หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > นางนิชา ธุวธรรม ต้องตบกบาล นายพล อนุพงศ์!!!
หัวข้อ : นางนิชา ธุวธรรม ต้องตบกบาล นายพล อนุพงศ์!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

นางนิชา ธุวธรรม ต้องตบกบาล นายพล อนุพงศ์!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มอ่านข่าวฟังข่าวเกี่ยวกับ นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม อดีตภริยาของ นายวสุ แสงสิงแก้ว นักร้องและพิธีกร แต่ได้หย่าร้างกันไป
        ต่อมามีข่าวว่า เธอได้สามีใหม่ คือ นายพล ร่มเกล้า ธุวธรรม แต่ต้องมีเหตุพลัดพรากจากกันไปอีก เพราะสามีคนใหม่ถึงแก่กรรม ในเหตุการณ์ 10 เมษายน 2553 ที่สี่แยกคอกวัว
        ชีวิตคู่ของเธอ มีอันเป็นไป ถึงสองครั้งครา น่าเห็นใจมาก!

        หลังจากสามีใหม่ตายลง นอกเหนือจากเงินช่วยเหลือของทางราชการ ตามสิทธิกำลังพลกองทัพบกแล้ว คุณนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ยังได้รับเงินชดเชยจากทางราชการ ซึ่งรัฐบาลนายกฯปู จ่ายให้เพื่อช่วยเหลือเยียวยา ผู้คนซึ่งบาดเจ็บล้มตาย อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง หรือโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ
        เธอรับเงินจำนวนนี้ เท่ากับครอบครัวทหารและประชาชนคนอื่นๆ ที่ร่วมประสพชะตากรรมในคราวเดียวกัน คือ
        ได้รับเงินกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งเธอไปใช้สิทธินี้แล้วเป็นรายต้นๆ!

        คุณนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม นั้น แตกต่างจากภริยาทหารรายอื่น ที่ได้รับบาดจ็บล้มตายจากเหตุการณ์เดียวกัน และได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางการเช่นเดียวกัน แต่บรรดาภริยาทหารเหล่านั้น ยังไม่มีแม้แต่คนเดียว ที่ออกมาปริปาก พูดขอความเป็นธรรมให้สามีผ่านสื่อเหมือนคุณนิชา
        ผมเข้าใจว่า ภริยาทหารเหล่านั้น คงมอบให้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาของสามี ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง เป็นผู้ดำเนินการในการค้นหาความเป็นธรรม ให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เพราะเป็นหน้าที่โดยตรงอยู่แล้ว
        การที่ คุณนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม ตกเป็นข่าวติดหูผู้คนในสังคมตลอดมานั้น มีเริ่มมีการสังเกตกันว่า 
        พอข่าวเก่าของเธอใกล้จะจางหายไป ก็มีข่าวใหม่เกี่ยวกับเธอแทรกเข้ามาอีก เป็นอย่างนี้แบบต่อเนื่อง เหมือนมีความจงใจ ไม่ยอมให้ข่าวเกี่ยวกับการตายของสามีใหม่ ต้องตกจากกระดานข่าวไป เช่น เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 มีข่าวลงพาดหัวในสื่อว่า

        "นิชา-บิ๊กป๊อก" ทำบุญครบ 3 ปี "พล.อ.ร่มเกล้า" รับยังทำใจไม่ได้ เชื่อสังคมรู้ข้อเท็จจริงแล้ว

        ตามข่าวเขาบรรยายว่า

        เช้าวันนี้ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (รองเสธ.พล.ร.2 รอ.) พร้อมครอบครัวและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา อดีต ผบ.ทบ. ได้ร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลในการเสียชีวิต พล.อ.ร่มเกล้า จากการปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย ในการขอคืนพื้นจากกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) บริเวณสี่แยกคอกวัว และหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553
        นางนิชา กล่าวว่า ยังทำใจไม่ได้ แต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อต้องหาความยุติธรรม วันนี้ความจริงเริ่มปรากฎ แม้ว่าคดีความต่างๆ ยังไม่คืบหน้า แต่เชื่อว่า
        สังคมรับรู้ได้ ถึงข้อเท็จจริงต่างๆแล้ว…

        ไม่รู้ว่า “วันนี้ความจริงเริ่มปรากฎ” ที่คุณนิชาเธอพูด นั้น จะตรงกับที่ผู้เขียนเข้าใจ หรือแตกต่างกัน เพราะความจริงที่ปรากฏแล้วต่อสาธารณชน คือ 
        ศาลอาญาที่ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ตามคำร้องพนักงานอัยการ มีคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพประชาชน ที่ตายในเหตุการณ์ระหว่างการปะทะทหารกับประชาชน หลายต่อหลายคดีว่า 
        เป็นการกระทำ โดยเจ้าหน้าที่รัฐ!

        คุณนิชาอาจมองภาพรวมของเหตุการณ์ หรือวาดภาพในวันที่สามีใหม่เสียชีวิต แตกต่างไปจากผม หรือชาวบ้านอื่นก็ได้  
        ผมจึงขอนำข้อเขียนของ “วาทตะวัน” เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2555 ในส่วนที่เป็นรายงาน CIA ในคอลัมน์ ข่าวลับ-ของลับ!!!
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=348
ซึ่งมีคนอ่านแล้ว ถึง 15,371 คน/คลิก (หนึ่งหมื่นห้าพันสามร้อยเจ็ดสิบเอ็ด คน/คลิก) มานำเสนอ ให้คุณนิชาภริยานายพลร่มเกล้า
ได้อ่านอีกครั้ง เพื่อให้เป็นข้อมูลประดับการพิจารณา ว่า 
        เหตุแห่งความตายของสามีใหม่เธอนั้น น่าจะใกล้เคียง หรือแตกต่างจากข้อเขียนดังกล่าว
        คุณนิชาลองอ่านดูนะครับ...

        ...ผมจะลองนำเสนอการรายงาน ลักษณะใกล้เคียงกับนายนั่งเทียนฯ และพรรคพวกเพื่อนร่วมอุดมการณ์ ให้ท่านผู้อ่านพิจารณา ในกรณี ‘ชายชุดดำ’ ที่พรรคดักดานชอบพูดถึง ว่า 
        เป็นตัวการในการฆ่าทหารและประชาชน ที่สี่แยกคอกวัว! 
        ทั้งนี้ ผมจะพาดพิงไปถึงเอกสารลับของสหรัฐ ที่อ้างว่าหลุดออกมาลักษณะเดียวกับวิกิลีกส์ เอกสารดังกล่าวเป็นรายงานของ C.I.A ต่อหน่วยเหนือ กรณีเหตุการณ์ที่สี่แยกคอกวัว ซึ่งเป็นภาษาอังกฤษ ถอดความได้ ดังนี้

        “...การที่หน่วยทหารไทยระดับกองพลหย่อนกำลัง ซึ่งนำโดยยานเกราะ ติดอาวุธเต็มตามอัตราศึก ยาตรามาตามถนนดินสอ มุ่งหน้าเข้าสู่สี่แยกคอกวัว นั้น 
        ไม่สามารถแปลเจตนา เป็นอย่างอื่นไปได้ นอกจากทหารหน่วยนี้ มีความประสงค์ที่จะเข้าปฏิบัติการ กวาดล้างผู้ชุมนุม ด้วยการใช้อาวุธหนักอย่างรุนแรง ลักษณะเดียวกับปฏิบัติการที่เคยเกิดขึ้น ในกรณี... 
        “จัตุรัสเทียนอันเหมิน”

        หน่วยงาน C.I.A ประจำประเทศไทย ซึ่งเกาะติดสถานการณ์โดยตลอด พิจารณาแล้ว เห็นว่า 
        การที่ฝ่ายทหารใช้หน่วยซุ่มยิง ขึ้นไปบนอาคารสูงใกล้ที่ชุมนุม แล้วกราดยิงผู้ชุมนุม แบบไม่เลือกหน้า ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก นั้น 
        ชี้ให้เห็นชัดว่า เป็นการยิงทางยุทธวิธี เพื่อเปิดทางสะดวก ก่อนจะมีการเคลื่อนกำลังหลัก เข้าสู่สี่แยกคอกวัว และถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งทหารไทยกำหนดเป็นพื้นที่ปฏิบัติการ สำหรับการกวาดล้างฝูงชนผู้ชุมนุม
        C.I.A ประจำประเทศไทย พิจารณาแล้วเห็นว่า

        การปล่อยให้กำลังยานเกราะและทหารไทย เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าวได้ โศกนาฏกรรมในการทำลายล้างชีวิตมนุษยชาติ อย่างโหดร้ายทารุณ จะต้องอุบัติขึ้นอย่างแน่นอน

        ดังนั้น C.I.A ประจำประเทศไทย จึงตัดสินได้ใช้หน่วยปฏิบัติการพิเศษชาวไทย ซึ่งเป็นหน่วยเผชิญเหตุของ C.I.A สวมเครื่องแต่งกายสีดำ (ซึ่งเตรียมการไว้ก่อนแล้ว เพราะประเมินสถานการณ์ว่า อาจเกิดความรุนแรงขึ้นได้) เปิดโจมตีโต้ตอบ โดยพุ่งเป้าไปยังกำลังหลักของทหารไทย ที่กำลังเคลื่อนที่ เข้าพื้นที่ปฏิบัติการ 
        ทั้งนี้ เพื่อสกัดกั้น ยับยั้ง...การสังหารหมู่ประชาชน!

        ผลการปฏิบัติของหน่วยรบย่อย C.I.A ประจำประเทศไทย ซึ่งแม้จะมีกำลังน้อย ไม่ถึง 10 นาย แต่ด้วยความเชี่ยวชาญการรบที่เจนจัดกว่ามาก สามารถกดดันกำลังใหญ่ของทหารไทย ต้องสะดุดหยุดลง 
        โดยฉับพลันทันที! 
        ทั้งนี้ เหตุเพราะฝ่ายทหารไทย โดนยิงด้วยอาวุธวิถีโค้ง เข้าที่ส่วนบังคับการของกองกำลัง จนเป็นเหตุให้นายทหารระดับผู้บังคับบัญชาของหน่วย เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง อีกทั้งตัวผู้บังคับบัญชากองพลเอง ต้องอาวุธบาดเจ็บสาหัส ไม่สามารถบัญชาการรบต่อไปได้ ต้องถอนตัวออกจากยุทธบริเวณ โดยผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องพาหนีตายไปได้ อย่างหวุดหวิด

        ฝ่ายทหารไทยชั้นผู้น้อย ที่อยู่หน้าแนวตามเส้นหลักการรุก ส่วนใหญ่เป็นทหารเกณฑ์ และผ่านการฝึกมาเพียงน้อยนิด ถูกโจมตีด้วยการยิงสกัดกั้น เพื่อยับยั้งการเคลื่อนที่ 
        ทหารเหล่านั้นเกิดความตื่นตระหนก ตกใจ กลัวตาย ต่างพากันละทิ้งหน้าที่ หนีออกจากหน้าแนว จนเกิดความเรรวน สับสน ลนลาน อลหม่านไปทั้งกองพล 
        ถึงขั้นควบคุมไม่ได้! 
        ทหารที่น่าสงสารเหล่านั้น แตกพ่ายหนีตายกันไป โดยทิ้งยานเกราะพร้อมอาวุธ กระสุน จำนวนมากมาย ไว้ในที่รบ!!

        สรุปได้ว่า 
        กำลังทหารที่เคลื่อนเข้าปฏิบัติการนั้น ประสบความพ่ายแพ้ บาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก ความเสียหายของทหารไทยหนักหน่วย ถึงขั้น... 
        ‘ละลายทั้งกองพล’

        หน่วยปฏิบัติการพิเศษชาวไทย ‘ชุดดำ’ ของ C.I.A บรรลุภารกิจบรรจุมอบแล้ว...

        ครับ...จากรายงานฉบับนี้ อาจให้ภาพแตกต่างจากความเชื่อส่วนตัวหรือภาพ ที่คุณนิชามีอยู่ หรือกำหนดขึ้นแล้วในใจตัว แต่ผมแน่ใจว่า 
        รายงานดังกล่าว ให้ภาพใกล้เคียงกับ “ความเป็นจริง” ที่เกิดขึ้น!
        นอกจากนั้น ผมอยากให้คุณนิชาเข้าใจเสียที ว่า การเข่นฆ่าประชาชนที่อุบัติขึ้นในบ้านเมือง เกิดจากความ “จังไร” ของฝ่ายทหารนั่นเองแหละ ที่ไม่ยอมรับในอำนาจของประชาชน คนส่วนใหญ่ของชาติ ซึ่งสู้อุตส่าห์เลือกรัฐบาลของเขามา เพื่อบริหารบ้านเมือง ตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตย แต่ฝ่ายทหารกลับก่อกบฎ เข้ายึดอำนาจ เมื่อ 9 ก.ย. 2549 ฉีกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนทิ้ง และตั้งนายพลเขายายเที่ยง ขึ้นมามาเป็นหัวหน้ารัฐบาล 
        สร้างความอัปรีย์ ให้ประเทศไทยที่รักของเรา ต่อไปอีก!

        เมื่อมีการเลือกตั้ง พ.ศ. 2550 พรรคไทยรักไทยในนามพรรคใหม่ คือ พลังประชาชน เป็นฝ่ายชนะการเลือกตั้ง ได้เป็นรัฐบาลอีกครั้ง แต่กลับไม่ถูกใจฝ่ายทหารอีก
        ผู้นำทหารในตอนนั้น มี นายพล อนุพงศ์ เผ่าจินดา เป็น ผบ.ทบ. แสดงออกชัดเจน ว่า
        ไม่ยอมรับรัฐบาลใหม่ และมีท่าทีไม่ให้ความร่วมมือชัดเจน โดยไม่สำเหนียกในความเสียหาย ที่ตนกับพวกได้ก่อไว้ตอนรัฐประหาร 9 ก.ย.2549 และมีความพยายามบ่อนเซาะ ทำลายรัฐบาลใหม่ ที่มาจากการเลือกตั้งโดยชอบตลอดมา

        ในที่สุด นายพล อนุพงศ์ ได้ก่อกรรมทำเข็ญครั้งสำคัญ เพราะเมื่อมีการยุบพรรคพลังประชาชน โดยศาลรัดทำมะนวย ฝ่ายทหารซึ่งมีนายพลอนุพงศ์เป็นผู้นำ ได้ขู่เข็ญบังคับพรรคร่วมรัฐบาล กับพรรค พลังประชาชน ในตอนนั้น ให้แปรพักตร์มาร่วมกับพรรคประชาธิเปรต ที่ไม่ได้เสียงข้างมากจากประชาชน เพียงเพื่อให้ได้เข้ามาเป็นรัฐบาล โดยลากไปตั้งรัฐบาลใหม่กันในค่ายทหาร
        ภายใต้ “กระบอกปืน” ทหารอีกนั่นแหละ…ระยำสิ้นดี! 
        การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการฝืนความรู้สึก กับเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ และนี่เอง...
        เป็น “ต้นเค้า” ความไม่สงบของบ้านเมืองไทย!!

        จากนั้น รัฐบาลอัปรีย์ของพรรคประชาธิเปรต ที่นายพลอนุพงศ์ ให้การสนับสนุน บริหารบ้านเมืองและได้ก่อความชั่วร้าย ด้วยการ “แดกบ้าน-รับประทานเมือง” อย่างไม่ยำเกรงกฏหมายบ้านเมือง 
        จนเมื่อหมดอำนาจลง บรรดาสมาชิกของพรรคนี้ ต้องถูกเรียกตัวไปดำเนินคดี ทั้งหัวหน้าพรรค อดีตเลขาธิการพรรค สมาชิกที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ ล้วนแล้วแต่มีกรณีกล่าวหาทุจริตคอรัปชั่นอัปรีย์จังไร ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น
        มันหน้าด้านจริงๆ!

        คุณนิชาจะเรียกร้องขอความเป็นธรรมใดๆ ย่อมเป็นสิทธิโดยชอบธรรม เพราะกระบวนการสอบสวน ฟ้องร้อง และดำเนินการในศาล มีอยู่แล้วตามกฏหมาย ผู้บังคับบัญชาของ
นายพลร่มเกล้านั่นแหละ จะต้องช่วยเหลือดำเนินการให้อย่างเต็มที่
        อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้คุณนิชา ทำใจให้นิ่งสักครู่ เปิดหูเปิดตาให้กว้าง แล้วลองไตร่ตรองด้วยเหตุและผล น่าจะเข้าใจได้ไม่ยาก ว่า

        ต้นเหตุมาจากความชั่วร้ายทั้งปวง ของผู้บังคับบัญชาทหาร อย่างนายพล อนุพงศ์ อดีตเจ้านายของสามีคุณนิชา นั่นแหละครับ ที่ปฏิเสธเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน จนเป็นทั้งสาเหตุและแรงจูงใจที่สำคัญ ทำให้ชาวบ้านต้องออกมาประท้วงกันบนท้องถนน
        ผู้คนที่เขารวมตัวกันออกมามากมายนั้น ไม่ได้มุ่งร้ายหมายขวัญ ไม่ได้ก่อการรัฐประหารยึดบ้านเมือง เพียงแต่พวกเขา 
        ขอแค่ให้มีการ “ยุบสภา” เพื่อ “เลือกตั้งใหม่” เท่านั้น!
        แค่นั้นเอง...จริงๆ
        ประชาชนเขาของ่ายๆ ไม่ได้มากมายอะไรเลย แทนที่นายพลโป๊งเหน่งจะแค่บอกรัฐบาล ตามที่ผมเคยแนะนำ ว่า

        ....วันนี้ หากเห็นแก่ประเทศ ไม่อยากให้บ้านเมืองเดือดร้อน ทหารก็แค่ไปพูดกับหัวโจกรัฐบาลว่า
        “เฮ้ย!...อภิแสบ อย่าให้บ้านเมืองวุ่นวายต่อไปเลยวะ ยุบสภาเหอะ...อั๊ว ‘อุ้ม’ ลื้อต่อไม่ไหวแล้วจริงๆ” 
        แค่นี้ทหารพูดไม่ได้!....

        (โปรดอ่านข้อเขียน ที่ผมเขียนไว้เมื่อ 25 มี.ค.2553 ก่อนเหตุการณ์นองเลือด ชื่อคอลัมน์      
        “เฮ้ย!...ไอ้พวกมึง!!... ‘แดก’ กันพอหรือยัง!!!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=214)

        หากนายพลกบาลเตียน ฟังคำเตือนของผม ป่านนี้ประชาชนที่ไม่มีอาวุธ คงไม่ถูกฆ่าตายนับร้อย และบาดเจ็บอีกเรือนพัน จนกลายเป็นบาดแผลใจเหวอะหวะ ระหว่างคนไทยด้วยกัน และ...
        สามีใหม่ของคุณนิชา ก็คงยังไม่ตาย ส่วนทหารคงจะไม่ถูกชาวบ้าน... 
        เกลียดชังแบบเข้าไส้เข้าพุง อย่างทุกวันนี้!

        อกจากนายพลอนุพงศ์ ไม่ทำตามคำแนะนำของผมแล้วยังเสือกทำโง่สุดๆ ด้วยการสั่งทหาร ให้กรีฑาทัพทั้งไพร่พลเดินเท้า และยานเกราะ อาวุธจริง กระสุนจริงเต็มอัตราศึก เข้าปราบปรามประชาชนเพื่อนร่วมชาติของตัวเอง โดยตั้งธงว่า 
        จะปราบประชาชนอย่างรุนแรง โดยไม่กลัวว่าผู้คนจะต้องบาดเจ็บ ล้มตายจำนวนมาก
        เพียงเพื่อให้ประชาชนหลาบจำ และเกรงกลัวอำนาจทหาร!

        กองทหารภายใต้คำสั่งของนายพลอนุพงศ์ เลือกเดินทัพตอนใกล้ค่ำ ซึ่งเป็นการกระทำโง่เขลาอย่างให้อภัยไม่ได้ เข้าสู่ถนนแคบๆ ที่เลือกสรรเป็นเส้นหลักการรุก  
        ทหารเปิดฉากการรุกด้วย ยิงประชาชน แบบไม่เลือกหน้า จากชั้นบนสุดของอาคารข้างเคียงถนนราชดำเนิน ที่เป็นพื้นที่สูงข่ม เพื่อคุ้มครองและเปิดเส้นหลักการรุก ให้กำลังส่วนใหญ่เคลื่อนเข้าสู่ถนนราชดำเนิน ดำเนินการกวดล้างผู้คนตามแผนชั่วร้าย ทำให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก

        เป็นการกระทำที่ไม่แค่โหดร้าย แต่...อำมหิต!

        เดชะบุญ ที่ทหารโดนตอบโต้ จากกองกำลังขนาดเล็ก ที่เข้ามาช่วยเหลือ ป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนของเรา ตกเป็นเหยื่อ “การสังหารหมู่” จนสามารถยับยั้งการเคลื่อนกำลังทหารได้สำเร็จ และทำให้การรุกเข้ากวาดล้างประชาชน...ต้องล้มเหลว 
        พี่น้องคนไทยจำนวนมาก บนถนนราชดำเนิน จึงรอดตาย!

        บาปกรรมได้ย้อนคืนฝ่ายทหาร ที่ “มุ่งหน้า-ฆ่าประชาชน”
ชนิดที่นายพลหัวเหม่งเอง ต้องตกตะลึงพรึงเพริด เพราะคาดไม่ถึงว่าจะโดนโต้ตอบ เพราะคิดแต่จะเข้าไป “กวาดล้าง” ผู้ชุมนุมอย่างเดียว 
        ส่งผลให้ฝ่ายทหารต้องบาดเจ็บล้มตาย (รวมทั้งนายพล
ร่มเกล้า) ประสพความพ่ายยับเยิน ละลายลงทั้งกองพล  ด้วยน้ำมือของประชาชนคนในชาติตัวเอง...
        ศักดิ์ศรีกองทัพไทย ถูกดูแคลนไปทั้งโลก!
        กองพลที่เคยยกย่องตัวเอง ว่าเป็น “บูรพาพยัคฆ์” ซึ่งฟังดูแล้วน่าเกรงขาม กลายเป็นแมวจรจัด ต้องหนีกันอย่างอลหม่านทุลักทุเล เลยถูกผู้คนเรียกขานเสียใหม่ แบบ “เอาฮา” ว่า

        “บูรพา...ห้าพยักหนี!”

        ที่ชาวบ้านเรียกขานอย่างนั้น เพราะทั้งกองพลต้อง “หนีตาย” เป็นการหนีแบบซมซาน หนีแบบไม่คิดชีวิต และที่สำคัญ คือ…
        ...ต้องหนีประชาชนคนในชาติเดียวกัน เพื่อเอาตัวรอด แบบตัวใครตัวมัน ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ในประวัติศาสตร์กองทัพไทยยุคกรุงเทพรัตนโกสินทร์ฯ เป็นราชธานี และเป็นรอยด่างสำคัญ ที่ยากจะลบของกองทัพบกไทย

        น่าสังเวชแท้ๆ!!

        ะนั้น คุณนิชา จงอย่าได้ไปโทษชาวบ้าน หรือคนเสื้อแดง ว่า 
        เป็นผู้ส่งสามีใหม่ของคุณ ไปเฝ้าพระเจ้าตามความเชื่อทางศาสนาคาทอลิกของเขา
        เพราะ...

        ความจริง ตัวการที่แท้จริง คือ ทหารตัวนาย ที่ออกคำสสั่งให้สามีของคุณ ไป “ฆ่า” ชาวบ้านนั่นแหละ 
        ที่จะต้อง...รับผิดชอบเต็มๆ!

        หากผมเป็นคุณนิชา ถ้าคนที่เป็นต้นเหตุ ทำให้สามีตัวเองตาย ยังหน้าด้านไป “ดราม่า” นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ตีหน้าเศร้าใกล้ๆ ในวันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ นายพล ร่มเกล้า สามีใหม่ผู้ล่วงลับ อย่างที่เห็นในภาพ

content/picdata/424/data/photo9_0919_090092.jpg

        พอพระสวดจบ คงอดรนทนไม่ไหว ต้องกระเถิบไปด้านขวา แล้วเหยียดแขนขวา แบมือข้างเดียวกัน “ตบ” กบาลเลี่ยนๆ ของไอ้คนที่ทะลึ่งมานั่งข้างๆ แบบสุดแรงสักเกิด

        ...ฉาดหนึ่งเข้าให้!!

        พร้อมตวาดสำทับ แบบไม่เกรงใจว่า

        “เพราะมึงนั่นแหละ ‘ไอ้โป๊งเหน่ง’ ผัวกูถึงต้องตาย...ไอ้ชิบหาย!!!”

………

ท้ายบท ปีหน้า ถ้าคุณนิชาทำคลิป ตอนตบกบาลไอ้หัวเลี่ยน ผมรับรองว่า ต้องดังกว่าคลิปของคุณ ที่ออกมาโชว์ตอนสงกรานต์ปีนี้อย่างแน่นอน

        สำหรับความเห็นคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้ว ชวนไปดูนิทรรศการ “แดกทั่วไทย จัญไรทั่วทิศ” ที่หาดใหญ่ http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=423
มีผู้โพสต์ข้อความ ดังต่อไปนี้

ความคิดเห็นที่ 1   
very happy when i read vattawan.com re. switzerland
โดยคุณ pla hotmail .ch  178.83.161.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ตั้งแต่เริ่มโครงการ วาดฝัน เรียกโครงการไทยเข้มแข็ง ว่า ไทยเน่าเหม็น เพราะเห็นมาตลอดถึงการทุจริต โดยเฉพาะ โครงการถนนปลอดฝุ่น และน่าจะครวจสอบได้โดยง่าย เพราะการท๊อปปิ้งถนนลูกรังด้วยยางมะตอย ในแต่ละเส้น จะต้องมีการแจ้งปริมาณงาน แต่ผ่านไปแต่ละที่(ขณะนั้น)สังเกตุได้ว่าไม่มีเส้นไหน มีปริมาณงานเท่าที่ติดประกาศไว้เลย จนถึงขณะนี้ ก็น่าจะยังตรวจสอบได้อยู่นะครับ...สุขสันต์วันปีใหม่ครับ ท่านวาทฯ สุขภาพแข็งแรงเหมือนหนุ่มๆนะครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเปียกน้ำ  125.24.28.XXX

ความคิดเห็นที่ 3   
“แดกทั่วไทย จัญไรทั่วทิศ” น่าจะช่วยเปิดหูเปิดตาพี่น้องชาวใต้ได้ จะตื่นขึ้นมารับรู้พฤติกรรมของพรรคดักดานเสียที
โดยคุณ ไม่เลือกพรครุมแดกชาติ  125.25.140.XXX  

ความคิดเห็นที่ 4   
ผมขยะแขยงพวกที่ชอบออกมาโชว์เด่นว่าคอรัปชั่นรุนแรงขึ้นทุกวัน จะต้องปราบให้สิ้น โถ..ทำไมไม่แจ้งความดำเนินคดีเล่า ? ถ้าจริงจะต้องมีคนออกมาโอดโอย จนใครบางคน เช่น นายสามสี ที่เคยออกมาบอกว่าของจริงเขาชักกันกี่เปอร์เซ็นต์สมัยที่พรรคตัวเองเป็นรัฐบาลอยู่เป็นแน่ สิ่งที่เห็นอยู่โทนโท่ เช่น การสร้างโรงพัก การซื้อครุภัณท์ทางการแพทย์ ครุภัณท์วิทยาลัยอาชีว ฯลฯ กลุ่มคนพวกนี้ไม่เห็นจะทำอะไรเลย ทำเหมือนมองไม่เห็นด้วยซ้ำ และที่สะอิดสะเอียนก็คือ พวกที่จะมาเช็ค มาตรวจสอบคนอื่นเนี่ยะ ตัวเองสะอาดแค่ไหน ? เห็นมีแต่เปรอะทั้งนั้น ยังจะสะเออะมาตรวจสอบคนอื่นอีก ไม่ตลกเกินไปหรือ เรื่องพรรคดักดานหาแดกกับงบแผ่นดิน พวกคนดีเห็นนิ่งเฉยกันหมด หนำซ้ำยังปล่อยเวลาให้ทอดยาวไกลออกไปจนคนจะลืมหมดแล้ว สงสารประเทศไทยจริง ๆ และที่หมดใจคือ พรรคพวกที่ถือว่าเป็นปัญญาชนอีกมากก็ยังฟัง ยังเชื่อพวกนี้อยู่ได้ ไม่เข้าใจจริง ๆ หรือพวกนี้จะมีสันดานทุจริตไปด้วยทั้งหมด จึงไม่รู้สึกร้อนหนาวในเรื่องร้ายเหล่านี้เลย ก็ได้แต่เวทนาประเทศนี้จริง ๆ
โดยคุณ เห็นมีแต่พวกชอบปราบคนดี  110.168.99.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
ผมหมดคำด่าแล้วครับอาจารย์วาท สำหรับไอ้พรรคประชาธิเปรต เฮงซวยอันประกอบไปด้วยอสุรกายหลายตัวสิงสถิตย์ในพรรคนี้ โอกาสปีใหม่ไทยขอให้พรรคประธิเปรตและหมู่คณะมันจงฉิบหายเร็ว ๆ
โดยคุณ bangloa  101.51.132.XXX

ความคิดเห็นที่ 6   
ท้ายบท ที่อาจารย์ให้อ่าน คอลัมน์ "ได้เวลา…ล้างกาลี!!!" ไม่เห็นรัฐบาลและพรรคเพื่อไทย จะตั้งอกตั้งใจล้างพวกกาลีเลย ทำงานอืดอาดล่าช้ามาก
โดยคุณ เร่งมือกันหน่อย 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ นางนิชา ธุวธรรม ต้องตบกบาล นายพลอนุพงศ์!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 20 เมษายน 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER