หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > ไกลกังวล-คลายกังวล-ไร้กังวล
หัวข้อ : ไกลกังวล-คลายกังวล-ไร้กังวล เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

ไกลกังวล-คลายกังวล-ไร้กังวล

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        มดูข่าวในหลวง-พระราชินี เสด็จฯออกจากศิริราช แปรพระราชฐานไปประทับหัวหินแล้ว ธงมหาราชใหญ่ ซึ่งเป็นธงพระอิสริยยศสำหรับพระมหากษัตริย์ ได้โบกสะบัดพลัดพลิ้ว โดดเด่นเป็นสง่า เหนือพระราชวังไกลกังวลอีกครั้ง
        ชาวบ้านหัวหินและผู้คนที่สัญจรผ่านไปมา รวมทั้วผู้เขียนด้วย ต่างรู้สึกปลาบปลื้ม ยินดียิ่งนัก ที่พระเจ้าแผ่นดินซึ่งเป็นที่รักของปวงชนชาวไทย ได้มาประทับอยู่ใกล้ๆกับพวกเขาอีกครั้ง

content/picdata/444/data/photo_0001.jpg

        ข่าวอันเป็นมงคลยิ่งนี้ ทำให้นึกผมถึงบทความของตัวเอง ที่เคยเขียนเกี่ยวกับล้นเกล้าฯชาวไทยทั้งสองพระองค์ เสด็จแปรพระราชฐานกลับ พระราชวังไกลกังวล 
        เขียนเอาไว้ อย่างนี้ครับ

        ...ครั้งหนึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จกลับพระราชวังไกลกังวล ทรงทอดพระเนตรเห็นตำรวจที่ยืนถวายความอารักขารายทางในกรุง พอพ้นเขตกรุงเทพมหานคร ก็ยืนกันเป็นแนวรายทางยาวทั้งสองฝั่ง ตั้งแต่สมุทรสาคร ไปถึงวังมะนาว ราชบุรี แล้วยังยืนเรียงรายต่อไป ผ่านเขาย้อย เข้าผ่านราชบุรี เลยชะอำเพชรบุรี เข้าเขตประจวบฯ ไปจนถึงพระราชวังไกลกังวล หัวหิน (การยืนแบบนี้ เรียกว่าการ “แซงเสด็จ” เพื่อให้ขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีความปลอดภัยตลอดทาง) 
        ทรงเห็นความจงรักภักดี และความตรากตรำที่ตำรวจเฝ้าอารักขาพระองค์เป็นระยะทางยาวไกล นับร้อยๆกิโลเมตร เมื่อเสด็จถึงที่ประทับแล้ว ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งกับ พล.ต.ท.อุกฤษณ์ ปัจฉิมสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ในตอนนั้น ว่า

        “ขอบใจตำรวจ ที่ให้ใช้บริการส่งถึงบ้าน โดยปลอดภัย!”

        เป็นความชื่นใจทั้งเป็นขวัญกำลังใจ ให้กับข้าราชการตำรวจทั้งมวลด้วย การกระทำใดที่พระมหากษัตริย์ทรงโสมนัส ได้ ก็ย่อมทำให้ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินปลาบปลื้ม และเป็นมงคลยิ่งสำหรับบรรดาข้าราชการตำรวจ ที่เข้าร่วมในการปฏิบัติการด้วย
        ท่านผู้อ่านทราบไหมครับว่า เวลาจะเสด็จพระราชดำเนินนั้น ตำรวจมีหน้าที่ “แซงเสด็จ” เพื่อถวายความอารักขานั้น คือการใช้ตำรวจยืนรายทางหันหลังให้ขบวนเสด็จ สายตาจับไปเบื้องหน้า ระแวดระวัง เพื่อถวายความอารักขาให้กับองค์พระประมุขของชาติ และการถวายความอารักขานี้ มีกำหนดไว้ในกฎหมายตำรวจว่า

        “เป็นภารกิจสำคัญที่สุด เหนือกว่าภารกิจอื่นใด”

        (โปรดอ่านรายละเอียดจาก Abhisit...WHO DO U THINK U R? (“อภิสิทธิ์ เอ็งคิดว่า...เอ็งเป็นใครกันวะ!??” http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=179)

        นหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ” ตามโครงการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ขณะนี้ ตำรวจได้วางกำลังดูแล ไม่ให้ผู้คนที่คิดร้ายต่อบ้านเมือง บุกเข้ายึด “รัฐสภา” ซึ่งตั้งอยู่ในแขตพระราชฐาน รวมทั้งบริเวณโดยรอบอย่างลานพระราชวังดุสิตด้วย

        ประเทศของเรา เคยได้รับบทเรียนราคาแสนแพงมาแล้ว และต้องบอบช้ำ ขายขี้หน้าไปทั่วทั้งโลกา เพราะกลุ่มม็อบกบฎบุกเข้ายึด ทำเนียบรัฐบาล และต่อมาได้
        กลายสภาพเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ! 
        มาถึงวันนี้ กลุ่มม็อบพันธมิตร กำลังชดใช้กรรมหนัก ที่ทำร้ายชาติบ้านเมือง เพราะถูกฟัองร้องต่อศาลในข้อหาร้ายแรง และเมื่อต้องการจะประกันตัวเอง ศาลท่านก็วางเงื่อนไขในสัญญาประกันไว้อย่างแน่นหน้า จนยากที่จะฝ่าฝืน
        นี่เป็นสาเหตุลำคัญ ที่ทำให้ สนธิ ลิ้มทองกุล ต้องออกมาแถลงบทบาทตัวเองและกลุ่ม ว่า
        จะไม่เข้าร่วมกับม็อบ ที่ออกมาคัดค้านกฏหมายนิรโทษของพรรคเพื่อไทย!
        คำแถลงไม่เข้าร่วมม็อบของพันธมิตร ของ“สนธิ” พูดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ส.ค. 56 ทาง ASTV นั้น ทำให้กลุ่มต่างๆที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลปัจจุบัน ซึ่งเคยประกาศกร้าวว่า จะเคลื่อนไหวทันทีกฏหมายนิรโทษ 
        พอได้ยิน “สนธิ” พูดชัด คนพวกนี้กลายเป็นนักเทนนิสที่กำลังห้าว ถูกเบรคในเกมเสิรฟ์ของตัวเอง…
        ไปไม่ถูกกันเลย!

        เราจึงเห็นภาพม็อบ “นายพลขี้ครอก” ที่กลายเป็นลูกน้อง เดินตามตูด  “ไอ้อาชญากร สิบแปดมงกุฎ” อย่าง ไอ้ “ไทกอ” นักต้มตุ๋นตัวเอ้ เป็น “ผู้นำ” ซึ่งเดิมทีนัดจะไปชุมนุมที่สนามม้านางเลิ้งแต่คณะกรรมการสนาม ไม่ยอมให้ใช้เป็นที่ประชุมเหมือนเดิม เพราะกลัวถูกตำรวจ “งด”ออกใบอนุญาตการพนันแข่งม้า ซึ่งจะทำให้คณะกรรมการ อดแดกเบี้ยเลี้ยงกันไป

        ทำให้ไอ้พวกม็อบขี้ครอก ต้องร่อนเร่ไปชุมนุมหลังพระบรมรูป ร.6 ที่สวนลุมพินี มีคนไปชุมนุมกะริบกะร่อย น้อยกว่าหมอยแซมแตด เสียด้วยซ้ำไป
        ทำให้ไอ้นายพวกนายพล ที่มึคุณภาพรวมกัน ด้อยกว่า “จ่าประสิทธิ์” สมาชิกผู้ทรงเกียรติแห่งรัฐสภา ไม่ใช่แค่เสียคนเท่านั้น แต่ถึงขั้น 
        เสีย “หมา”ไปเลย!  

        เมื่อ “ม็อบอนาถา” ของไอ้พวกนายพลสิ้นคิด ต้องมีอันเป็นไป แถมไอ้ “ไทกอ” ซึ่งยังคงมีสถานะเป็นจำเลยในศาลในคดีก่อการร้าย แต่กลับทำตัวทำตัวกร่างนัก ถึงกับไปเป็นผู้นำไอ้แก๊งนายพลสิ้นคิด และตัวมันได้ทำผิดเงื่อนไขของศาลอาญาหลายประการ โดยปราศรัยยุงยงชาวบ้าน ให้ก่อความไม่สงบในแผ่นดิน
        จะต้องถูก..ถอนประกันแน่!

        สถานการณ์ต่างๆ บีบคั้นอย่างนี้ ไอ้พรรคอัปรีย์อย่างประชาธิปัตย์ หมดทางไปเหมือนกับแก๊งไอ้ไทกอ จำต้องยืนโด่เด่ แบบพรรคหัวเดียวกระเทียมลีบ เท่านั้นจริงๆ  
        จึงเป็นภาระหนักของ “ไอ้มาร์ค หัวปลอก” กับคู่กรรม คือ “ไอ้สะหม้อ หน้าดำ” หรือ “ไอ้เทพ จรกา” และสมาชิกพรรคดักดานทั้งหลาย ที่โดนคำ “สนธิ” พูดทางโทรทัศน์และวิทยุ ยุยงเชิงดูถูกเหยียดหยาม ให้ไอ้พวก ส.ส. ลาออกจากการทำหน้าที่ผู้แทนทั้งพรรค แล้วลงถนนลุยถั่ว ตะลุมบอนกับตำรวจไทย ที่ตั้งทะมึนทึน รอหลักรับการบุก หรือไม่!?
        แต่...
        สันดานปอดแหก ที่เก่งแต่ปาก อย่างพลพรรคประชาธิปัตย์จะทำได้อย่างไรกัน?

        ดังนั้น เราจึงได้เห็นภาพ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทำได้แค่เพียงนำผู้คนพวกเดียวกับเขา ที่ มีจำนวนแค่หลักพัน ไม่ถึงสองพันด้วยซ้ำ น้อยกว่าคนเดินตาม “หางนาค” งานบวชลูกเถ้าแก่โรงสีอยุธยาเสียอีก อีกทั้งยังป็นการ ซังกะตายเดิน เหมือนคนสิ้นไร้ไม้ตอก ไร้ความสง่าผ่าเผย 
        ไม่กล้าออกอาการ “ฮึกเหิม” แต่อย่างใด!

        เมื่อไปถึงแค่ข้างวังสวนจิตร ด้านถนนราชวิถี “ไอ้สะหม้อ”กับ “ไอ้มาร์ค หัวปลอก” ต้องซมซานไปขออนุญาตเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพาสาวกที่เดินตามเข้าสภา โดยไม่กล้าออกลีลา “กวนโอ๊ย” เหมือนกับที่พูดจาห้าวหาญตอนขึ้นเวที 
        “ผ่าความเท็จ” 
        เลยไม่มีเรื่องเร้าใจ แบบหนังบู๊ที่แฟนการเมืองประเภทฮาร์ดคอร์ คาดหวังกันไว้แต่อย่างใด

        ฝ่ายตำรวจ ก็ดำเนินการตามยุทธวิธี ให้นายตำรวจระดับแค่ผู้กำกับ มารับฟังคำขอจากผู้นำพรรคกาลี แต่ไม่ได้บอกอนุญาต หรือไม่ โดยทันที เพียงแต่บอกว่า
        จะไปบอกนายผมก่อนนะ คอยอยู่ที่นี่แหละ!
        ตำรวจก็ใจร้าย ปล่อยให้ไอ้พวกนี้ยืนตากแดด ร้อนก็ร้อน หิวก็หิว ถึงขั้นเหงื่อตกกีบ แล้วย้อยลงไปตกตามร่องตูด ทั้งไอ้และอีที่พากันมาป่วนเมือง
        พอครบ 1 ชั่วโมง ตำรวจก็บอกอย่างไม่ไว้หน้าตรงๆว่า
        นายกูไม่อนุญาตโว้ย!!!

        เท่านั้นเอง บรรดา ส.ส. ประชาธิปัตย์ ที่เคยปากกล้าท้ารบบนเวทีผ่าความเท็จ ไม่กล้าต่อล้อต่อเถียงกับตำรวจ ต่างพากันคอตก เดินจ๋องๆ ตามตำรวจไปที่อาคารรัฐสภาแต่โดยดี
        ราวกับตำรวจเป็นครูพี่เลี้ยง กำลังจะพาเด็กเกเร เข้าห้องเรียน อย่างนั้นเลยทีเดียวเชียว  
        ขำขี้แตก ขี้แตน กันไปเลย!
        ส่วน “โกชวน” ประธานพรรคผู้เฒ่า สุขภาพของแกดูไม่ค่อยจะดีนัก ต้องเดินตามมาเข้าสภาอย่างช้าๆ หลังจากสมาชิกร่วมพรรคเข้าไปกันแล้ว 
        ผมสังเกตเห็น สีหน้าของโกชวนซีดเผือด ทำท่าเหมือน “ลมจะแดก” ซะให้ได้
        น่าสงสารจริงๆ!!

        ตรงนี้ต้องขอยกย่อง คนที่อ่านใจประชาธิปัตย์ขาดอย่าง “สนธิ” ที่ชี้ให้เห็นว่า “ไอ้สะหม้อ เทพเทือก” ที่แม้จะปากกล้าปากเก่งอย่างไรก็ตามที แต่สันดานขี้ขลาดตาขาว มันก็ไม่กล้านำพรรคพวกบุกรัฐสภา ตรงเข้าตะลุมบอน ตีกับตำรวจ 
        เหมือนเคยบุก เข้าไป “ตีหม้อ” เมียเพื่อนร่วมพรรค!

        ใช่แต่แค่นั้นนะ เว็บไซด์ผู้จัดการของ“สนธิ” ยังอัดซ้ำด้วยบทความ “ม็อบแมลงสาบ” จอดยกแรก ปชป.สะบัดตูดเอาตัวรอด
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9560000097974
        มีผู้คนคอมเมนท์กันมากมาย แต่ที่ผมชอบมากคือ ตรงท่อนลงท้ายของเขา ที่บอกว่า

        ...ยิ่งวันนี้มีข้อหา “ทิ้งมวลชน” ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้เลยสำหรับการนำม็อบ แล้วถึงเวลาจริงใครจะเชื่อถืออีก เพราะเล่น
สับขาหลอกทั้ง “แกนนำ” ด้วยกันแล้ว ก็ยังหลอก “แม่ยก-กองเชียร์” อีก       
        ใครก็รู้ว่า “ค่ายสีฟ้า” พร้อมจะแปลงกายสวมบท “แมลงสาบ” มุดหนีเข้าสภาฯ ทิ้งให้ชาวบ้านอยู่ข้างถนนแบบเหงาๆ…

        อ่านแล้วรู้สึกว่า ไอ้พรรคอัปรีย์นี่ หมดราคาจริงๆ!!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        การป้องกันรัฐสภานั้น ตำรวจได้ทำมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อกลุ่มพันธมิตร ภายใต้การหนุนของอำนาจนอกระบบ พยายามรุกเข้าฝ่าด่านต้านทานของตำรวจเข้าไป แต่ก็ไม่สามารถทะลุทะลวงเข้าไปได้ 
        ถึงขั้นบาดเจ็บ กันหลายนาย!

        มิหนำซ้ำความซวย ยังมาซ้ำเติมพวกพันธมิตร เพราะ “ไอ้จ๊าบ-ซีโฟร์” กับ “อีโบ๋-หนีบระเบิด” ผู้เข้าร่วมชุมนุมและแนวร่วมคนสำคัญ มีอันต้องแดดิ้น ต้องตายเพราะอาวุธร้ายของตัวเองพกพาไป โดยมีวัตถุประสงค์ จะนำมา “ป่วน” กับตำรวจในที่ชุมนุม 
        นอกจากนั้น ยังมีฮาร์ดคอฝ่ายพันธมิตร ที่ขับรถทับตำรวจอย่างทารุณโหดร้าย ภาพแพร่หลายไปทั่วโลก ตอนนี้กำลังรับกรรม เพราะถูกศาลจำคุก 33 ปี ชีวิตเฉาไปเลย 
        แต่...

        ผลการทำการตามหน้าที่ ทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจ ต้องถูกกล่าวหาจากไอ้แก๊ง ป.ป.ช.ระยำ ที่ตั้งโดยอำนาจของคณะปฏิวัติ และทำตัวเป็น “ปฏิปักษ์” กับรัฐบาลของประชาชนตลอดมา รวมทั้งคอยเล่นบทช่วยเหลือ และทำตัวเป็นเบาะนวม คอยช่วยลดแรงกระแทก ที่เข้ามาปะทะไอ้พรรคอัปรีย์อย่างประชาธิปัตย์ ไม่ให้ต้องบอบช้ำมากนัก
        ถึงกระนั้น ก็ยังทำอะไร นายตำรวจระดับสูง “ผู้ถูกกล่าวหา” ไม่ได้เลย!

        ถึงวันนี้ ผมคิดว่า ความสำเร็จในการรักษาความสงบของตำรวจในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ เขารักรัฐบาลนายกฯปู และไม่เอาด้วยกับไอ้พวกออกมาชุมนุม อีกทั้งรัฐบาลให้ตำรวจมีเสรีในการปฏิบัติการควบคุมฝูงชน ด้วยกระชับอำนาจ อย่างที่ผมเพิ่งเขียนแนะไปหยกๆ ว่า

        ...บัดนี้ ถึงเวลาแล้ว ที่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องขยับตัว กุมด้ามตะบองกระชับอำนาจรัฐ ที่ถืออยู่ในมือให้มั่นคง ทอดสายตาจับจ้องมองความเคลื่อนไหว ของ “ไอ้พวกกาลีบ้าน กาลีเมือง” ให้จงดี

        เราจะปล่อยให้พวกมัน ยึดทำเนียบ ยึดสนามบิน ไม่ได้อีกแล้ว!

        หากจำเป็น ต้องกรายกราดตะบองอำนาจในมือให้เต็มเหนี่ยว เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย และขื่อแปของบ้านเมืองของเราไว้ ให้จงได้!! 
        ไม่ต้องไปไว้หน้า “พวกแม่งงง” แล้ว!!!...

        การกระชับตะบองอำนาจ แสดงพลังของตำรวจไทยในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ ประสพความสำเร็จเป็นอย่างดี สะกดไอ้พรรคอัปรีย์อย่างประชาธิปัตย์ จนหือไม่ขึ้นเลย อีกก่อนหน้านั้น ตำรวจ ยังกำราบม็อบท่าดีทีเหลว ของ “ไอ้เสธเอี้ย กับแก๊งเดียรถีย์ ไอ้รักษ์ รักษ์พงษ์” อยู่หมัด กระดิกกระเดี้ยไปได้
        ชัยชนะของทำรวจไทยใจหาญ ทำให้ถึงวันนี้ “ไอ้เสธเอี้ย” จำต้องหดหัวอยู่ในกระดอง แถมยังต้องใช้เวลายามที่ตัวเองแก่เฒ่านี้ เทียวไปเทียวมาเพื่อพบกับตำรวจ เพื่อการแก้ต่างคดีของตัวเอง อยู่เป็นระยะๆ 
        ทำให้บั้นปลายชีวิตของ “ไอ้เสธเอี้ย” ต้องอยู่อย่างไม่เป็นสุข ไปที่ไหน ก็มีแต่ประชาชน ตั้งป้อมก่นด่าเอา แบบสาดเสีย
เทเสีย 
        ต่อหน้าบ้าง ลับหลังบ้าง…เวรแท้ๆ!

        ส่วนไอ้เดียรถีย์ “รักษ์ รักษ์พงษ์” เจ้าสำนักสันติกระโปก จนป่านนี้แล้ว ยังกลัวตำรวจจนขี้หดตดแตก ไม่กล้าออกมาแสดงพฤติกรรม กวนส้นตีน ชาวบ้าน ต่อไปได้อีก นอกจากแอบเห่าโบ๊งเบ๊งไปทางคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ของค่ายพวกมันต่อไป ก็แค่นั้นเอง
        มาถึงการชุมนุมครั้งใหม่นี้ ทำได้แต่แค่แอบๆส่งข้าวกับหญ้าให้กับกลุ่มม็อบอนาถา เท่านั้น 
        ไอ้เถรอัปรีย์ มันไม่กล้าโผล่หน้ามา “อ้อน” ตะบองตำรวจ!
                                          (555)

        ารทำงานของตำรวจครั้งนี้ ได้รับความชื่นชมยินดีจากคนไทยหัวใจรักชาติเป็นอย่างมาก เพราะการกระทำของตำรวจครั้งนี้ เป็นกุศลกรรม หรือการทำความดี ในอันที่จะสนองพระเดชพระคุณ พระผ่านเกล้าชาวเรา ทำให้พระองค์ท่าน ประทับที่พระตำหนักเปี่ยมสุข
        ได้อย่าง “ไกลกังวล” จริงๆ 
        แต่...

        โปลิศอย่างพวกเรา จะต้องหวังสูงไปกว่านั้นอีก นั่นคือ ตำรวจจะต้องทำให้พระองค์ท่าน ทรง “คลายกังวล” ได้ เป็นลำดับต่อไป
        ขอให้ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ทั้งหลาย พึงระลึกว่า จะทำให้ในหลวงของเราบรรลุความสุขสูงสุดได้ ด้วยการทำให้พระองค์

        ทรง “ไร้กังวล” ในทุกกรณี!

        การจะทำให้พระเจ้าแผ่นดินของเรา ทรง “ไร้กังวล” ได้ในทุกกรณีนั้น เป็นภารกิจหลักสำคัญของตำรวจ ซึ่งต้องทำตามลำดับ และทำให้ได้ด้วย 
        นั่นคือ…

        จะต้องทำให้พสกนิกรของพระองค์ “ไกลกังวล” “คลายกังวล” จนถึงขั้น “ไร้กังวล” ให้ได้เสียก่อน
        เพราะ...

        ความทุกข์ของไพร่ฟ้าประชาชน เป็น “ทุกข์หนัก” ของพระเจ้าแผ่นดิน!

        ดังนั้น ตำรวจจะต้องทำให้ประชาชน อยู่เย็นเป็นสุขให้ได้เสียก่อน ล้นเกล้าฯของชาวเรา จึงจะทรงคลายพระทัยเสีย พระองค์ท่านจึงจะเสวยความสุขสงบได้

        นี่เป็นสัญญาประชาคม และเป็น “เข็มมุ่ง” ที่ตำรวจไทย 
        จะต้อง...ทำให้ได้!

        ก่อนจบบทความนี้ ขอพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่พึ่ง เพื่อคุ้มเกล้าเหล่าตำรวจไทย ให้แคล้วคลาด จากภยันตรายทั้งปวง!!

        รัตนตยานุภาเวนะ ระตะนัตตะยะเตชะสา….

        (ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัย ด้วยเดชแห่งพระรัตนตรัย...)

        ขอจงสำเร็จ! ขอจงสำเร็จ!! ขอจงสำเร็จ!!!

.........

ท้ายบท สำหรับคอลัมน์ประจำสัปดาห์ก่อน
หลายนายพลรวมกัน ยังสู้ “จ่า” คนเดียวไม่ได้!!!
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=443
มีดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
อยากได้ประชาธิปไตยต้องทำตามวิถีแห่งประชาธิปไตย...นับว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่ถ้าอยากเล่นประชาธิปไตยข้างถนนก็ต้องได้ประชาธิปไตยข้างถนนตอบแทนกลับไป พวกนายพล ขนร่วง พวกนี้ถ้าจับมาใส่ขวดแล้วเขย่าอย่างท่านวาทฯว่าพอเทออกมาปุ๊ปก็เป็นลมตายกันหมดแล้วแหล่ะครับ ไม่ทันที่จะเอาไปเปรียบมวยกับจ่าประสิทธิ์หรอกเพราะกระดูกประชาธิปไตยมันคนละเบอร์กันครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันสู้ตาย  58.9.86.XXX  

ความคิดเห็นที่ 2   
พวกเหี้ยทั้งหลายมันกำลังอดหยากจึงหันมากัดกันเองราอย่าหลงกลมันนะครับอาจารย์วาท ฯ ถ้าเหี้ยฝูงใดมันยอมแพ้มันก็จะมีเหี้ยจ่าฝูงนำทัพต่อและเมื่อนั้นเราจะลำบาก พวกมันเยอะนะครับ ตอนนี้กองทัพเดียรถี และนักรบใบกระท่อมก่อมกำลังกินใบกระท่อมออมแรงเพื่อมาสู้หลังเหี้ยตัวพ่อทั้ง สองฝูงตกลงผลประโยชน์กันได้แล้ว สาธุขอให้ฝนตกและฟ้าผ่าพวกมันให้ตายห่าทั้งสองฝูงเถอะ เจ้าประคู้น (อาจารย์ วาทฯ ผมได้ข่าวว่าเปรม ลี้ภัยไปอยู่ค่าย สุรนารี 2 สร้างความลำบากให้ข้าราชการทหารและครอบครัวผู้มีบ้านอยู่ข้างหลังมากเลย ผมไปดื่มสุราที่ร้านเกินร้อยได้ยินเขาพูดกันครับ ) ไอ้พวกกลุ่มนายพลหน้าปกมติชนเมื่อไหร่มันจะตายห่าซักทีหนอ ผมเซ็ง อยู่หน้าจอแต่เชียร์ให้อาจารย์เป็นแนวหน้าสู้ต่อครับผม
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันชอบล่มปากอ่าว  101.51.238.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
กองทัพขี้เรือนอย่างนี้ ยังมีหน้าจะมาเขย่ารัฐบาล
โดยคุณ มันไม่เจียม  180.180.144.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อย่ากลัวแม่ง
โดยคุณ ซัดกับมันเลย  180.180.144.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อาจารย์ครับ ขยับเรื่อง ปตท.หน่อยครับ ปกติผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไร แต่ผมเห็นหลายฝ่ายออกมาไล่งับกัน เป็นหมาหมู่กำลังไล่ต้อนลูกแกะ แต่เรือน้ำตาลล่มที่ปทุมฯ ใช้เวลากู้เรือนานกว่านี้เยอะ จนจ้าวนายต้องออกมาติดตั้งเครื่องกังหันน้ำ
โดยคุณ narongsubsangar  58.9.58.XXX

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์  ไกลกังวล-คลายกังวล-ไร้กังวล ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 10 สิงหาคม 2556)

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER