หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > Holier than thou...อย่านึกว่า เอ็งเหนือคน!!!
หัวข้อ : Holier than thou...อย่านึกว่า เอ็งเหนือคน!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

Holier than thou...อย่านึกว่า เอ็งเหนือคน!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภสัช

        ม้จะไม่ได้เป็นชาคริสต์ แต่ผมเคารพรัก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส (Pope Francis) เพราะเป็นผู้มีวัตรปฏิบัติที่นอบน้อมถ่อมพระองค์อย่างยิ่ง ดำรงพระชนม์ชีพด้วยความสมถะ เป็นที่ประจักษ์ต่อศาสนิกตลอดมา จนได้รับเลือกเป็น “โป๊ป” พระองค์ใหม่อย่างไม่คาดฝัน...
        หักปากกาเซียน ที่ทำนายผลล่วงหน้า...ระนาวไป!

        หลังจากได้ศึกษาประวัติ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส มาพอสมควร ผมมีความเห็นส่วนตัว ว่าความถ่อมพระองค์ นิ่เอง ได้กลายเป็นอาวุธสำคัญ ที่ใช้แผ้วถาง กรุยทางที่แสนจะรกเรื้อ ไปสู่ “บัลลังก์” พระราชาของศาสนา ที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในโลกนั่น คือ ตำแหน่ง

        “โป๊ป”

content/picdata/445/data/photo_0001.jpg

        เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ.2556 สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขพระศาสนจักรคาทอลิก ทรงประทานพระโอวาท เตือนใจศาสนิกผู้เข้าเฝ้าว่า

        ใครก็ตามที่มีความคิด อยากดำเนินชีวิตคริสตชนของเขา ให้เด่นดัง ให้ดูเจ๋งกว่าพี่น้องผองเพื่อน คนนั้นก็คิดผิดเต็มๆ เพราะพระเยซูไม่เคยสอนให้เราเป็นใหญ่หรือเด่นในหมู่พี่น้อง 
        นอกจากนี้ ทรงหวังคริสตชน เลิกแก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการใส่ร้ายป้ายสีและดูหมิ่นคนอื่น และหันมาแก้ปัญหาในทางสร้างสรรค์ดีกว่า

        ประโยคที่ “กินใจ” ผู้เขียนมาก คือ

        "คริสตชนที่คิดอยากทำตัวเด่นดัง เขาคนนั้นคิดผิดเต็มๆ"

        าร “ถือตัว” ว่า เหนือคนอื่น ดีกว่าคนอื่น รวย สวย เก่งกว่าคนอื่น เรือยไปจนถึง การถือตนหรือทะนงตนว่า มี “อำนาจ” ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น ชาวพุทธไทย ดูท่าจะเข้าใจในเรื่องนี้ เพราะคุ้นกับคำสอนเรื่อง “อัตตา” ของพระศาสดาเป็นอย่างดี 
        ท่านเจ้าคุณ “พุทธทาส” เป็นพระสงฆ์ที่ทั้งเทศน์ทั้งเขียนเรื่อง “อัตตา” มากต่อมาก และหนังสือของท่าน “ตัวกู-ของกู” ได้ให้คำอธิบายในเรืองนี้ไว้ เข้าใจได้ง่าย 
        ผู้ที่สนใจ น่าจะหาอ่านกัน

        การถือตนถือตัว แสดงออกถึงความ อวดดี อวดเด่น อวดรู้ อวดฉลาด ทางพุทธศานา ถือว่าเป็นเรื่องของ “กิเลส” ทั้งสิ้น ซึ่งฝรั่งก็มีความเห็นต่อคนพรรค์นี้ ไม่แตกต่างไปจากชาวพุทธนัก ซึ่งคนที่เรียนวรรณคดีอังกฤษ จะคุ้นกับวลีที่ว่า

        Holier than thou

        คำว่า thou นั้น แปลว่า you หรือ ท่าน ใช้กันแต่ครั้งโบราณ แต่ปัจจุบันไม่ใช้แล้ว นอกจากจะใช้ในบทกวี อังกฤษ
        ความหมายของ Holier than thou แปลตรงๆว่า “ข้าฯศักดิ์สิทธิ์ มากกว่าท่าน”
        เอาให้ง่ายหน่อย ก็คือ “ฉันนั้น เหนือกว่าแก”
        ง่ายกว่านี้อีก คือ 
        “กูเก่งกว่ามึงโว้ยยยยย....” 
        เป็นเรื่องของ “อัตตา” ล้วนๆ เลย!

        ความทะยานอยาก ที่จะมีอำนาจเพิ่มขึ้น โดยไม่มีขีดจำกัดนั้น หากเป็นกษัตริย์หรือพระราชาแต่ยุคก่อน ย่อมนำมาซึ่งความเดือดร้อน ความตาย ความหายนะ ให้กับพลเมืองของตน และอาจลามไปถึงพลเมืองของประเทศอื่นด้วย  
        กรณีประมุขศาสนจักร อย่างสมเด็จพระสันตะปาปาเออร์บัน ที่ 2 และแห่งโรม ได้ก่อสงคราม ครูเสด (Crusade) เป็นตัวอย่างที่เห็นชัด

        โป๊ปพระองค์นี้ มีบัญชาให้กษัตริย์ฝรั่งอั้งม้อในยุโรป ส่งทหารไปช่วยทำ สงครามศักดิ์สิทธิ์ กับพวกมุสลิม โป๊ปเออร์บันที่ 2 คิดว่าแบบคนที่มี “อัตตาโต” ว่า ศาสนาของพระองค์ เป็นความถูกต้องเพียงหนึ่งเดียว เท่านั้น 
        ศรัทธาหรือความเชื่อต่างศาสนา เป็นเรื่องที่ผิด!

        ดังนั้น การที่พวกมุสลิมไปยึดกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งบ้านของพระเจ้าชาวคริสต์ เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้
        ต้องยกทัพไปยึดคืน!
        สงคราม Crusade ดำเนินไปยาวนานกว่า 100 ปี ล้างผลาญชีวิตผู้คนไปนับล้านๆ ระทมทุกข์ไปด้วยกันทั้งสองฝ่าย 
        ในที่สุดก็เลิกรากันไปเอง ไม่ได้มีมรรคผลอะไรเลย 
        เสียทั้งเวลา คร่าทั้งชีวิตมนุษย์!

        เอาอีกตัวอย่างก็ได้ 
        ระหว่างครองจักรวรรดิไรซ์ ที่ 3 (the third Reich) “ฮิตเลอร์” ผู้เผด็จการนาซี ได้ยกแนวคิดเรื่องชาติพันธ์ “เยอรมัน-บริสุทธ์” มีความสามารถเก่งกาจเหนือชาวโลกชนชาติอื่นในโลก
        ยิ่งไปกว่านั้น “ฮิตเลอร์” ยังถือว่าชาว “ยิว” เป็นผู้มีอำนาจครอบคลุมเศรษฐกิจทั้งในประเทศตนเองและยุโรป เป็นชนชาติหรือเฝ่าพันธ์ที่ต่ำสุด ในระดับเดียวกับเดียรฉาน
        “ฮิตเลอร์” ออกคำสั่ง ให้สังหารหมู่ชาวยิวระลอกแล้วระลอกเล่า อย่างไม่รู้สึกผิด
        จนคนยิวตายไป ถึง 6 ล้านคน!

        น่าประหลาดที่ ทหารเยอรมันซึ่งทำการ “ฆ่า” ตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา เมื่อกระทำฆาตกรรมชาวยิวทุกวัน ไม่นานก็กลายเป็นความชินชาต่อการฆ่าคน 
        ในที่สุดทหารเยอรมัน เห็นการฆ่าคนตามคำสั่งของเจ้านาย ซึ่งเป็นเรื่องที่สุดชั่วร้ายของสังคมมนุษย์ กลายเป็น “เรื่องธรรมดา” ไป เพราะคิดว่า 
        การกระทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา เป็นการกระทำตามหน้าที่ เป็นเรื่องถูกต้องชอบธรรม เป็นเรื่องธรรมดาๆเท่านั้น ซึ่งผมได้เขียนอธิบายไปในบทความ 
        ความเป็นธรรมดา ของความชั่วร้าย (Banality of Evil)
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=435

        ขียนถึงตรงนี้ อยากให้ท่านผู้อ่านคิดใคร่ครวญ ถึงการกระทำของทหารไทย ที่ออกมา “ไล่ฆ่า” ผู้คนตามถนนรนแคม เพราะผู้บังคับบัญชาของพวกเขา “โง่สุดขีด” ที่ไปรับคำสั่งจาก
ไอ้นักการเมืองระยำ ที่ให้จัดการผู้คนที่ออกมาชุมนุมด้วยความรุนแรง เพียงเพราะพวกเขา ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม และขอเพียงให้จัดการเลือกตั้งใหม่ เท่านั้น 
        ทหารลืมไปว่า คนที่เขาออกมา “ไล่ฆ่า” เป็นเพื่อนร่วมชาติของตนเอง
        ระยำแท้ๆ! 

        สาเหตุสำคัญคือ ทหารวางบทบาทผิด เพราะ “เสือก” เข้ายุ่งกับการเมือง เริ่มต้นด้วยการโค่นล้มรัฐบาล ที่มาตามระอบประชาธิปไตย เมื่อ ปี พ.ศ.2549 
        ทหารไม่ได้สำนึกความผิดแห่งตน ที่เป็นตัวการสำคัญในทำลายระบอบประชาธิปไตย ทำให้บ้านเมืองชะงักงัน จะก้าวหน้าไปไหนก็ไม่ได้ ความแตกแยกหนัก เกิดในหมู่ประชาชน ทำให้ทศวรรษที่กำลังจะผ่านไป เป็น ทศวรรษที่สูญหายไป หรือ

        The lost decade

        แม้บ้านเมืองกลับเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง และมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้งแล้ว ฝ่ายผู้นำทหาร ยังโง่เขลาต่อไป ด้วยการทำผิดซ้ำซาก เพราะเสือกไปเลือกเข้าข้างฝ่ายเสียงข้างน้อย โดยลากเข้าไปตั้งรัฐบาลกันในค่ายทหาร 
        ทำให้ไอ้พรรคอัปรีย์ อย่างประชาธิปัตย์ เข้ามาบริหารประเทศจนได้!

        ใช่แต่แค่นั้นนะ ทหารยังโง่เขลาคงเส้นคงวาต่อไป โดยเลือกฟังคำสั่งรัฐบาลกาลี ให้ออกมาไล่ฆ่าประชาชนตามท้องถนน จนข่าวแพร่หลายไปทั่วโลก
        เมื่อการเลือกตั้งมาถึงอีกครั้ง เมื่อปี พ.ศ.2554 ทหารยังคงสนับสนุนพรรคจังไรอย่างประชาธิปัตย์ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง 
        ผู้สื่อข่าวอาวุโสสายทหาร อย่างวาสนา นาน่วม ได้พูดถึงเรื่องนี้ไว้ชัดเจนก่อนการเลือกตั้ง ว่า
        ผู้บังคับบัญชาทหาร ขอให้ทหารชั้นผู้น้อย ประเภทไอ้เณรทหารเกณฑ์ทั้งหลาบ ช่วยเลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่พรรคดักดานที่ทหารตัวนายสนับสนุน กลับเป็นฝ่าย 
        พ่ายแพ้เลือกตั้ง...หลุดลุ่ย!
        ขนาดหน่วยเลือกตั้งหน้าหน่วยทหาร ทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ยังแพ้เรียบทุกหน่วย!!

        ารฆ่าคนบนท้องถนน โดยรัฐบาลพรรคอัปรีย์อย่างประชาธิปัตย์ เป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้กรมสอบสวนพิเศษ ต้องแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ “นายมาร์ค มุกควาย” และนาย “สะหม้อ สุเทพ” จอมตีหม้อเมียเพื่อนร่วมพรรค ในข้อหาอุกฉกรรจ์ คือ 
        ร่วมกันฆ่าคนตาย!
        แต่แค่นั้น คงยังไม่พอนะครับ 
        เพราะ...

        ตอนนี้มีการเคลื่อนไหวจากสาธาณชน ที่รักความเป็นธรรมทั้งในและนอกประเทศ ต้องการให้มีการดำเนินคดีกับ อนุพงศ์ “ไอ้โป๊งเหน่ง” เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ในขณะนั้น ซึ่งบัดนี้ไปใช้ชัวิตเสวยสุขในบ้านหรูที่อังกฤษ ใกล้ๆคฤหาสน์ของไอ้คนขาย “ไม้ชีศพ” ให้ “ไอ้โป๊งเหน่ง” เอาไปใช้ในกองทัพ จนผู้คนรุมด่าไปทั้งประเทศ นั่นแหละ

        คนไทยอย่างผมและพวก ไม่มีวันลืมเหตุการณ์ระยำที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา แม้สำนักงานข้าหลวงใหญ่ ยังยืนยันชัดเจน ว่า ไม่ต้องการให้มีการนิรโทษ ให้กับผู้ที่ออกคำสั่งฆ่าประชาชน อย่างไอ้มาร์ค มุกควาย ไอ้สะหม้อ จรกาหน้าดำ และ “ไอ้โป๊งเหน่ง”  เพราะเป็นหลักการของสหประชาชาชาติ ที่เคยจัดการกับผู้นำ ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธ์ประชาชน ในยุโรปตะวันออกมาแล้ว 
        ดังนั้น นับต่อจากนี้ไป ตัวการเข่นฆ่าประชาชนคนสำคัญ อย่าง “ไอ้โป๊งเหน่ง” ทหารฆาตกรระยำหมา ที่มันจะมีชีวิตบั้นปลาย อย่างไม่เป็นสุขแน่ๆ
        คงจะได้เห็นดีกัน…คอยดูต่อไป! 

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        การทะนงตนว่า Holier than thou โดยคิดว่าตนเองประเสริฐศรี มณีดีเด้ง คือ คิดว่าตัวเอง “มีดี” มากกว่าคนอื่น เด่นกว่า มีความรู้มากกว่า ฉลาดกว่าคนอื่น และมีอำนาจมากกว่าคนอื่นอีกต่างหาก
        ล้วนแต่เป็น “กิเลส” ทั้งสิ้น!

        ต้นตอรากเหง้าของกิเลสตัวนี้ คือ ไม่เข้าใจว่า ตัวตนที่คิดว่ามีนั้น ความจริงแล้วมัน “ไม่มี” เพราะไม่สามารถดำรงคงอยู่อย่างถาวร ต้องเสื่อมสลายไปในที่สุด ช้าหรือเร็วเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่มากำหนด 
        พระท่านว่า กิเลสดังกล่าว เรียกให้เข้าใจได้ คืออวิชชา-ความไม่รู้จริง หรือจะเรียกเป็นภาษาแบบเด็กแว้น อาจเป็น...

        “ไอ้โคตรโง่”

        นในพรรคระยำอย่างประชาธิปัตย์ นี่แหละครับ ที่ชอบคิดว่า Holier than thou คือ อวดดี อวดเด่น อวดรู้ อวดฉลาด กว่าคนอื่น แต่เอาเข้าจริง กลับ
        ไม่ดีจริง ไม่เด่นจริง ไม่รู้จริง ไม่ฉลาดจริง!

        ต้นตอรากเหง้าของกิเลสตัวนี้ คือ อวิชชา ความไม่รู้จริง หรือความ “โคตะระโง่” อย่างที่ผมบอกไปแลัว นั่นเอง
        จะขอสาธก ยกตัวอย่างมาอธิบาย ในรูปที่ทำให้ดูง่ายๆ นั่นคือ จะยกเปรียบเทียบในรูป

        การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งแสดงต่อสาธารณชน VS ความจริงที่ปรากฏ ต่อสาธารณชน

        ขอแสดงให้ท่านเห็นชัดๆ โดยตัวอย่าง ตามลำดับเป็นข้อดังต่อไปนี้

        1. การซื้อสิทธิของเสียง

        - การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ คือ โอ่ ว่าพรรคตัวนั้น ไม่เคยซื้อสิทธิขายเสียง มีแต่พรรคอื่นๆกลับทำในสิ่งตรงข้าม 
        นี่คือสิ่งที่พรรคนี้ พดให้ชาวบ้านฟังเวลาออกไปหาเสียง โดยเฉพาะนายชวน ประธานพรรค ท่องคาถานี้ ให้ประชาชนฟังจนชินหู
        แต่...

        - ความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณชน ก็คือ สมาชิกของไอ้พรรคดักดานนี่ ถูกศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 1 ปี ฐาน “ซื้อเสียง” และเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง เป็นเวลา 10 ปี
        เห็นกันหรือยัง!

        2. นโยบายหาเสียง และการดำเนินนโยบาย ปฏิรูปที่ดิน

        - การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ คือ จะแจกเอกสารที่ดินทำกินให้กับราษฎรยากไร้ ที่ไม่มีที่ทำกิน หรือไม่มีเอกสารหลักฐานของทางราชการออกให้
        แต่...

        - ความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณชน ก็คือ ไอ้พรรคระยำอย่างประชาธิปัตย์ นำเอาที่ดินราคาสูงลิบลิ่ว ไปแจกให้มหาเศรษฐีพรรคพวกของตน จนมีกรณีฟ้องร้อง และศาลฎีกาพิพากษาริบที่ดิน คืนกลับมาเป็นของรัฐ แต่ต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปี
        เห็นความระยำของไอ้พรคนี้ กันหรือยังล่ะ!?

        3. นโยบายต่างประเทศ และการดำเนินนโยบาย เมื่อครั้งพรรคประชาธิปัตย์ ชิงอำนาจจนได้เป็นรัฐบาล

        - การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้บอกกับประชาชนว่า จะดำเนินการอย่างมีไมตรีต่อมิตรประเทศ เพื่อนบ้าน โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตมืออาชีพ อย่าง นายกษิต ภิรมย์ (ตอนนี้ไอ้เวรคัวนี้ กำลังเป็น “จำเลย”ในศาลในคดี “ก่อการร้าย”) ที่เป็นนักการทูตมืออาชีพ เป็นผู้กำกับดูแลนโยบาย
        แต่...

        - ความจริงที่ปรากฏต่อสาธารณชน ก็คือ ไอ้พรรคระยำนี่ มันทำให้เกิดความตึงเครียดกับ ประเทศเพื่อนบ้านรอบไทย ถึงขั้นก่อสงครามชายแดน เป็นเหตุให้ผู้คนบาดเจ็บล้มตาย ทรัพย์สินเสียหายจำนวนมาก 
        จนมีคำจำกัดความง่ายๆ ของการทำความฉิบหาย ให้กับกิจการต่างประเทศไทย โดยไอ้ประชาธิปัตย์ พรรคระยำนี้ คือ

        “รบกับเขมร เขม่นพม่า ด่าญวน กวนส้นตีนลาว”

        ไอ้รัฐบาลจังไรของนายมาร์ค มุกควาย มันทะเลาะกับเพ่อนบ้านเขารอบทิศจริงๆ....ไอ้ฉิบหาย!
        …คนไทยเรา เห็นกันหรือยังล่ะ!?

        4. การยึดถือในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต

        - การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้โชว์ความสมถะของสมาชิกคนสำคัญอย่างประธานพรรค และความพยายามที่จะดราม่าให้ผู้คนเห็นว่า พรรคประชาธิปัตย์นั้น ยึดมั่นในความสุจริตตลอดมา และพร่ำบอกกับผู้คน ว่า
        มีแต่พรรคอื่นที่ทุจริต ส่วนพรรคของพวกมันนั้น ขาวผ่องยองใยจากเรื่องคอรัปชั่นทั้งปวง
        แต่...

        ความจริงที่ปรากฏกับสังคม ก็คือ ความฟุ่มเฟือยเฟอะฟะที่พยายามทำตัวหรูหรา ของลูกสมาชิกพรรคผู้สมถะ และที่ไม่น่าเชื่อเลย คือ
        บัดนี้ คนระดับนำของไอ้พรรคระยำนี้ กำลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีคอรัปชั่น ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกฯอย่าง นายมาร์ค หัวปลอก อดีตรองนายกฯ นายสะหม้อ แขนคอก ต่างตกเป็นผู้ต้องหาคดีทุจริตของ DSI โดนพิมพ์มือไปเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งอดีตรัฐมนตรีศึกษา อย่าง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ และผู้ว่าฯและอดีตผู้ว่ากรุงเทพ ทั้ง นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และ “ไอ้จ้าวเจี้ยว” สุขุมพันธ์ โดนข้อหาคอรัปชั่นทุกคนทั่วหน้ากัน
        เห็นกันหรือยังล่ะ!?

        5. คุณธรรมประจำพรรค

        - การแสดงออกของพรรคประชาธิปัตย์ ได้แสดงความเป็นพรรคคุณธรรม ยึดมั่นในจริยธรมที่ดีงาม ความซื่อสัตย์ แบบพรรคคุณธรรมในนิยายจีน สมาชิกล้วนแต่ทำมาหากินโดยสุจริต
        แต่..

        - ความจริงที่ปรากฏกับสังคม ก็คือ สมาชิกคนสำคัญอย่าง “ไอ้สะหม้อ หน้าดำ” ทำลายหลักจริยธรรมทุกข้อของความเป็นคน ดี ตั้งแต่การแย่งเมียเพื่อนร่วมพรรค จนรู้กันทั่ว ผัวเขาถึงกับหลั่งน้ำตาที่เมียต้องถูกพรากไป จนอยู่ร่วมกับไอ้พรรคระยำไม่ไหว ต้องลาออกจากพรรคไปอย่างน่าเวทนายิ่ง 
        ใช่แต่แค่นั้นนะ

        คนที่เป็น Idol ของพรรค ดันมีข่าวดังเรื่องให้ลูกพรรคลงขันซื้อภริยานายตำรวจ (ที่แอบเป็นชู้กัน) มาเป็นเมียตัวเอง จนมีลูกมีเต้าด้วยกัน นั่นก็น่ารังเกียจอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ “ช๊อค” สังคม คือ ลูกที่เกิดกับอดีตเมียคนอื่น ในหลักฐานสูติบัตร ว่า 
        เกิดระหว่างที่ แม่เด็กยังจดทะเบียน คาอยู่กับผัวเก่า!

        โบราณเขาว่า “ลูกยังคาตัก บักยังคาตูด” ตรงนี้แหละครับ...เรื่องใหญ่จริงๆ!!

        นี่เป็นเป็นแค่ตัวอย่าง “ยิบย่อย” ที่เขียนพอเป็นกษัยให้เห็นทั่วกันเท่านั้น 
        เพราะ…
        ความระยำของไอ้พรรคเวรตะไลนี่ จาระไนกันไม่หมดจริงๆ นะครับท่าน

        เขียนมาทั้งหมด เพราะมีความประสงค์ เพียงให้ท่านผู้อ่าน ได้ “ฉุกคิด” กันเท่านั้น

        ใครจะไปให้ไอ้พรรคอัปรีย์ พยายามแก้ไข ปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้ เพื่อจะชนะเลือกตั้งใหญ่กับเขาสักที 
        ทำไม่ได้ หรอกครับ!

        จะให้คนของไอ้พรรคนี้ ประพฤติดี มีคุณธรรมเหมือนชาวบ้านเขาอื่น คงจะไม่สำเร็จ

        เพราะ ไอ้พรรคพรรค์นี้...

        มันระยำ เข้ากระดูกดำ ไปแล้วนี่ครับ!!!

..............

ท้ายบท คอลัมน์ประจำสัปดาห์ก่อน ไกลกังวล-คลายกังวล-ไร้กังวล http://vattavan.com/detail.php?cont_id=444
มีผู้อ่านโพสต์ความเห็น ดังต่อไปนี้ครับ 

ความคิดเห็นที่ 1   
ขอยกย่องตำรวจทั้งหลาย ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตนได้อย่างสมภาคภูมิ และปฏิบัติภารกิจสำคัญที่สุด เหนือกว่าภารกิจอื่นใด คือการถวายการอารักขาองค์พระประมุข สมกับเป็นข้าในพระองค์อย่างสมภาคภูมิ สัปดาห์นี้ปิติกับการแปรพระราชฐานของทั้งสองพระองค์ยิ่งนัก ต้องขอพักไม่พูดถึงแมลงสาปให้เสียอารมณ์ดีกว่าครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันปิติ  125.24.48.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2
อาจารย์ครับ ได้ยินไอ้พวกแมงสาปมันพ่นแต่ว่าพรบ นิรโทษกรรมมันผิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม อาจารย์ช่วยอธิบายให้พวกเราได้เข้าใจหน่อยเถอะครับว่าไอ้นิติรัฐ นิติธรรม นี่มันคืออะไร มาจากไหน และเพื่ออะไร พวกชาวบ้านเราๆจะได้ตาสว่างกันซะที
โดยคุณ chuang  203.146.214.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3
การที่ล้นเกล้าทั้งสองพระองค์แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล นับเป็นสัญญาณที่ดีมาก ๆ เพราะนอกจากแสดงว่าพระพลานามัยของทั้งส องพระองค์ดีขึ้นมากแล้ว ยังน่าจะแสดงถึงความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองที่ทรงวางพระราชหฤทัยว่าไม่น่าจะมีสิ่งอันไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น นับเป็นสัญญาณที่น่าปลื้มปีติเป็นอย่างมากสำหรับคนไทยในเวลานี้ ขออย่าให้คนชั่วคนเลวคิดทำสิ่งชั่วช้าอีกเลย สาธุ
โดยคุณ สุขใจที่ได้เห็น  124.122.141.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
(ต่อ)เพื่อให้ปลาที่อยู่หน้าวัดได้มีอากาศหายใจ แล้วไอ้-อี ที่ออกมาไล่งับเรื่องท่อน้ำมันแตก มันไปลอยดอกเสียที่ไหน ก็มันสองมาตรฐานอย่างนี้ หมาที่บ้านมันก็ส่ายหัวไม่เคารพมันหรอก/
โดยคุณ narongsubsangar  58.9.45.XXX 

ความคิดเห็นที่ 5   
อ่านสนุกเหลือเกิน ทั้งแดกดัน ตบกบาล ด่าสาดเสียเทเสีย ขนาดนี้แล้ว ไม่รู้ว่าไอ้พวกระยำมันจะสำนึกหรือเปล่า ว่า การใช้ตีนแทนกบาล ไม่ได้ผล เผลอๆตำรวจจะตีเอาจน "แขนคอก" อีกข้าง
โดยคุณ มันส์มากๆ  125.24.161.XXX

ความคิดเห็นที่ 6   
อื้อฮือ สนุกจัง ด่าไอ้พรรคและพวกจังไร ได้ใจจริงๆ
โดยคุณ ซัดมันอีก  

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ Holier than thou...อย่านึกว่า เอ็งเหนือคน!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 17 สิงหาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER