หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!
หัวข้อ : ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        อนยังเป็นเด็ก ผมได้รับความรู้จากคุณตา ผู้ซึ่งมีความรู้ดีและความสามารถหลากหลาย ท่านเคยดำรงตำแหน่งสำคัญต่างๆเช่น รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ประธานการท่าเรือแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาธนาคารออมสิน ประธานธนาคารเอกชน เป็นต้น
        ที่ทำให้ผมสนใจเรื่อง “รถไฟไทย” มาตั้งแต่เด็ก อาจเป็นเพราะคุณตาของผม ยังเป็นกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยยาวนานเกินกว่า 20 ปี
        นานกว่ากรรมการทุกคน ที่เคยมีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน!

        ผมโชคดีที่ได้นั่งรถไฟ ไปกับท่านหลายจังหวัด ตั้งแต่ยังป็นเด็ก โดยนั่งไปในโบกี้ ที่การรถไฟเขาจัดสำหรับกรรมการและผู้ติดตาม  
        เมื่อถึงปลายทาง ได้เข้าพักที่โรงแรม หรือบ้านพักการรถไฟ ที่ผมชอบมาก คือ โรงแรมรถไฟหัวหินเพราะมีอาหารอร่อย ตอนกลางคืนยังได้เล่นกอล์ฟเล็กอีกด้วย 
        ผมเคยเขียนความทรงจำเหล่านี้ ในคอลัมน์ “กาแฟขม ขนมหวาน” โดยได้เล่าถึงความสนุกสนานวัยเด็ก แต่ที่สำคัญและจำไม่ลืม คือ 
        ระหว่างการเดินทางไปกับคุณตา ได้รับความรู้เรื่องรถไฟหลายแง่มุม จากท่านด้วย

        ผมมีเรื่องคาใจบางเรื่อง จากการที่รัฐบาลของนายกฯปูนำเสนอโครงการเงินกู้สองล้านล้านบาท มีคนนำคำพูดของเธอไปพูดต่อเสียๆหายๆ เกี่ยวกับ 
        การนำรถไฟความเร็วสูง...ไปขนผัก!

        จนนายกฯผู้หญิง ต้องออกมาขอร้อง อย่าได้ “บิดเบือน” คำพูดของเธอ ที่พูดว่า
        “รถไฟความเร็วสูงจะทำให้เศรษฐกิจแนวชายแดนเติบโต ลดต้นทุนการขนส่งของเกษตรกร ขนผัก ผักไม่เน่า อาหารมีคุณภาพ ประชาชนจะได้บริโภคอาหารสด”
        อยากจะเรียนกับท่านผู้อ่าน ว่า

        เรื่องการใช้รถไฟขนผักนี้ ไม่ใช่ของใหม่ มีมานานกว่าร้อยปีแล้ว ตั้งแต่ยุคพระพุทธเจ้าหลวง ทรงเล็งเห็นความสำคัญของการคมนาคมแบบรถไฟ ซึ่งเป็นของใหม่ในตอนนั้น และทรงนำมาใช้ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระเจ้าแผ่นดินของเรานั้น ทรงเป็น อัตถทัสสิมา (ผู้ทรงมีวิสัยทัศน์ไกล) ทรงพระราชทานกำเนิดการเดินรถไฟ โดยได้เสด็จพระราชดำเนิน ทรงทำพิธีเปิดการเดินรถไฟสายแรกของสยาม คือ 
        รถไฟสายปากน้ำ กรุงเทพฯ- สมุทรปราการ ระยะทาง 21 กิโลเมตร เมื่อวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2436

content/picdata/426/data/photo9_0919_090095.jpg

        รถไฟสายนี้รัฐบาลสยาม ได้อนุมัติสัมปทานก่อสร้างและดำเนินกิจการโดย บริษัทรถไฟปากน้ำ ของชาวเดนมาร์ก มีสัญญาสัมปทาน 50 ปี เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2434 แล้วเสร็จในปี 2436 ค่ารถไฟในสมัยนั้น ไปกลับ 1 บาท มี 10 สถานี สถานีละ 1 เฟื้องเท่านั้น 
        สถานีต้นทางคือสถานีหัวลำโพง รถจะหยุดรับส่งคนโดยสารที่ ศาลาแดง บ้านกล้วย พระโขนง บางนา สำโรง ศีรษะจระเข้ (หัวตะเข้) บ้านนางเกรง มหาวง แล้วก็ถึงปากน้ำ เมื่อครบกำหนด 50 ปี เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2479 รัฐบาลก็ได้ซื้อทรัพย์สินของรถไฟสายนี้ ต่อมายกเลิกกิจการไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2503
เพื่อขยายถนนพระราม 4 
        ผมเคยนั่งรถไฟสายนี้ หลายครั้ง!

        ครั้นถึงวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพระราชพิธี เปิดการเดินรถไฟสายกรุงเทพมหานคร-อยุธยา ระยะทาง 71 กิโลเมตร ถือเป็นวันสถาปนากิจการรถไฟมาจนถึงปัจจุบัน
        ประวัติศาสตร์สำคัญตอนนี้ โกสินทร์ รตนประเสริฐ ได้เขียนไว้ในหนังสือดีมีประโยชน์มาก น่าจะหาซื้อให้ลูกหลานอ่านกัน
        หนังสือเล่มนี้ ชื่อ “สิ่งแรกในสยาม” พิมพ์เมื่อปี 2555 โดย ยิบซีกรุป เรื่อง “รถไฟสายแรกของสยาม” 
        โดยมีบันทึก เอาไว้ดังนี้

        ...เมื่อรถไฟพระที่นั่งเคลื่อนขบวน บรรดาผู้เข้าเฝ้าต่างร้องถวายชัยมงคล ๓ ลา เมื่อเสด็จถึงสถานีกรุงเก่าและทรงเปิดศาลาว่าการที่กรุงเก่าเรียบร้อยแล้ว จึงเสด็จขึ้นรถไฟเวลาประมาณ ๑๖.๐๐ นาฬิกา  ขบวนรถไฟถึงกรุงเทพมหานครในเวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ถือเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาน้อยมาก หากเทียบกับการเดินทางลักษณะอื่นในสมัยนั้น ที่ต้องใช้เวลาเป็นวันในการเดินทางไปและกลับ ซึ่งไม่สะดวก โดยเฉพาะการขนส่งสินค้าเกษตรกรรม ที่สามารถเน่าเสียได้...

        ท่านผู้อ่าน เห็นไหมครับว่า
        การขนส่งพืชผลทางเกษตรสำหรับบ้านเรานั้น เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เพราะบ้านเราเป็นเมืองเกษตรกรรม พระพุทธเจ้าหลวง ทรงตระหนักในเรื่องนี้เสมอมา 
        ตกมาถึงยุคนายกฯปู วิสัยทัศน์ของผู้นำที่ทรงคุณภาพของประเทศเรา ไม่เคยเปลี่ยนไปเลย!

        ผู้ที่ออกมาเยาะเย้ย ถากถาง นายกฯผู้หญิงของเรา คงลืมไปแล้วว่า ไม่ใช่จะมีการขนส่งสินค้า ประเภทพืชผักผลไม้แต่ทางรถไฟเท่านั้น แม้แต่การขนส่งทาง “เครื่องบิน” ซึ่งค่าขนส่งแพงกว่ารถไฟความเร็วสูงด้วยซ้ำ แต่บ้านเราทำกันมานานแล้ว โดยเฉพาะ “กล้วยไม้” ซึ่งเป็นพืชสำคัญที่ส่งไปมากในตลาดยุโรป หรือแม้กระทั่ง “มะม่วง” สายพันธ์ที่คัดสรรแล้ว และเป็นสินค้าพรีเมียม ของเรา นั้น
        ได้มีการส่งมะม่วงรสเลิศ ขึ้นเครื่องบินไปพร้อมข้าวเหนียวมูลร้อนๆ จากเมืองไทย ไปเสิร์ฟลูกค้าที่เข้ามารับประทานอาหารในโฮเต็ลใหญ่ๆ ที่ฮ่องกง เป็นต้น

        ในทางกลับกัน คนที่พอมีสตางค์ในบ้านเรา ได้กินผัก ผลไม้สด จากต่างประเทศ ซึ่งขนส่งโดยทางเครื่องบิน มายังประเทศของเรา นานหลายปีแล้ว เพราะระบบการขนส่งของต่างชาติเขาดี ต้นทุนจึงถูก แม้จะเป็นการขนส่งทางเครื่องบินก็ตาม แต่สามารถส่งสินค้าจำพวกพืชผักสดและผลไม้ มาขายในเมืองไทย และสามารถสู้ราคากับสินค้าท้องถิ่นได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะเป็น
ส้ม แอปเปิล แพร์ องุ่น ฯลฯ
        มีผู้วิพากษ์วิจารณ์ว่า รถไฟความเร็วสูงจะขาดทุน ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเป็นบริการสาธารณะ ไม่ใช่บริษัทเอกชนที่จ้องแสวงหาแต่ “กำไร” เท่านั้น แต่รัฐบาลจะได้เงินจากภาษีที่เป็นผลต่อเนื่อง จากเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตขึ้น เพราะระบบลอจิสติกที่ดีมีคุณภาพ จนนำเงินภาษีและรายได้ที่เพิ่มขึ้นเหล่านั้น มาชดเชยเงินของรัฐที่ลงทุนไปก่อนต่อไป 
        ด้วยสาเหตุนี้เอง รัฐบาลของนายกฯปู จึงมุ่งมั่นที่จะพลิกโฉมประเทศไทย ด้วยการจัดให้มีระบบการคมนาคมขนส่งที่รวดเร็ว เพื่อให้ก้าวไปทัดเทียมกับชาติอื่น ที่มีความเจริญรุดหน้าไปก่อนแล้วนั่นเอง

        มีผู้ที่กังวลว่า ค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงที่กำหนดไว้ ราคาสูงเกือบเท่าเครื่องบิน แต่ถึงวันนั้น คือ วันที่รถไฟความเร็วสูงเปิดดำเนินการได้ (อีกหลายปีข้างหน้า) มีการประมาณการว่า 
        ถึงตอนนั้น ราคาน้ำมันอาจขึ้นถึง 200 เหรียญต่อบาร์เรล และราคาค่าโดยสารเครื่องบิน อาจทะยานสูงกว่าปัจจุบันถึงหนึ่งเท่าตัว
        ลองคิดดูเองก็แล้วกันว่า งตอนนั้น ผู้คนจะเลือกใช้เครื่องบินหรือ รถไฟความเร็วสูงกันแน่?
        ที่สำคัญที่สุดคือ รถไฟความเร็วสูงสามารถวิ่งผ่าเข้ากลางเมือง ประหยัดทั้งเวลา และค่ารถแท๊กซี่ และเวลานั่งไปรอเครื่องที่ สนามบินหลายชั่วโมง นี่เป็นปัจจัยสำคัญ ที่ผู้คน...
        จะหันมาโดยสาร รถไฟความเร็วสูงมากยิ่งขึ้น!

        มมีความรู้สึกว่า ไม่ว่าพรรคการเมืองของคุณทักษิณ ตั้งแต่ในอดีต ครั้งยังเป็น “ไทยรักไทย” จนถึงพรรค “เพื่อไทย” ไม่ว่าจะคิดโครงการใดขึ้นมา เป็นต้องโดนขาประจำนอกจากไอ้พรรคดักดานอย่างประชาธิเปรต ที่ไม่เคยเห็นด้วยในทุกโครงการ ทุกกรณี และวิพากษ์วิจารณ์เอาอย่างเสียๆหายๆ นั้น 
        ยังมีองค์กรอย่าง สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่ตั้งขึ้นมาเป็นโดยมีวัตถุประสงค์ดี แต่ท่าทีเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลทักษิณมาโดยตลอด และที่ผมทนไม่ได้ คือ
        ไอ้พวกนี้มักชอบคิดว่า ตัวเองเป็นพวกฉลาดตายโหงตายห่า (แต่คิดเลขง่ายๆไม่ถูก จนโดนก่นด่ามาแล้ว) คัดค้านรัฐบาลพรรคทักษิณ แบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่ว่าจะเป็น “โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค” ที่ไอ้คนในองค์กรนี้รุมสับว่าผลาญงบประมาณ และจะทำให้ประเทศล่มจม
        แล้วตอนนี้...เป็นอย่างไรล่ะ?

        โครงการสามสิบบาทรักษาทุกโรค ที่เคยโดนพวกทีดีอาร์ไอโจมตีหนักนั้น บัดนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นหลักประกันในชีวิตของคนไทย ว่า 
        ไม่ต้องกังวลว่าเจ็บป่วยแล้ว ไม่มีเงินจะรักษาตัว เพราะรัฐมีหลักประกันสุขภาพให้แล้ว
        โครงการนี้แหละ ที่ทำให้เลือกตั้งกันเมื่อใดก็ตาม ไอ้พรรคดักดานอย่างประชาธิเปรต...
        ต้องพ่ายแพ้...ทุกครั้งไป!

        นโยบายแจก “แท็บเล็ต” ให้นักเรียน ของรัฐบาลนายกฯปู นี่ก็เหมือนกัน ใช้งบประมาณน้อยกว่าง “งบประชาสัมพันธ์” ยุคไอ้ พรรคดักดานเป็นรัฐบาลเสียด้วยซ้ำไป และมีประโยชน์กับนักเรียนที่ได้รับมากมายเกินกว่าที่คาดไว้  
        หากท่านเป็นแฟน คงจำได้ว่า เมื่อราวหนึ่งปีที่แล้ว
(19 เมษายน 2555) ผมได้เขียนบทความ ถล่ม อ.ส.ม.ท. องค์กรของรัฐที่เน่าใน (เพราะ “คอรัปชั่น” กันหั่นแหลก!) และโขกสับรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและนายกฯปูต่อเนื่อง ทั้งๆที่เป็นองค์กรของรัฐแท้ๆ 
        บทความนั้น ชื่อ 
        อ.ส.ม.ท. อย่าให้ใครนินทาว่า เป็นแค่ “เนชั่ว” สาขา 2!!!
http://vattavan.com/detail.php?cont_id=360 
        ในตอนนั้น ผมเขีบนไว้ว่า

        ...หากเราจะดูนโยบายของรัฐบาลโลซก ที่พวกเราพี่น้องประชาชนช่วยกันถีบตกจากเก้าอี้ไป เปรียบเทียบกับรัฐบาลปัจจุบันแล้ว คงเห็นได้ว่า
        ผู้ที่มี “วิสัยทัศน์” นั้น ต่างจากคนที่ยังครอบหัวกบาลตัวเอง ด้วย “กะลาทัศน์” ตรงนี้เอง
        การครอบหัวกบาล ด้วย “กะลาทัศน์” อย่างดื้อด้านดักดาน โดยไม่ยอมถอดออกนั้น เป็นเหตุให้พรรคกะโหลกกะลา มันถึงได้แพ้ซ้ำแพ้ซาก จนกลายเป็น...
        พรรคกเฬวราก...ไปในที่สุด!!!

        ผมมั่นใจเต็มร้อย ว่า                 
        วันนี้ ทั้งสื่อและปฏิปักษ์รัฐบาลบาลนายกฯปู อาจยืนกรานคัดค้านเรื่อง “แท็บเล็ต” แต่ในวันข้างหน้า คนเหล่านั้นต้องเปลี่ยนใจ กลายมาเห็นด้วย เมื่อถึงวันและเวลาที่เด็กและเยาวชน รุ่น “แท็บเล็ต” ของเรา ได้แสดงศักยภาพออกมาให้ปรากฏต่อสาธารณชนว่า พวกเขานั้น...
        แตกต่างจากเด็กรุ่นเก่า ที่ไร้ “แท็บเล็ต” อย่างไร?

        แล้วจะได้เห็นกัน!  

        าถึงวันนี้ หากไอ้พลพรรคดักดาน มันมีลูก มีหลาน ที่ได้แจกแท็บเล็ตกับเขาด้วย พวกมันได้คงรู้แล้วว่า บรรดาเด็กที่ได้รับแจกสิ่งประดิษฐ์ทันสมัยเหล่านั้น สมองพัฒนารุดหน้ากว่าเด็กรุ่นโตกว่า แต่ไม่ได้รับแจกแท็บเล็ต เป็นอย่างมาก  
        ที่น่าภาคภูมิใจยิ่งไปกว่านั้น โครงการนี้สามารถพิสูจน์ได้ ไม่ใช่โดยผม หากแต่เป็นรัฐบาลต่างชาติ ที่เดินตามรัฐบาล นายกฯปู ซึ่งตอนเห็นข่าวครั้งแรก ผมถึงกับ “ตกใจ” 
        นั่นคือ

        ประเทศเพื่อนบ้าน อย่าง “มาเลเซีย” ที่ปัจจุบันเจริญก้าวหน้าไปไกลกว่าเราแล้ว แต่ยังไม่มีโครงการแจก
“แทบเล็ต” ให้กับเด็กหมือนบ้านเรา นั้น
        เมื่อ 10 เมษายน 2556 นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ประกาศและชูแผ่นนโยบายพรรค (อย่างที่เห็นในภาพ) ที่พิมพ์แจกประชาชน ว่า

content/picdata/426/data/photo9_0919_090096.jpg

        จะแจก “แล็บทอป” (ดีกว่าแท็บเล็ตหน่อย) เลียนแบบโครงการแท็บเล็ตของรัฐบาลไทย ให้กับนักเรียนมาเลเซียทุกคน หากพรรค “อัมโน” ของท่านนาจิบ ราซัค ได้รับเลือกตั้งจากประชาชน
        ให้กลับมา เป็นรัฐบาลอีกครั้ง!! 
 

        ไม่รู้ว่า ทั้งองค์กรอย่างไอ้ทีดีอาร์ไอ ไอ้พรรคดักดาน รวมทั้งพวกโฆษก-โฆษกี ของวิทยุคลื่น 101 (วันโอเวร
ราดิโอ) และคลื่น “เนชัว สาขา” 2 (อ.ส.ม.ท.) ที่ก่อนหน้านั้น ดาหน้ากันออกมา โจมตีนโยบาย “แท็บเล็ต” ของนายกฯปู สนุกสนานสนั่นหวั่นไหว นั่น

        พวกมัน “สำเหนียก” กันบ้าง ไม้เนี่ยะ!!!?

………..

        ท้ายบท สำหรับแฟนๆ ที่โพสต์ความเห็น ท้ายคอลัมน์สัปดาห์ที่แล้ว
นางนิชา ธุวธรรม ต้องตบกบาล นายพล อนุพงศ์!!!
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=424
มีผู้โพสต์ข้อความ ดังต่อไปนี้

ความคิดเห็นที่ 1   
ฝากด้วย 1 ฉาด...และขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้ เสธ.แดง ม้าพยศแห่งกองทัพไทย...ใครเป็นคนสั่งยิงท่าน ต้องเอาตัวออกมาให้ได้
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันโมโห  58.11.24.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ต้องบอกว่ามันหยด ด่ามันเข้าไป ไอ้พวกฆ่าประชาชน
โดยคุณ ด่าได้ ด่าดี  101.108.239.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ข้อมูลที่ผมมีใกล้เคียงกับของท่านวาทฯ คือผู้ที่ทำการยิงลูกระเบิดเข้าไปทำลายกองบัญชาการทางทหารขณะนั้นก็คือทหารด้วยกันนี่แหละ แต่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับบูรพาพยัคฆ์ เพราะไม่ชอบนายพลโป้งเหน่งและ พ.อ.ร่มเกล้า ขณะนั้น ประกอบกับต้องการหยุดยั้งการเข่นฆ่าประชาชนด้วย จึงรีบดำเนินการโดยใช้คนไม่กี่คน วิเคราะห์ตามสถานการณ์แล้ว ผู้ไปชุมนุมธรรมดาไม่มีศักยภาพที่จะทำได้แน่นอน ต้องผู้ที่ได้รับการฝึกมาอย่างดีแล้วเท่านั้น ผู้มีสติปัญญาธรรมดาวิเคราะห์ได้ ต้องขอบคุณกลุ่มคนที่ทำการ ไม่ว่าจะเป็นทหารหรือคนของ CIA ทำลายคนไม่กี่คน (เนื่องจากไม่มีทางเลือกอื่นและต้องทันที) ดีกว่าปล่อยให้ประชาชนถูกฆ่าตายอีกมากเพราะความอำมหิตของคนไม่อยากลงจากอำนาจกลุ่มนี้
โดยคุณ ตาดูหูฟัง นั่งวิเคราะห์  115.87.79.XXX

ความคิดเห็นที่ 4   
เรื่องคอรัปชั่นที่กล่าวถึงเหล่านี้ ไม่เห็นผู้ดี ดี๊ ดี ดีอิ๊บอ๋ายอย่าง นายอานัน ออกมาจีบปากจีบคอทำตราม่า เลยนะ ได้เห็นหน้าฟังเสียงเวลาออกมาแสดงละครแล้ว แทบคายของเก่า
โดยคุณ รินทร์  58.11.105.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
ในวันนั้นถ้าไม่มีเหตุมาหยุดพวกร่มเกล้าไว้(ไม่อยากเรียกว่าทหาร)ประชาชนมือเปล่าคงเสียชีวิตกันอีกมากมาย ดูจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ขนกันมา มันเพื่อการฆ่ากันโดยตรง ตัวผมเองยังไม่เห็นด้วยเลยที่บุคคลที่ออกรบแล้วพ่ายแพ้ ละลายทั้งกองพล ถึงแม้จะเสียชีวิตในการรบ ก็ไม่สมควรจะได้รับเกียรติในการได้เลื่อนยศเป็นนายพลปี๊ป รวมทั้งไม่ควรเลื่อนยศและตำแหน่งบุคคลอัปยศ พวกนี้ขึ้นเป็นแม่ทัพน้อย/ภาคอีกด้วย
โดยคุณ ช่วง  116.50.60.XXX

ความคิดเห็นที่ 6  
love and like vattavan.com re. switzerland
โดยคุณ pla hotmail .ch  178.83.161.XXX  

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบนายกฯปู!! วันเสาร์ ที่ 27 เมษายน 2556)

 


 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER