หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น
หัวข้อ : เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มื่อเร็วๆนี้ ทางเคเบิลทีวีที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ เขานำหนังเก่ากว่าสิบปี เรื่อง Maid in Manhattan (2002) มีดาราสาวสวยเลือดละติน เจนนิเฟอร์ โลเปซ (Jennifer Lopez) เป็นดาราแสดงนำ
        หนังเรื่องนี้ แม้พล๊อตจะดูง่ายๆ เหมือนหนังไทยหลายเรื่อง แต่ที่ผมชอบเป็นพิเศษ ตรงที่คนตั้งชื่อหนัง
เรื่องนี้เป็นภาษาไทย เขาตั้งได้หวือหวาดี คือ 
        เสน่ห์รักสาวใช้หวานฉ่ำ!

content/picdata/427/data/photo_0001.jpg

        หนังเป็นเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ มาริสา เวนทูร่า (เจนนิเฟอร์ โลเปซ) แสดงเป็นแม่ม่ายเชื้อสายละติน ที่ยังสาวสะพรั่ง สวยทั้งรูปร่างและหน้าตา มีลูกติดเป็นของแถมอีกหนึ่งคน
        มาริสา เวนทูร่า ทำงานเป็น maid หรือ แม่บ้าน อยู่ในโรงแรมหรูระดับ 5 ดาวในย่านแมนฮัตตัน แต่ด้วยโชคชะตาเล่นตลก ทำให้มาริสาได้พบกับ คริสโตเฟอร์ มาร์แชล (ราฟฟ์ ฟินส์) นักการเมืองหนุ่มหล่อที่มีอนาคตไกล แถมมาจากตระกูลร่ำรวยแบบเดียวกับเคนเนดี

        คริสโตเฟอร์ มาร์แชล เข้าใจผิดว่า เธอคือแขกที่เข้ามาพักในโรงแรม และคงจะป็นโชคชะตาฟ้าลิขิต ที่นำให้หนุ่มสาวทั้งคู่มาพบ และตกหลุมรักซึ่งกันและกัน คนทั้งสองได้พบกับช่วงเวลาอันแสนวิเศษเพียงคืนเดียว
        โลกกลับตาลปัตรทันที ตอนที่ความจริงถูกเปิดเผยออกมาว่าฝ่ายสาวเป็นแค่แม่บ้านของโรงแรม และทั้งหนุ่มสาวตระหนักทันที ว่า
        ชีวิตของเขาทั้งสอง เหมือนอยู่กันคนละโลก เพราะถึงแม้ว่าในความเป็นจริง มันจะเป็นเพียงแค่ระยะทางของรถไฟใต้ดินระหว่างเขตแมนฮัตตัน ซึ่งเป็นถิ่นของความร่ำรวยและเศรษฐี กับถิ่นบรองซ์ ซึ่งเป็นที่ลงหลักปักถ่อของคนยากจน และผู้ใช้แรงงาน ชีวิตที่แตกต่างของคนทั้งสองถิ่น ไม่น่าจะครองคู่อยู่ด้วยกันได้ 
        หนังเลือกฉากจบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้ง โดยทั้งคู่กลับมาปลูกต้นรักกันใหม่ และคนสร้างทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า 
        หลังจากเมฆหมอกผ่านไป นางเอกได้พัฒนาตนเอง โดยการเพิ่มเติมการศึกษา และกลายเป็นผู้บริหารโรงแรม ราวกับตั้งใจเพิ่มเติมคุณสมบัติ ให้ขึ้นมาคู่ควรกับพระเอกนักการเมืองอนาคตไกล แถมมาจากตระกูลที่ร่ำรวยอีกด้วย
        แม้หนังเรื่องออกน้ำเน่าหน่อยๆ แต่ดูแล้วสบายใจดีจริงๆ!

        ภาพยนตร์เรื่อง Maid in Manhattan สร้างตั้งแต่ ปี 2002 แต่ถ้าเราลองสังเกตดู จะพบเรื่องจริงของผู้คน ในทำนองเดียวกับหนังเรื่องนี้อีก ที่ฝ่ายหญิงเป็น maid มาก่อน แต่ไม่ได้พบกับพระเอกที่เป็นนักการเมืองเหมือนหนัง หากแต่เธอพบรักกับพระเอก ซึ่งเป็นมหาเศรษฐี นายจ้างของเธอนั่นเอง และกลายเป็นเรื่องราว ที่โด่งดังสหรัฐอเมริกาไปเลยทีเดียว เธอชื่อ
        บาร์บาร่า เพียเซ็คการ์ จอห์นสัน (Barbara Piasecka Johnson)

        ผู้หญิงคนนี้ บาร์บาร่า เพียเซ็คการ์ จอห์นสัน มีชีวิตแบบเทพนิยาย ซึ่งฟังแล้วทรหดกว่านางเอกในหนังที่เล่าข้างต้น เพราะเธอเป็นผู้อพยพจากโปแลนด์ ซึ่งคนจากยุโรปประเทศนี้ มักมุ่งไปสหรัฐ เพื่อหลบลี้หนีภัยการเมืองและความยากจน โดยบากหน้ามาไขว่คว้าหาชีวิตที่ดีกว่า 
        ในระยะเริ่มต้นเมื่อไปถึงอเมริกา ผู้อพยพจำนวนมากต้องยอมเป็นกรรมกร หรือทำงานในระดับต่ำในนิวยอร์ก อันเป็นท่าเรือปลายทางจากยุโรป 
        บาร์บาร่าไปถึงสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ.1969 ด้วยวัยสามสิบ โดยมีเงินติดตัวเพียง 200 เหรียญ ต้องนอนคืนแรกใน โรงแรมสกปรกทึมๆ ในมหานครแห่งความหวัง

        เธอได้งาน maid ทำหน้าที่ในครัว” ให้ เอสเทอร์ อันเดอร์วู้ด จอห์นสัน (Esther Underwood Johnson) หรือ Essie ภริยาคนที่สองของ เจ ซีวอร์ด จอห์นสัน ซีเนียร์ (J. Seward Johnson Sr.) ทายาทเจ้าของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก ยี่ห้อ Johnson ของบริษัท Johnson & Johnson ซึ่งรู้จักดีทั้งโลก รวมทั้งพลาเตอร์ยา Band-Aid ที่เป็นของจำเป็น ต้องมีติดตู้ยาในบ้าน และคนไทยเราเอง ยังใช้กันเป็นประจำ
        สาวจากโปแลนด์ บาร์บาร่า เพียเซ็คการ์ ทำงานในหน้าที่แม่ครัวไม่นาน แค่ประเดี๋ยวประด๋าว เธอได้ไปเรียนศิลปะต่อที่ New York University และย้ายไปอยู่ในอพาร์ทเมนท์หรู ในแมนฮัตตันถิ่นผู้ดีมีเงิน โดยมิสเตอร์ จอห์นสัน สามีของเจ้านายเป็นผู้จัดหาให้

        จากนั้นอีกเพียงปีเศษ มิสเตอร์ จอห์นสัน ได้หย่าขาดจาก Essie ภริยาคนที่สอง ที่รับสาวโปแลนด์มาเป็นแม่ครัว และตัวเขาเอง ได้ย้ายเข้าไปอยู่อพาร์ทเมนท์ กับอดีตสาวใช้ของเมียเก่า และไม่นานนักก็แต่งงานกับเธอ เรียบร้อยโรงเรียนจอห์นสันไปตามระเบียบ 
        ทั้งสองอยู่กินกันมาไม่นาน ฝ่าย มิสเตอร์ จอห์นสัน ที่ชรามากแล้ว ถึงกับม้วยมรณาอำลาโลกไปก่อน และ บาร์บาร่า สาวที่มาจากโปแลนด์ ที่มีคำนำหน้าเป็น มิสซิส จอห์นสัน แล้ว ได้เปิดศึกชิงมรดกกับลูกๆของสามีผู้ล่วงลับ ซึ่งมีอยู่ถึง 6 คนด้วยกัน

        ผลจากการฟ้องร้องกันในศาลสหรัฐ กลายเป็นคดีแย่งชิงมรดกที่โด่งดังมากในยุคนั้น สาวจากโปแลนด์เป็นฝ่ายกำชัยชนะ เด็ดขาด มีลูกสามีถึง 5 คน ไม่ได้รับเงินมรดก แต่มิสเตอร์จอห์สัน แบ่งให้ไปมากมายก่อนหน้านั้น จนร่ำรวยหมดทุกคนแล้ว แม้จะไม่ได้เงินจากกองมรดก ก็ไม่ได้เดือดร้อนเท่าใดนัก
        การที่เธอเป็นฝ่ายชนะคดี ทำให้อดีตสาวใช้ชาวโปแลนด์ เป็นฝ่ายได้รับมรดก มูลค่ากว่า 500 ล้านดอลลาร์ ไปครอบครองพร้อมกิจการอันมีมูลค่ามหากศาล

content/picdata/427/data/photo_0002.jpg

        บาร์บาร่า เพียเซ็คการ์ จอห์นสัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากมายก็จริง แต่เสียงวิจารณ์นั้น ดังอยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น แต่เธอสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ 
        สำหรับผมแล้ว ไม่ตำหนิเธอเลย เพราะผู้หญิงที่มาจากชาติที่โดนกดขี่ ต้องออกจากบ้านเมืองที่มีแต่ความทุกข์ระทม โดยไม่มีสมบัติติดตัวมา นอกจากเงินเพียงน้อยนิด ทำให้เธอต้องใช้นาผืนน้อยๆ ที่พระเจ้าประทานให้ติดตัวมา (สำนวนนักเขียนไทยรุ่นเก่า) กรุยทางไปสู่ความสำเร็จ และความมั่งคั่งในชีวิตได้ในที่สุด
        บาร์บาร่า เพียเซ็คการ์ จอห์นสัน เพิ่งถึงแก่กรรมเมื่อต้นเดือนที่แล้ว (3 เม.ย.2556) หนังสือพิมพ์ในสหรัฐพาดหัวข่าวถูกใจผม จนต้องนำมาเขียนถึงในวันนี้ คือ

        Maid Who Married Multimillionaire, Dies

        อกจากพวกเศรษฐี ที่ได้เมียคนใช้หรือ maid แล้ว ดาราใหญ่ที่เป็นนักการเมืองระดับ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียคนที่ 38 “คนเหล็ก” อย่าง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ (Arnold Schwarzenegger) ก็ทำผิดพลาดได้ใหญ่โต เพราะดันไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิง ชื่อ มิลเดรด เบนา (Mildred Baena) อายุ 50 ซึ่งทำงานหน้าที่แม่บ้าน ให้ครอบครัวของคุณอาร์โนลด์ มานาน ร่วม 20 ปี และเพิ่งลาออกไปตอนความแตกว่า เธอมีเพศสัมพันธ์กับเขานั่นเอง 
        เธอคนนี้มีความพิเศษอยู่หน่อยหนึ่ง คือ มีลูกกับพระเอกอาร์โนลด์ ด้วย 1 คน อายุ 13 ปีแล้ว แสดงว่า “คนเหล็ก” ผู้ว่าการรัฐ เล่นกิจกรรมเข้าจังหวะกับสาวใช้มานานเกินสิบปีแล้ว แต่น่าชมเชยที่
        เมียไม่ยักรู้!

        เรื่องของคุณอาร์โนลด์ นั้น สร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กับผู้ที่เป็นแฟนภาพยนตร์ และผู้สนับสนุนทางการเมืองของเขา แต่ผู้ว่าการฯนักแสดง “คนเหล็ก” ไม่ปฏิเสธ เขายอมรับแต่โดยดี
        บางคนวิจารณ์ว่า สาวใช้ มิลเดรด เบนา หน้าตาแสนธรรมดา ไม่ได้สะสวยอย่าง Maria Shriver (มาเรีย ชไรเวอร์) ภริยาของอาร์โนลด์ซึ่งเป็นนางเอกภาพยนตร์ชื่อดัง 
        ผมเห็นว่า ไม่ใช่เรืองแปลกอะไร เพราะนางงามของเรา ที่ชนะการประกวดระดับโลก ที่คนชมว่าสวยนักสวยหนา พอแต่งงานแล้ว ผู้เป็นสามียังหย่ายในเพศรส หันไปอยู่กินกับผู้หญิงบ้านนอกคอกนา หน้าตาพื้นๆ มีให้เห็นๆกันอยู่นั่นไง
        รสนิยมทางเพศ ไม่เหมือนกันนะ... ของใครของมัน!

        นดังระดับอินเตอร์บางคน ชอบการมีเพศสัมพันธ์กับ maid แต่ไม่ได้มีกับคนรับใช้ในบ้านตัวเอง แต่ดันไปปล้ำ maid ในโรงแรมที่ตัวไปพัก และไม่ได้ตอบแทนหรือชดเชยให้ฝ่ายหญิง ที่สู้อุตส่าห์เป็นเครื่องรองรับอารมณ์เพศของตน และกลายเป็นกรณีอื้อฉาวมากที่สุด คือ นายโดมินิก สเตราส์-คานห์ (Dominique Strauss-Kahn) อดีตผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ผู้ถูกถูกกล่าวหาว่า 
        ปลุกปล้ำนาง นาฟิซซาทู ดิอัลโล (Nafissatou Diallo) แม่บ้านของโรงแรม Sofitel New York Hotel นิวยอร์ก และบังคับเธอกระทำ oral sex หรือ โอษฐกาม ให้กับเขา!
        แม่บ้านหญิงเข้าแจ้งความ คนดังระดับผอ. IMF เลยถูกจับกุมตัวได้ก่อนขึ้นเครื่องบินโดยสาร หนีออกนอกประเทศไป

        การถูกจับกุมดำเนินคดีครั้งนี้ ทำให้ นายโดมินิก สเตราส์-คานห์ พลาดโอกาสดีๆในชีวิตไป เพราะเขาเป็นตัวเต็งในการสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมืองน้ำหอม แต่พอมีข่าวฉาว อนาคตเลยวูบไปด้วย อีกทั้งตอนถูกจับกุมที่นิวยอร์ก ศาลที่นั่น สั่งขังเอาไว้ โดยไม่ให้ประกันตัวเสียอีก 
        เขาเลยจำต้องลาออกจากตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศไป เรียกว่าอีตาคนนี้... 
        ซวยหลายซับหลายซ้อน เพราะ “กระเจี๊ยว” อันเดียวแท้ๆ!

        สำหรับคดีความของ นายโดมินิก สเตราส์-คานห์ กับพนักงานโรงแรมในนิวยอร์กนั้น แม้เขาจะหลุดคดีอาญา แต่ก็ต้องชดใช้เงินจำนวนหนึ่ง เพื่อยอมความในคดีแพ่ง ให้เรื่องจบๆกันไป  
        อดีต ผอ.ไอเอ็มเอฟคนนี้ มีเรื่องคาวๆมาตลอดชีวิต เพราะเขาเคยมีข่าวลวนลามทางเพศ พนักงานสาวในออฟฟิสเดียวกันกับเขา ทั้งยังมีข่าวฉาวแบบเดียวกัน กับนักข่าวสาวฝรั่งเศสด้วย

        สำหรับคนไทย เรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก เพราะแม้ใน “กฏหมายตราสามดวง” ตอนต้นรัตนโกสินทร์ ยังจำแนกแจกแจงและให้การรับรองให้ชายไทยมีเมียได้ ได้ 4 ประเภท คือ
        - “เมียกลางเมือง” คือเมียหลวง 
        - “เมียกลางนอก” หรือเมียน้อย 
        - “เมียนาง” คือเมียที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทาน และ 
        - “เมียกลางทาสี” คือการเอาทาส มาเป็นเมีย ซึ่งยุคนี้ ก็คือ คนใช้ หรือ ลูกจ้าง ซึ่งมีทั้งที่สมัครใจและโดยนายผู้ชายข่มขืน

        ชายไทยได้คนใช้เป็นเมีย จนมีลูกมีเต้าด้วยกันก็ไม่ใช่น้อย ไม่เว้นแม้แต่พวก มีเชื้อมีสาย แม้ลูกที่เกิดกับคนใช้ จะยังมีเชื้อปลายแถว เป็น “หม่อม” ต๊อกต๋อยด้อยฐานะ ระดับสองสามหยอยแล้วก็ตาม แต่...
        เขาไม่ได้อยู่เงียบๆกัน แค่นั้นนะจ๊ะ!  
        เวลาฝ่ายที่เป็นลูกเมียใหญ่ (เมียตบ-เมียแต่ง) มีปากเสียงหรือด่ากับฝ่ายลูกเมียคนใช้ แล้วดันเป็นข่าวดัง ผู้คนสนใจ
เพราะว่า...
        พอเขาลำเลิกเบิกประจานกันทีไร ชาวบ้านพลอยได้สนุกสนาน เฮฮาไปด้วยทุกครั้ง เพราะไอ้-อีคนโน้นก็ชี้หน้าไอ้-อีคนนี้ แล้วพูดข่มในทำนอง ว่า

        “เอ็งเป็นลูกคนใช้ สู้กู...ลูกเมียใหญ่ไม่ได้!”

        ไอ้ฝ่ายที่เป็นลูกคนใช้ โดนอีลูกนี้ ถึงกับเต้นเป็นเจ้าเข้า ด่าตอบไม่ยั้ง แต่ที่ดังระดับมากกว่าในละครน้ำเน่าทางโทรทัศน์ เห็นจะเป็นกรณี หม่อม ต. VS หม่อม อ. ที่ทั้งสองฝ่ายด่ากันแรงๆ จนสื่อเอามาประโคม ให้อื้อฉาวเมื่อหลายปีก่อน
        พวกไพร่อย่างเราๆ ท่านๆ จึงได้หัวเราะกันสนุกสนาน เพราะได้โอกาสเม้าท์กันแหลก ทั้งปลงสังเวชกับพฤติกรรมของไอ้พวก “เจ้าเจี้ยว” เหล่านี้ 
        ที่มันดันออกมา “ถลก” หนังกันเอง…ประจานชาวบ้าน!

        รื่องนายจ้าง เอาคนใช้ ปี้กะคนใช้ นั้น ดูจะเป็นเรื่องส่วนตัว ที่สังคมไม่ค่อยได้รับรู้กันนัก แต่อยากให้ท่านผู้อ่าน ลองหันไปดูกัน คือ 
        พฤติกรรมอันน่ารังเกียจของไอ้พวกนักการเมือง ที่ไม่ได้ยากจน หน้าตาแม้จะขี้เหล่ ผิวกายดำปื๋อ จะหาเมียในท้องถิ่นก็พอได้ แต่เมื่อบุญพาวาสนาส่ง ได้เป็นผู้แทนฯ เข้าเมืองหลวง เพื่อทำหน้าที่ในสภาแล้ว นั้น
        ตัวมันเองน่าจะพอมีปัญญา ที่จะหาเมียหมายเลข 2 และ 3 ในเมืองกรุง นอกเหนือจากเมียดั้งเมียเดิม ที่มีอยู่แล้วในบ้านเกิดได้ไม่ยากเย็น 
        แต่...
        มันกลับทำระยำ เพราะ ดันไปเป็น “ชู้” กับเมียเพื่อนร่วมพรรค ที่อยู่ด้วยกันในสภานั่นแหละ!

        ที่ยิ่งอัปรีย์หนักขึ้นไปอีก เพราะหน้ามันด้านตามสันดานไอ้เท่งไอ้ทอง ทำหน้าเฉยตาเฉย แย่งเมียเพื่อนร่วมพรรค มาครอบครองเป็นสมบัติตัวเอง อย่าง “ถาวร” ออกหน้าออกตาเสียเลย
        ดู ดู๋...มันช่างทำได้!

        เวลาผมพูดถึง “ความระยำ” เรื่องผิดลูกผิดเมียของนักการเมือง ให้สงสัยทุกครั้ง ว่าประชาชนไปเลือกไอ้คนพรรค์นี้ พรรคอย่างนี้ ได้อย่างไรกัน!?
        ความจังไรอย่างนี้ มันมีอยู่ในตัวนักการเมืองและพรรคการเมืองเดียวเท่านั้น!

        ครับ...ถูกแล้วครับ!!

        ไอ้พรรคอัปรีย์ นั่นแหละ...ใช่เลย!!!

..............

ท้ายบท  ความเห็นท่านผู้อ่าน ที่โพสต์ท้ายคอลัมน์สัปดาห์ก่อน ตกใจ! นายกฯมาเลเซีย แจกแท็บเล็ต เลียนแบบ นายกฯปู!! http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=426
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
กล่าวคือ พรรคประชาวิบัติ ไม่ได้รับแจกด้วยจึงออกมาคัดค้าน...วาดฝันจึงขอเสนอท่านนายกฯปู ผ่านทางคอลัมน์นี้ให้พิจารณาแจก กะลา แก่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติของพรรคประชาวิบัติท่านละ1ใบ ...เผื่อจะได้เอาไว้ใส่น้ำแล้วชะโงกดูเงาตัวเองว่า "ดักดาน"เพียงไร
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันตกใจ  58.9.167.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย เขาไม่โง่เหมือนไอ้นายกที่ได้รับการแต่งตั้งในค่ายทหาร
โดยคุณ โชคดีของคนมาเลย์  125.25.149.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ในฐานะคนไทยที่มีวิจารณญาณพอสมควร ได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลตั้งแต่พรรคไทยรักไทยจนถึงรัฐบาลชุดนี้ ด้วยใจเป็นกลาง ยังให้คะแนนบวกอยู่ตลอด ตรงข้ามกับรัฐบาลโลซกที่ช่วงสองปี มีแต่คะแนนลบ แต่ก็ให้อึดอัดและคันใจที่เห็นพวกอยากสร้างความสำคัญให้กับตนเองออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลโดยการตั้งธงไว้เพียงการถล่มอย่างเดียว
ดูเหมือนว่าถ้ารัฐบาลพังลงได้ ตนเองจะมีความเด่นขึ้นมาอย่างนั้น ดูแล้วพวกนี้จะเป็นพวกขาดวิสัยทัศน์เสียเป็นส่วนใหญ่ หรือเป็นพวกแกล้งโง่ หรือถ้ามึงไม่เอากูกูจะถล่มลูกเดียวอย่างนั้น ก็คงต้องทน ๆ กันไป จนกว่าพวกนี้จะล้มหายตายจากไปหมด หรือดวงตาเห็นธรรมขึ้นบ้าง จนเปลี่ยนจากการถล่มมาเป็นการเสนอแนะแบบสร้างสรรค์
คงได้แต่หวังลม ๆ แล้ง ๆ ต่อไป เพราะคนกิเลสหนาพวกนี้คงยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติ
โดยคุณ ต้องทน  110.168.114.XXX

ความคิดเห็นที่ 4   
สมกับที่เขาตั้งฉายานามว่าแก๊งไอติมสำหรับทีมของอภิสืทธิ์ ตลอดถึงคลื่น 101 วันเรดิโอ แม้กระทั้ง TDRI ก็เถอะ แม้ปัจจุบันดูเหมือนเลขาจะมีอายุไม่มาก ดีกรี ด๊อกเตอร์(ไม่ทราบห้องแถวไหน)ก็องถือว่าพวกนี้มีส่วนในการทำให้ประเทศไทยล้าหลัง เขาต้องการให้คนไทย โง่ จน และเจ็บ เป็นวงจรอุบาจ ซึ่งถูกรัฐบาลทักษิณมาปลดแอก ปัจจุบันกลุ่มเหล่านี้แทนที่จะศึกษาความก้าวหน้าของสังคมโลกและก้าวให้ทันกลับพยายามฉุดรั้งความเจริญของโลกให้กลับมาสู่โคลนตม อาจารย์วาท ฯ ผมอยากตั้งฉายาพวกนี้ไม่ว่าจะเป็นทีมงานอภิสิทธิ์ คลื่น 101 วันเรดิโอว่าและ กลุ่ม TDRI ว่าพวกมองไกล้และไฝ่ตำ จะดีไหมนี่ เพราะเห็นออกมาแถลงข่าว โครงการรถไฟรางคู่ และความเร็วสูงแล้ว เห็นว่าพวกนี้คิดแปลก และคิดเชิงลบ ไปหมดครับ
โดยคุณ suakson ตะวันไกล้ระเบิด  101.51.134.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
เรียน อ.วาท ที่เคารพครับ ผมละขำจนท้องจะแตกตาย เรื่องนายหัวชวนที่ออกมาต่อว่า รองหัวหน้าพรรคตัวเองรายหนึ่งและอวยไอ้หัวปอกอย่าหน้าไม่อายว่า "มีหัวหน้าพรรคที่ประเสริฐที่สุด" ผมละอยากจะสำรอกอาหารเช้าออกมาเชียว เมื่อไหร่พวกนี้จะสำเหนียกได้สักทีครับ ปล. ทางรถไฟสายปากน้ำ ตรงแถวๆ Honda แถวช้างสามเศียรปัจจุบัน ลุงผมคนพื้นที่ คิดน่าจะชื่อว่า สถานี
"จอรเข้" นะครับ ไม่น่าจะใช่ ศีรษะจรเข้ นะครับ ขอบพระคุณครับ
โดยคุณ MaxX  27.145.155.XXX 

ความคิดเห็นที่ 6   
อยากจะเรียนขอความกรุณา ท่านผู้เขียน พอจะมีเวลา ว่าง ๆ ...... ทุก ๆ วันพุธ มีข้อคิด บทความ ดี ๆ เพิ่ม อีก สัก 1 วัน ก็ จะเป็นพระคุณยิ่ง..... ณัฐคม .................................................... ติดตามข้อเขียนบทความท่าน มานานแล้ว และ ยัง ได้พิมพ์ไปฝากเพื่อน ๆ...และคนที่สนใจด้วย... .
โดยคุณ
natacom_11@hotmail.com  58.8.157.XXX

ความคิดเห็นที่ 7   
ท่านคะ พวกประชาธิปเปรตมันก็คงว่านายกปูอีกแหละว่าไม่แจกแล็ปทอป เหมือนมาเลเซีย แบบว่าค้านได้ทุกเรื่อง หาเรื่องได้ทุกราว แหละคะท่าน พวกนี้ไม่มีวิสัยทัศน์
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.25.XXX

ความคิดเห็นที่ 8   
โครงการแจกเงิน 2,000 บาทที่ไล่แจก หรือที่เรียกว่า เฮลิคอปเตอร์มันนี่ ก็โครงการที่คิดโดย สถาบัน ทีดีอาร์ไอ นี่แหละ หลายโครงการเฮงกะบ๊วยที่รัฐบาลวิ่งราว นำมาใช้ล้วนคิดมาจาก สถาบันนี้ ที่มีไอ้พวกที่หลงตัวเองว่าเป็นคนดี ดี๊ ดี ดี อิ๊บอ๋ายนี่แหละเป็นกุนซือ และมีนายอานัน ปัญญาเชี่ยงชุน เป็นประธาน ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมจึงเป็นปฏิปักษ์กับรัฐบาลนายกปู มาตลอด
โดยคุณ รินทร์  58.11.110.XXX

ความคิดเห็นที่ 9   
โครงการแท็บเล็ตเป็นโครงการที่ดีมาก ในการใช้เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญชิ้นหนึ่ง เพื่อการพัฒนาการศึกษาของเยาวชนไทย ที่กำลังล้มเหลว ล้าหลัง และด้อยคุณภาพเมื่อเทียบกับนานาประเทศ แต่โครงการนี้ถูกความเกลียดชังและอคติของมนุษย์เข้ามาบดบังความดีงามจนหมดสิ้น งานวิจัยระดับโลกของ ดร.มิตระ(Sugata Mitra)พบว่า เด็กๆทุกเชื้อชาติ ทุกภาษา สามารถเรียนรู้ด้วยตนเอง และเข้าใจการใช้งานคอมพิวเตอร์ด้วยภาษาอังกฤษได้ โดยไม่ต้องมีความรู้พื้นฐานใดๆมาก่อน เฉลี่ยภายใน 9 เดือน
ดิฉันได้นำเสนอไว้ที่นี่ (เผื่อท่านที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมค่ะ)
https://www.facebook.com/notes/tanya-nahathai//เรียนรู้ออนไลน์ด้วยแท็บเล็ตหรือแล็ปท็อปกันดีกว่าไหมถ้าหลักสูตรและครูผู้สอนด้อยคุณภาพ/439982332750619
โดยคุณ Nahathai  207.204.252.XXX

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น วันเสาร์ ที่  4 พฤษภาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER