองนี้ ไปชุมนุม เขย่าขวัญกรรมการดักดาน หน้าสำนักงานใหม่ ป.ป.ช. แถวสนามบินน้ำ!!

        การสอบสวนคดีทุจริตในบ้านเมืองเรา เสียหายร้ายแรง ทำให้คนโกงชาติบ้านเมืองไม่เกรงกลัว ก็เพราะ
        ไอ้คณะกรรรมการยำหมา อย่าง ป.ป.ช. นี่แหละ!

        ที่สำคัญ ไอ้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุด “ไอ้บัง กบฎ” มันตั้งเอาไว้นี่แหละครับ นอกจากไม่มีประสิทธิภาพแล้ว ยังทำเหมือนไม่สนใจใยดี ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ เพราะ

        คงคิดว่า ไม่มีใครมาทำอะไร “พวกมัน” ได้...

        ...ต่อให้มี “บล็อกเกอร์” อย่าง “ฮวากั่วซันจ่งซูจี้” อีกนับร้อยคนพันคนด้วย!!

        มัน “หน้าด้าน หน้าทน” จริงๆ!!!

************

ท้ายบท สำหรับผู้ที่โพสต์แสดงความเห็น คอลัมน์ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา แดกทั่วไทย จัญไรทั่วทิศ!!!(http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=419
        มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
like like like re. switzerland
โดยคุณ pla hotmail .ch  178.83.161.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ถ้า "พลาสม่าคลัสเตอร์มีเฉพาะในชาร์ป" เพียงหนึ่งเดียวแล้วไซร้..."ความจัญไร ใส่ไคล้ มีเฉพาะในมาร์ค" ดุจกัน
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันหนึ่งเดียว  125.24.13.XXX

ความคิดเห็นที่ 3   
คนเดินดินกินข้าวแกง เขารู้เขาเห็นกันทั่วว่าพรรคดักดานมีพฤติกรรม-พฤติการณ์การโกงและการกินงบประมาณแผ่นดินอย่างไร แต่ก็ยังมีพวกกิเลสหนา ตาฝ้าฟางและอ้างว่าเป็นคนชั้นสูง-มีการศึกษามองไม่เห็นความชั่วเหล่านั้น แปลกจริง ๆ ในประเทศที่พัฒนาแล้ว คนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ประชาชนเขาคงไม่ปล่อยไว้เป็นแน่ มีแตประเทศสารขันท์เท่านั้นที่ยังยอมให้คนพวกนี้ออกมายื่นหน้า-ชูคอ และโกหกตาใสอยู่ได้ทุกวัน เชื่อเขาเลยจริง ๆ
โดยคุณ ไม่น่าเชื่อ  124.120.75.XXX  

ความคิดเห็นที่ 4   
อยากให้มีปุ่มกดแชร์ลงในเฟสปุ๊กจัง ทุกบทความเลยครับ เพื่อนๆผมมันจะได้ตาสว่างกันบ้าง
โดยคุณ Jack  216.7.145.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
ผมชอบบทความของท่านทุกบทความ เพราะทำให้ผมเข้าใจเหตุการณ์ต่างๆได้ดี ผมไม่อ่านหน้งสือพิมพ์มานานแล้ว เพราะไม่อยากให้ถูกหลอก สิ่งที่ผมรู้สึกแปลกในความคิดของคนไทยปัจจุบันก็คือ เขายังหลงบุคคลบางคนอยู่ได้อย่างไร ท่านวาทบอกผมหน่อยเถอะว่า คนที่พูดจากลับกลอก โกหกเป็นนิจ ได้รับการยกย่องได้อย่างไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า คนที่พูดจาโกหก จะไม่ทำความชั่วอย่างอื่นเป็นไม่มี พูดง่ายๆก็คือ คนที่ชอบพูดโกหก จะเป็นคนที่สามารถทำความชั่วได้ทุกอย่าง แค่คดีหนีทหาร ผมว่ามันเกินพอแล้ว สำหรับคนมีจริยธรรม และนักการเมือง คุณธรรมข้ออื่นๆอาจเหือดหายไป ขอความละอายไว้บ้างเถิดครับ
โดยคุณ
boonchob.rs@gmail.com  118.174.152.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
กรุณาจัดงาน...แดกทั่วไทย จัญไรทั่วทิศ!!!...ไปทั่วประเทศ เริ่มจากแดนสะตอก่อน เพราะแถบนี้ได้รับข้อมูลน้อยกว่าภาคอื่น
โดยคุณ ลูกเนียง  125.25.5.XXX       

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ “บล็อกเกอร์” แผลงฤทธิ์ ใส่...คอรัปชั่น!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 30 มีนาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER