หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!
หัวข้อ : ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ส.ว. สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        าวสี่ปีก่อน ผมโชคดีที่ได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นอดีตอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา และตำแหน่งสุดท้ายคือ หัวหน้าคณะในศาลฎีกา ท่านผู้นี้ชื่อ
        มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ

        ผมมีโอกาสสนทนา แลกเปลี่ยนความเห็นกับท่าน และในเวลานั้น หนังสือ “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ของตัวเอง กำลังดัง ถึงขั้นขึ้นปกหนังสือพิมพ์ มติชนรายสัปดาห์ จึงมอบให้ท่านไป ด้วย
        จากการพูดคุยกันนั้น ได้พบว่า ท่าน มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ (ต่อจากนี้ไป ผมขอเรียกท่านว่า “อาจารย์”) มีความเห็นในเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับของ “ไอ้บัง กบฎ” แรงกว่าผมเสียอีก เพราะผมใช้คำว่า “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” แต่ท่านอาจารย์เรียกขานสิ่งที่ไอ้พวกกบฏยัดเยียดให้ประชาชนชาวไทย แบบตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ว่า  
        “รัฐธรรมนูญโจร” 
        ที่สำคัญและน่าสนใจไปกว่านั้น คือ ท่านบอกว่า
        กฏหมายที่ออกโดยฝ่ายกบฏนั้น ไม่มีสภาพเป็นกฏหมาย แต่เป็น  
        กฏโจร!!!

content/picdata/428/data/photo_0003.jpg

        ท่านอาจารย์มานิตย์ฯนั้น มีจุดยืนที่เด่นชัด ว่า การรัฐประหารไม่ใช่สิ่งที่จะยอมรับ หรือนำมาต่อรองอะไรกันได้ทั้งนั้น เพราะเป็นการ 
        “กบฏ”
        ใครที่ยอมรับว่า การรัฐประหารถูกต้อง หรือไปช่วยให้การรัฐประหารกลายเป็นความถูกต้อง คนนั้นมีความผิดฐาน “กบฏ” ทั้งนั้น
        ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนประจำ คงเห็นว่า “วาทตะวัน” ยืนยันในทิศทางนี้มาโดยตลอด และเขียนบทความเกี่ยวกับคำว่า “รัฐาธิปัตย” หรือ “รัฎฐาธิปัตย์” (แล้วแต่ใครจะสะกดอย่างไร)
ที่มีคนชอบอ้างถึงกันนี้ ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว
        เป็นคำที่ “ไม่มี” อยู่ในภาษาไทย! 
        แต่ความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงเกิดขึ้น เพราะ...
        ศาลไทยในอดีต ดันเอาคำที่ไม่มีอยู่ในภาษาไทย มาบรรจุในคำพิพากษา ทั้งๆที่กฎหมายระบุชัดเจนว่า คำพิพากษาต้องทำเป็นภาษาไทยเท่านั้น  
        ผมบอกว่า คำพิพากษาดังกล่าว เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง  ซึ่งตรงนี้...
        ไม่เห็นมีใคร โต้แย้งผมได้เลย!

        ที่ผมข้องใจและคาดไม่ถึงเลย คือ นายอาษา สารสิน ซึ่งเคยดำรงตำแหน่ง ราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ดันนำคำที่ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 รวมทั้งพจนานุกรมไทยฉบับก่อนหน้านั้น คือคำว่า “รัฎฐาธิปัตย์” ไปใช้ตอบหนังสือสอบถามจากสำนักนายก ซึ่งถามไปยังสำนักราชเลขาธิการ ว่า
        ต้องนำรายชื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ที่ “ไอ้บัง กบฏ” มีคำสั่งแต่งตั้งนั้น ที่กราบบังคมทูลเพื่อขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งตามกฏหมายที่มีอยู่หรือไม่?
        นายอาษา สารสิน ซึ่งดำรงตำแหน่ง ราชเลขาธิการ ซึ่งมีหน้าที่โดยตรง เกี่ยวกับเรื่องกฏบัตรกฏหมาย ของสำนักพระราชวัง ในตอนนั้น กลับตอบว่า

        "คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้มีประกาศฉบับที่ 19 แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น ย่อมถือได้ว่ามีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้นคณะปฏิรูปการปกครองฯ มีฐานะเป็น "รัฎฐาธิปัตย์" มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว ประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองฯ ต่างๆ ย่อมมีผลบังคับใช้โดยชอบมาตั้งแต่ต้น"

        การตอบของ นายอาษา สารสิน ที่ใช้คำว่า “รัฎฐาธิปัตย์” นั้น ไม่ถูกต้องอย่างแน่นอน เพราะเขาดันใช้คำที่ไม่ใช่ภาษาไทย เพราะไม่มีบรรจุอยู่ในพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 ไป “รับรองความชอบธรรม” การยึดอำนาจของ “ไอ้บัง กบฎ” นั่นเอง

        ที่ผมเห็นว่า ร้ายกาจที่สุด อภัยให้ไม่ได้เลย เพราะการตอบหนังสือของ นายอาษา สารสิน เท่ากับเป็นการยอมรับว่า 
        “ไอ้บัง กบฏ” มีฐานะเป็น “พระราชา” หรือ “พระเจ้าแผ่นดิน” ซ้อนขึ้นมาอีกองค์หนึ่งนั่นเอง! 
        การยอมรับอย่างนี้ เป็นเรื่องร้ายแรงมาก และผมได้อธิบายความ พร้อมตั้งปุจฉาไว้ในข้อเขียน ชื่อ
        คำพิพากษาศาลฎีกา ยกหัวหน้าคณะปฏิวัติ ขึ้นเป็น
‘พระราชา’...จริงหรือ!!!?
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=340
         ตรงนี้...ผมอยากให้ท่านผู้อ่าน ลองตรองกันให้ดีๆ 
        นี่เอง...ทำให้บ้านเมืองของเรา “ผิดเพี้ยน-บิดเบี้ยว” มาจนถึงทุกวันนี้
        ใครว่าไม่จริง ให้เถียงมา!!

        ารตอบหนังสือของราชเลขาธิการ ทำให้ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ ซึ่งปัจจุบัน มีนาย วสันต์ สร้อยพิสุทธ์ เป็นหัวหน้าตุลากวย ศาลรัดทำมะนวยฯ กับคณะ ได้ฉกฉวยเอาคำๆนี้ ไปไว้ในคำวินิจฉัย ว่า 
        คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ “ไอ้บัง กบฎ” มันแต่งตั้งขึ้นนั้น ชอบธรรมแล้ว ไม่ต้องทูลขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าแต่งตั้งตามกฏหมายที่มีอยู่

        การวินิจฉัยครั้งนี้ศาลรัดทำมะนวยหัวคูณ กลับไม่ได้ใช้หรือเปิดดู “พจนานุกรม” เลย ว่ามีคำว่า ต่างจากการวินิจฉัยถอดถอนท่านนายกฯ สมัคร สุนทรเวช ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ที่ตุลาการศาลเปิดพจนานุกรมดูคำว่า “ลูกจ้าง” ก่อนมีคำวินิจฉัย
        นอกจาก “พจนานุกรม” จะไขความกระจ่างในเรืองภาษาไทยแล้ว ยังมีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ระเบียบการใช้ตัวสะกดพจนานุกรมกำกับ อีกด้วย 
        ดังนั้น ศาลไม่ว่าจะเป็นศาลปกติ หรือศาลรัฐธรรมนูญ จะนำคำที่ไม่ใช่ภาษาไทย ที่ไม่ปรากฏในพจนานุกรม มาใช้ในคำพิพากษา หรือคำวินิจฉัยสั่งการ ได้อย่างไรกัน!? 
        นี่เอง จึงทำให้ ไอ้ ป.ป.ช. ยำหมาชุดที่ “ไอ้บัง กบฎ” มันแต่งตั้ง จึงได้ทีตีปีก นั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ ในตำแหน่งกันต่อไป!

        ท่านอาจารย์ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ ประกาศชัดเจนว่า “กฎหมาย” ของคณะผู้ยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นประกาศฉบับใหญ่น้อย หรือกฎหมายแม่บทขนาด “รัฐธรรมนูญ” ก็ตาม ถ้ามาจากการใช้อำนาจเถื่อนมาบังคับ และฉีกรัฐธรรมนูญของประชาชนทิ้งแล้ว นั้น
        โลกสากลเขาถือว่า ไม่แตกต่างจาก “กระดาษชำระ” ที่ใช้งานแล้ว
        นั่น....ท่านว่าถึงขนาดนั้น เลยทีเดียว!

        ความเห็นของท่านอาจารย์ มานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ นั้น ผมเห็นด้วย ทุกประการ เพราะตัวเองเขียนด่าทั้งไอ้พวกกบฎ และที่ปรึกษากฏหมายของมัน อย่าง “ไอ่มีชัย กบาลใส” ที่ผมเรียกมันว่า เป็น Butler คือ คนรับใช้ หรือบริกรทางกฏหมาย ที่ทำมาหาแดกกับไอ้พวกยึดอำนาจมาแต่ในอดีต 
        “ไอ่มีชัย กบาลใส” ตัวนี้ มันรู้รูเลี้ยวทางกฏหมาย ที่จะช่วยไอ้แก๊งทหารอัปรีย์ ที่ยึดอำนาจ สามารถมีช่องทางกฏหมาย ที่จะพาตัวเล็ดลอด จากการจองล้างจองผลาญ ของฝ่ายประชาธิปไตยไปได้ ดูอย่างที่มันบรรจุ...

        มาตรา 309 สุดระยำใน “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” นั่นไง!

        คุยเรื่อง รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ ที่จังไรและเป็นมรดกบาปของไอ้พวกกบฎ คมช. ที่ทิ้งให้กับประชาชนคนไทยแล้ว อดนึกถึงการประชุมสภาเมื่อ 2 เมษายน 2556 เว็บไซด์ ผู้จัดการ ได้พาดหัวข่าวการประชุมรัฐสภาว่า
        “จ่าประสิทธิ์” ด่า ส.ว.สรรหาไอ้พวกรับของโจร! เจอรุมฉะ “นิคม” ป้องบอกพูดเรื่องจริง

        เนื้อข่าวเขารายงานว่า

content/picdata/428/data/photo_0004.jpg

        คุณจ่าคนดังที่ผู้จัดการพูดถึงคือ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ชัยศรีษะ มีดีกรีกฏหมายจากรามคำแหง อภิปรายอย่างหนักแน่นว่า

        กฎหมายรัฐธรรมนูญมีการออกแบบมาเพื่อจำกัดคนดีเพียงคนเดียว (หมายถึงนายกฯทักษิณ) เพียงเพราะเขาทำดีเกินหน้าเกินตาจนอิจฉาเขา โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดจนบ้านนี้เมืองนี้วุ่นวายทั้งประเทศ อีกทั้งยังทำทุกวิถีทางทำให้พี่น้องคนเสื้อแดงของตนตายร้อยกว่าศพ บาดเจ็บพันกว่าคน เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญบ้าๆ ซึ่งเป็นกฎหมายเผด็จการจากไอ้หน้าแหลมฟันดำ

        “อย่างไรก็ดี ในมาตรา 68 เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข เพราะมีคนถือโอกาสเสียดายของที่โจรปล้นมาแล้วตัวเองรักษาไว้ เพราะรู้พวกเราจะพรากไปจึงเสียดาย เลยวิ่งไปขอศาลรัฐธรรมนูญ ไอ้พวกรับของโจรทั้งหลาย เพราะไม้รู้จักคำว่าประชาชน ไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ แต่มาจากการคัดเลือกของ 7 คน เมื่อพวกเราตัวแทนประชาชนลุกขึ้นมาก็จะขัดขวางตลอด เห็นได้จากการที่รีบไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความ ดังนั้น เราต้องกำจัดโจร คืนทรัพย์สินให้ประชาชน” จ.ส.ต.ประสิทธิ์กล่าว

        ทันทีที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์อภิปรายเสร็จสิ้น ทำให้นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ขอใช้สิทธิพาดพิง แต่นายนิคมไม่อนุญาต โดยยืนยันว่า
        เรื่องที่ จ.ส.ต.ประสิทธิ์พูดเป็นความจริง!

        คุณจ่าพูดได้ถูกใจผมจริงๆ เพราะเลือกใช้คำได้ “เก๋ไก๋” คือการเปรียบเทียบ ส.ว.สรรหา เหมือน “ของโจร” นั้น หากเราหันไปดูพจนานุกรมไทยฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2542 ซึ่งเป็นเล่มล่าสุด ให้ความหมายว่า 
        “ของโจร” คือ “สิ่งของที่ถูกโจรกรรมมา”

        ดังนั้น การที่ “ไอ้บัง กบฏ” กับพวกเป็นโจร ร่วมกันกระทำชั่วด้วยการลบหลู่พระเกียรติยศ ด้วยการยึดอำนาจจากพระเจ้าแผ่นดิน และปล้นประชาธิปไตย ไปจากปวงชนชาวไทยแล้ว นั้น
        ไอ้พวกอัปรีมันย์ยังทิ้งตำแหน่ง “ส.ว.สรรหา”  ไว้ใน “รัดทำมะนวย ฉบับหัวคูณ” ที่พวกมันร่วมกันร่างขึ้น และทำให้คนพวกนี้ได้มารับเงินเดือนจากงบประมาณ อันเปรียบเหมือนการ“รับของโจร” ที่ได้มาจากการลัก วิ่ง ชิง ปล้น ตามประมวลกฏหมายอาญา นั่นเอง

        นับว่าตรรกะของคุณ “จ่าประสิทธิ์” ถูกต้อง และได้รับการจารึกไว้ในเอกสารราชการ ในบันทึกการประชุมของรัฐสภาแล้ว ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญให้ผู้คนรุ่นหลัง ได้ศึกษาเล่าเรียนกันในวันข้างหน้า เพื่อตระหนักถึง
        ความจังไรของการ...รัฐประหาร!

        คำว่า “ส.ว.สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร” ของ คุณจ่าประสิทธิ์ ชัยศรีษะ ผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดสุรินทร์ จึงเป็นเครื่องบ่งบอก ถึง…

        ความระยำของ “ไอ้บัง กบฎ” กับพรรคพวกอัปรีย์ของมัน ได้เป็นอย่างดี

        มาจนถึงวันนี้แล้ว เชื้อชั่วของการปฏิวัติรัฐประหาร ยังไม่ตาย เพราะพวกมันที่หลงเหลือ
อีกสี่ห้าสิบตัว ยังคงเพ่นพ่านกันอยู่ในตึกข้างสวนสัตว์เขาดินวนา คอยช่วยกันดึงแข้งดึงขา รัฐบาลประชาธิปไตยของชาวไทย  
        ไม่ให้ก้าวไกล ไปข้างหน้า!

        พวกเราชาวบ้าน ดูดายไม่ได้แล้วนะ!!

        ต้องช่วยกัน “ด่าแม่งงงง” ให้หนัก!!!

*******

ท้ายบท ท่านผู้อ่าน ที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทความนี้ โปรดอ่าน พวกมึงอยากเป็น ‘ทาส’ เชิญเลย!!!
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=376

        นึ่ง ความเห็นท่านผู้อ่าน โพสต์ท้ายคอลัมน์สัปดาห์ก่อน เมื่อคนใช้กลายเป็นเมียเศรษฐี - เมื่อนักการเมืองต้องแย่งเมียคนอื่น http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=427
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
พรรค์นี้ พรรคนี้ สมาชืกมีเมียมือสอง มือสาม มือสี่เยอะ ก็ของมันชอบนี่
โดยคุณ กรณ์ มือแปด  125.25.128.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
สันดานเสียแย่งเมียเพื่อนร่ำไป สังคมไทยยังยอมรับพวกนี้ แต่ที่เลวกว่านั้นยังมี แย่งผลงานความคิดดีดี น่าบัดสีมาเป็นของตน แค่เปลี่ยนชื่อให้ดูโก้หร่าน ยอมดักดานหน้าใสใครจะสน ก็เพราะความจำเป็นยอมทน เพราะเป็นคนที่อับจนปัญญา มีกะลาหรือกระโหลกบนหัว ความคิดชั่วจึงมากมายหนักหนา ความระยำนั้นมีเต็มอัตรา ก็เพราะข้า”พรรคประชาวิบัติ”งัย
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเมา  125.24.61.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
แต่ก่อน ก็เคยเลือกประชาธิปเปรต เพราะเค้าเรียกไปรับเงินก่อนการเลือกตั้ง ในท้องถิ่นที่ฉันอยู่ ตั้งแต่สมัยพลังธรรม แหละค่ะ เดียวนี้พรรคนี้ว่าเพื่อไทยเอาเงินซื้อ พูดเหมือนว่าตัวเองไม่เคยซื้อเสียง ปัจจุบันนี้ ประชาธิปเปรต ทั้งแจกทั้งแถม ทั้งให้ดูหนังฟรี ก็สอบตก
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.4.XXX

ความคิดเห็นที่ 4  

ผมละให้งุนงงสงสัยมานานแล้วว่า ทำไมนะคนใต้และคนกรุงเทพฯ บางส่วน จึงยังหลงใหลได้ปลื้มกับพรรคโลซกอย่างไม่ลืมหูลืมตาอยู่ได้ ทั้งที่ความชั่วมีมหาศาล ความดีไม่ปรากฎเป็นเวลานานแล้ว หรืออาจเป็นเพราะคนดี้ดีช่วยสร้างกระแสบดบังความชั่วไว้เพื่อนำไปใช้ประโยชน์แห่งตน ไม่เข้าใจจริง ๆ ตามตรรกแห่งความเป็นจริงพรรคนี้น่าจะสูญพันธุ์ไปนานแล้ว
โดยคุณ คงสงสัยตลอดไป  124.120.153.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
ไอ้สส.เด็กวานซืน นั่งดูรูปโป๊ในสภา ก็คนในพรรคอัปรีย์ ไอ้ สส.ที่ยิงคนตายในปั๊มน้ำมันก็เรื่องแย่งเมียเขาจึงต้องฆ่า ก็คนในพรรคอัปรีย์ ไอ้เจิมถ่อย โพสต์รูปเด็กสาวที่ถ่ายรูปกับทักษิณก็บอกว่า "อยากเอา" ก็พวกสนับสนุนพรรคอัปรีย์ สรุปแล้วเป็นพรรคที่รวมพวกอัปรีย์ไว้มากมายจริงๆ
โดยคุณ รินทร์  58.8.141.XXX

ความคิดเห็นที่ 6  
ใครเป็นลูก เมียคนใช้กันแน่ อุ๋ย หรือ เต่า        
โดยคุณ ข้องใจ 101.108.219.XXX 

        (***คอลัมน์ ประจำสัปดาห์ ส.ว.สรรหา….ไอ้พวกรับของโจร!!! วันเสาร์ ที่ 11 พฤษภาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER