หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “วาทตะวัน” วิพากษ์ จดหมาย “ขี้เท่อ” ของประชาธิปัตย์...พรรคจังไร!!!
หัวข้อ : “วาทตะวัน” วิพากษ์ จดหมาย “ขี้เท่อ” ของประชาธิปัตย์...พรรคจังไร!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“วาทตะวัน” วิพากษ์ จดหมาย “ขี้เท่อ” ของประชาธิปัตย์...พรรคจังไร!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ที่ผมเรียกขนานนามว่า “พรรคจังไร” ดูท่าจะมีปัญหา เพราะพวกเขาถูกรุมด่าทอจากผู้คนทุกสาขาอาชีพ ในหลายมิติด้วยกัน ทั้งบทบาทในสภาและนอกสภา
        ในสภานั้น พรรคฝ่ายค้านดักดานเล่นบท “ตีรวน” แบบไม่มีเหตุผล ทำให้การประชุมล่าช้า แต่ที่ถูกสาปแช่ง คือ ความกักขฬะ หยาบคาย เถือน ถ่อย ’ถุน ที่คนพวกนี้แสดงออกครบชุดใหญ่ สร้างความขยะแขยงให้กับผู้คน ที่ดูทางโทรทัศน์ และถูกสื่อนำออกซ้ำหลายเที่ยวหลายหน
        เลยถูกชาวบ้าน “ก่นด่า” ถึงขั้น “เสียหมา” ไปเลย!

        ส่วนนอกสภานั้น ใช่แต่สื่อไทยที่วิพากษ์วิจารณ์ ความไม่เข้าท่าของพรรคประชาธิปัตย์ หนังสือพิมพ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง “นิวยอร์กไทม์” ลงเรื่องเมืองไทยติดๆกัน คือ

        นอกจากหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ออกบทความยกย่องนายกฯยิ่งลักษณ์ฯ ในการบริหารบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ทั้งๆที่อยู่ท่ามกลางความขัดแย้งสูงในประเทศไทย จนน่าจะเป็นแบบอย่างให้กับบ้านเมืองอื่น อย่างประเทศอียิปต์แล้วนั้น 
        ถัดมาสองวัน “นิวยอร์กไทม์” ได้นำเสนอบทความ ไม่เห็นด้วยและตำหนิความ “สิ้นคิด” ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศเลือกจะลงต่อสู้บนท้องถนนน แทนการต่อสู้กันระบอบรัฐสภาตามแบบชาติอารยะ 
        จะเห็นได้ว่า
        ความเลวระยำของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะในไทยแลนด์เท่านั้น หากแต่ยังแพร่หลายไปถึงสังคมระหว่างประเทศด้วย
        ไม่อายก็ “หน้าทน” เต็มทีแล้ว!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        สองสัปดาห์แห่งความเข้มข้น ปนความขมขื่นของชาวบ้านที่เฝ้าดูการประชุมที่แสนจะน่าทุเรศในรัฐสภาไทย แต่หากเราลองย้อนดูบทบาทของพรรคการเมืองอย่างประชาธิปัตย์ 
        จะเห็นได้ว่า
        พรรคประชาธิปัตย์นั้น แม้พยายามจะเล่นบท ความกักขฬะ หยาบคาย เถือน ถ่อย ’ถุน จนหมดหน้าตัก แต่ไม่ได้ผล แถมยังโดยประชาชนด่าเอาสาดเสียเทเสีย เพราะรับไม่ได้เลย กับการแสดงออกสุดแสนระยำอย่างนั้น

        ความพยายามของฝ่ายค้านดักดาน ที่จะดึงเกมยาวยื้ดเยื้อในสภา นอกจากไม่ได้ผลแล้ว กฏหมายสำคัญ อย่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ยังผ่านสภาแบบ “ฉลุย” รวดเร็วกว่าที่คาดไว้เสียด้วยซ้ำ ทั้งๆที่พรรคประชาธิปัตย์เอง ร่ายรำตั้งท่าคัดค้านเอาไว้ อย่างน่ากลัว แต่เอาเข้าจริง กลับออกอาการ “บ่มิไก๊” หรือ “ไร้นำยา” ทำให้พรรคฝ่ายค้าหมดทางสู้ในสภาจริงๆ 
        แม้สมาชิกส่วนใหญ่ของพรรคดักดาน จะออกอาการ “ต๊อแต๊” (ท้อแท้) แต่สมาชิกพรรคสายสะตอ 
        ยังไม่ยอมแพ้!

        สื่อรายงานว่า นักการเมืองสายสะตอของพรรคกาลี ซึ่งชาวบ้านนินทาว่า เป็นลูกกระเป๋ง “ไข่หมูก” ไปโผล่หน้าแหลม อยู่เบื้องหลังการชุมนุม แถมยังมีนาย “นิพิด หัวแพร” คุมสมัครพรรคพวกจากเมืองลุง ไปร่วมชุมนุมที่ชะอวด ทำให้สื่อมวลชนและผู้คนธรรมดาๆ เห็นชัดเจนว่า  
        ใครกันแน่ ที่อยู่เบื้องหลังคนทำสวนยาง ให้ออกมายึดถนน ยึดทางรถไฟ ปิดกั้นการสัญจรไปมาของผู้คนในภาคใต้ สร้างความเดือดร้อนให้กับคนภาคอื่น รวมทั้งคนจังหวัดอื่น ที่เป็นชาวลูกเนียงด้วยกัน โดยหวังเพียงแค่....
        จะสร้างความโกลาหลให้กับบ้านเมือง ความพินาศฉิบหายทางเศรษฐกิจของภาคใต้ และบ้านเมืองไทยโดยส่วนรวม โดยหวังแค่จะทำให้รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ พบปัญหาอุปสรรคในการบริหารบ้านเมือง 
        แม่งงงงง... “จังไร” ไร้ที่ติจริงๆ!

        สื่อใหญ่อย่าง “ไทยรัฐ” วันอังคาร ที่ 27 ส.ค2556 ออกอาการทนไม่ได้ ถึงกับชี้ตรงๆ ในหน้าการเมือง (หน้า3) อย่างไม่ไว้หน้า ว่า
        พรรคประชาธิปัตย์นั่นเอง ที่อยู่เบื้องเหลังการชุมนุมชาวสวนยาง ถึงขั้นไปสุมหัวกบาล หารือกันที่ร้านกาแฟข้างๆที่ทำการพรรค ซึ่งการชุมนุมสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้คน โดยเฉพาะชาวปักษ์ใต้เองอย่างหนักแล้ว การเดินหมากทางการเมืองอีกรูปแบบหนึ่งของพรรคจังไร ได้สำแดงให้ผู้คนอีก และเป็นเหตุให้ผมต้องนำมาพูดถึงในวันนี้ 
        เรื่องเป็นอย่างนี้ครับ

        เมื่อ 19 ส.ค.2556 ผมดูข่าว นายชวนนท์ อินทรโกมาลยสุต โฆษกพรรคดักดาน ออกมาแถลง ว่า
        ที่พรรคจังไรประชาธิปัตย์ ได้ทำจดหมายเปิดผนึกไปยังองค์กรระหว่างประเทศ สถานทูตต่างๆ ในประเทศไทย และองค์กรประชาธิปไตยในระดับโลกว่า ขอยืนยันว่า
        ข้อความที่ส่งไปเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดในไทย พรรคพร้อมรับผิดชอบทุกถ้อยความที่มีการระบุในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าว

        พฤติกรรมของพรรคประชาธิปัตย์ แสดงออกให้เห็นง่ายๆว่ามีความพยายามสาวไส้ฝ่ายตรงข้าม และยกความดีให้กับพวกตัวเอง นั้น 
        ถ้าหากเรานำไปเปรียบกับ “แผนประทุษกรรม” ของคนร้ายในคดีอาญา จะได้ชัดว่า พรรคจังไรอย่างประชาธิปัตย์นั้น มีพฤติกรรมเช่นนี้มาตั้งแต่อดีต และกระทำซ้าๆซากๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมแต่อย่างใดเลย

        ท่านผู้อ่านเคยสังเกตไหมครับว่า ตอนที่เป็นฝ่ายค้าน ไอ้พรรคระยำอย่างประชาธิปัตย์ สู้กับเสียงข้างมากในสภาไม่ได้ พวกมันก็จะ 
        จัดขบวนไปร้องแรกแหกกระเชอ ไปฟ้องตามสถานทูตต่างๆ
        นี่เอง ทำให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์สนุกปากว่า ประเทศที่พรรคจังไร มักนำความไปฟ้องนั้น เกี่ยวข้องเป็น โคตรพ่อโคตรแม่ ของไอ้หัวหน้าพรรคอย่างนายมาร์ค หัวปลอก โดยตรง
        แต่ปรากฏว่า 
        ไม่เคยสถานทูตไหนเลย ที่ตอบจดหมายอภิสทธิ์ หรือพรรคประชาธิปัตย์เลย!

        จดหมายของไอ้พรรคกาลี ที่นำไปเสนอกับทูตขรตรีเศียร มีวัตถุประสงค์ เพียงพยามที่จะ “บดขยี้” หรือ “ทำลาย” ชื่อเสียงของพรรคที่เป็นรัฐบาลในตอนนั้น แต่เชิดชูและสร้างความถูกต้องให้พรรคอัปรีย์ของพวกตน
        แค่นี้เองจริงๆ

        ขียนมาถึงตรงนี้ ต้องขอย้อนอดีต ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2551 ตอนนั้น รัฐบาลท่านนายกฯสมัคร โดนเขย่าหนักทั้งในและนอกสภา มีการชุมนุม ยึดทำเนียบรัฐบาล โดยพันธมิตร ส่วนการชุมนุมในสภา ก็ถูกพรรคประชาธิปัตย์เรียกร้องให้ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ แต่...
        คุณสมัครไม่ยอม!

        นายอภิสิทธิ์หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในวันนั้น ได้ขยายเวทีการเมืองไทย ไปยังอังกฤษประเทศ เมืองที่เป็นถิ่นกำเนิด และตัวเจาเองยังเป็นพลเมืองของประเทศนี้อยู่ และยังใช้สิทธิ์เลือกตั้งเช่นเดียวกับคนอังกฤษ แต่เขามาเป็นนักการเมืองในประเทศไทย และเคยมีตำแหน่งในรัฐบาลไทยด้วย
        ในหนังสือที่นำไปยื่น ให้กับทูตขรตรีเศียร มีข้อความสำคัญ คือ

        “การยุบสภาเป็นทางเลือกเดียวของนายกรัฐมนตรี และสิ่งที่รัฐบาลได้พยายามชี้แจงต่อต่างชาติ มีข้อมูลบางอย่างที่ไม่ตรงความเป็นจริง”
        ภาพที่ปรากฏต่อสาธารณชน คือสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ นำหนังสือของนายมาร์ค หัวปลอก ไปยื่นต่อสถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ นั้น 
        ไม่น่าเชื่อว่า

        ทางเอกอัครราชทูตฝรั่งอังกฤษในตอนนั้น กลับไม่ได้แยแส หรือส่งเจ้าหน้าที่นักการทูต ออกมารับหนังสือแต่อย่างใด อย่างที่เราเคยเห็นกันเวลามาการยื่นหนังสือ หากแต่สถานอังกฤษ ใช้ทหารกูรข่า ซึ่งเป็นนักรบเผ่าเชอร์ปา ชาวเนปาล ซึ่งทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าประตูของสถานทูตอังกฤษทั่วโลก 
        ออกมารับหนังสือแทน!

        คนไทยเห็นอย่างนั้นแล้ว ต่างพากันค่อนแคะเย้ยเยาะว่า สถานทูตอังกฤษคงให้ความสำคัญ กับมาร์ค หัวปลอก หัวหน้าพรรคฝ่ายค้านในตอนนั้นมาก 
        ถึงกับให้ “ยาม” ออกมารับหนังสือแทน!

        เห็นภาพที่น่าขบขันตอนนั้น ผมเกิดอารมณ์สนุกครึกครื้นเกิดความคิดขึ้นมาว่า
        หากฝ่ายอังกฤษ จะตอบจดหมายของนายมาร์ค หัวปลอก
จดหมาย ควารจะตอบอย่างไร?
        ตรงนี้เอง ผมจึงใช้จินตนาการ คิดและเขียนจดหมายตอบแทนท่านเอกอัครราชทูต ส่งไปถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ตามสำเนาจดหมายที่จะแสดงให้ท่านเห็น 
        ดังต่อไปนี้ครับ

                                                                                     content/picdata/448/data/photo_0002.jpg                     สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ

                                                              
                                                                  16 Oct 2008

เรื่อง   ตอบจดหมายของหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน
เรียน   มิสเตอร์ อภิแสบ หัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน

        ตามที่ลูกพรรคของท่าน ได้นำหนังสือกล่าวหารัฐบาลประเทศของท่านเอง  มาเสนอให้กับทางสถานทูตของเรา และทางเจ้าหน้าที่ซึ่งเข้าเวรประจำวันของสถานทูต ได้จัดการให้ยามเฝ้าประตูออกไปรับหนังสือแทน นั้น
        ขอเรียนว่า

        ท่านเป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน ของประเทศที่มีประวัติศาสตร์ ดำรงความเป็นอิสรเสรีภาพมายาวนาน  อีกทั้งไม่เคยเป็นอาณานิคมของจักรวรรดิอังกฤษ หรือตกเป็นขี้ข้าของประเทศอื่นใดมาก่อนเลย ซึ่งแตกต่างไปจากประเทศต่างๆในภูมิภาคเดียวกัน

        ดังนั้น จึงยังมองไม่เห็นความจำเป็นใดๆ ที่ท่านต้องสาระแนนำจดหมายร้องทุกข์รัฐบาลของตัวเอง มายื่นผ่านข้าพเจ้าในฐานะเอกอัครราชทูต เพื่อนำความเสนอไปยังรัฐบาลของสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งเกรทบริเตน

        สถานทูตของเราในทุกประเทศ ไม่เคยรับจดหมายลักษณะ “ขี้ฟ้อง” จากผู้นำฝ่ายค้านอย่างที่ท่านทำนี้มาก่อนเลย 
        จึงเป็นเรื่องน่าแปลกใจ เพราะแทนที่ท่านจะไปแก้ปัญหาในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ของประเทศในโลกเสรี ที่มีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อย่างที่ควรจะเป็น คือ ไปดำเนินการในรัฐสภา กลับส่งจดหมายน้อย ไปฟ้องสถานทูตต่างๆ โดยไม่เกรงว่า ทูตขรตรีเศียรทั้งหลายจะถามท่านว่า
        “มิสเตอร์ อภิแสบ...ยูยังเป็นคนหรือเปล่า (วะ) !?”

        ท่านผู้นำฝ่ายค้าน คงไม่ทราบว่า
        ในสังคมระหว่างนักการทูตระหว่างประเทศนั้น  เขามีองค์กรข่าวกรอง ที่แลกเปลี่ยนข่าวสารกันเป็นประจำอยู่แล้ว สังคมการทูตของเรา ได้เฝ้าติดตามเหตุการณ์ในประเทศของท่าน ด้วยความห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากฝูงชนที่รวมตัวกันต่อต้านรัฐบาล ได้กำเริบเสิบสาน ก่อการเป็นกบฏ บุกรุกเข้ายึดกุมสถานที่ราชการและถนนและเส้นทางต่างๆ ในชาติของท่านนั้น 
        แสดงให้เห็น อย่างชัดเจน ว่า

        คนเหล่านี้ไม่ได้ยึดมั่น ในระบอบประชาธิปไตย  บังอาจจัดตั้งกองกำลังขึ้นมา เพื่อต่อต้าน ท้าทาย อำนาจของรัฐบาล และทำลายระบบกฎหมายในบ้านเมืองของท่านโดยตรง 
        การเข้าควบคุมฝูงชน ในวันที่พวกเขาเข้าปิดล้อมรัฐสภานั้น สังคมระหว่างประเทศ มองการปฏิบัติการโดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองของท่าน ว่า
        เป็นการดำเนินการปฏิบัติเป็นตามแบบแผน...
        เยี่ยงนานาอารยะประเทศ ยึดถือเป็นหลักปฏิบัติอยู่!

        เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งรักษาความสงบ ก็ได้มีการแจ้งเตือนกับฝูงชนที่นำโดยผู้ก่อการกบฏให้ทราบล่วงหน้าชัดเจน ว่า
        ทางการยอมไม่ได้ กับการขัดขวางการประชุมรัฐสภา แต่ฝ่ายผู้ก่อการไม่ยินยอมละลดปฏิบัติการ กลับปลุกปั่นให้ผู้คนเข้าไปยึดกุมอาคารรัฐสภา เหมือนเช่นกระทำต่อทำเนียบรัฐบาลประเทศของท่าน โดยหวังว่า
        จะไม่ให้รัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมาย ดำเนินการประชุม แถลงนโยบายได้ อันเป็นความผิดที่บัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา ของประเทศท่านด้วย

        นอกจากนั้น ฝ่าย “กบฏ” เองก็ยังมีอาวุธร้ายแรงหลายชนิด รวมทั้งระเบิด และยังมีรถยนต์ขนระเบิดทำลายร้ายแรง ที่จะนำมาเพื่อก่อความเสียหายต่อชีวิตและร่างกาย ทั้งประชาชนผู้ชุมนุมและกลุ่มเจ้าหน้าที่ แต่ผู้ครอบครองระเบิด และเป็นตัวการนำระเบิดมาในครั้งนี้ด้วย กลับประสบอุบัติเหตุจากแรงระเบิดของตน ตายเสียก่อนที่จะก่อกรรมชั่ว และทำลายชีวิตผู้คนจำนวนมากมาย ได้สำเร็จสมความมุ่งหมาย 
        พระเจ้ายังไม่เข้าข้าง คนผิดอยู่ดี!

        ที่น่าเสียใจเป็นที่สุด และเป็นที่โจษขานกันในหมู่นักการทูต ก็คือ
        พรรคฝ่ายค้านของท่าน ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างเหมาะสมโดยการไม่เข้าร่วมประชุมรัฐสภา แล้วพวกฝ่ายค้านของท่าน จะไปรู้เห็นเหตุการณ์อะไรกับเขาด้วย ในเมื่อท่านกับพวก ไม่ได้อยู่ที่หน้าสภาในวันเกิดเหตุ นอกจากสมาชิกบางคน ซึ่งชาวบ้านเขานินทากันว่า มา

        แอบยืนดูความล่มสลาย ของระบบรัฐสภาประเทศตัวเอง!

        ท่านผู้นำฝ่ายค้าน รู้บ้างหรือไม่ว่า

        การกระทำในลักษณะที่ไม่เอื้อเฟื้อต่อระบอบประชาธิปไตยเช่นนี้ เป็นเหตุให้ผู้คนวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ว่า
        พรรคการเมืองที่มีท่านเป็นผู้นำ ไม่เพียงแต่ไม่เห็นความสำคัญ ของรัฐสภาเท่านั้น แต่ยังกลับเป็นผู้ทำลายระบบรัฐสภา โดยรู้เห็นเป็นใจกับกลุ่มกบฏ  และมีพฤติการณ์เสมือนล่วงรู้ด้วยว่า จะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น  พวกท่านทั้งหมดจึงหัวหด หลบเลี่ยง ไม่เข้าประชุมรัฐสภา 
        ดังนั้น จึงอย่าแปลกใจว่า

        ทำไมพรรคของท่านจึงถูกตั้งข้อสงสัยว่า ร่วมมือกับม็อบสังคังอย่างแน่นแฟ้น ในการทำลายวิถีแห่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในบ้านเมืองของตัวเองด้วยซ้ำ 
        ในความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้ว นี่เป็นข้อกล่าวหา ที่พวกท่านแก้ตัวได้ยากจริงๆ!

        หากท่านติดตามข่าวสารมาโดย ท่านจะเห็นได้ว่า การกระทำของม็อบสังคังนั้น ไม่ได้รับความเห็นชอบจากองค์กรระหว่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น 
        - Human Right Watch ที่ออกมาแสดงทีท่าชัดเจน ให้ม็อบสังคังปลดอาวุธโดยด่วน! 
        - ANFREL หรือเครือข่ายเอเชีย เพื่อการเลือกตั้งเสรี ได้แสดงการต่อต้านการรัฐประหารอย่างเต็มที่ และองค์กรนี้ได้แสดงอาการรังเกียจ “ราษฎรเฒ่า-อัลไซม์เมอร์” หน้าเดิมแต่น่าชัง 2 คน ที่พลิกบทไปยุยงให้ทหารเข้ายึดอำนาจ ซึ่งเป็นพฤติการณ์เลวทรามสิ้นดี
        - สถานีวิทยุ VOA หรือเสียงอเมริกา ได้เผยรัฐบาลสหรัฐประณามการกระทำของม็อบสังคังที่ใช้ความรุนแรงอย่าง อย่างไม่ไว้หน้า! 

        ข้าพเจ้ารู้สึกผิดหวัง ที่ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านเอง ก็เป็นผู้ได้รับการศึกษาในสหราชอาณาจักรมาตั้งแต่ยังเด็ก น่าจะเข้าใจระบอบประชาธิปไตย แบบพรรคการเมืองเป็นอย่างดี แต่พฤติกรรมของท่าน กลับแสดงถึงความไม่รู้เรื่องในระบอบการปกครองแบบนี้เอาเลย แต่นั่นยังไม่เสียหายมากเท่ากับท่าที ที่นานาอารยะประเทศรับไม่ได้เด็ดขาด นั่นคือ
        พฤติกรรมสนับสนุนการก่อการร้าย ด้วยการเข้ายึดสนามบินนานาชาติ ที่โลกยอมรับไม่ได้ ซึ่งวงการทูตทราบดีจากการข่าวกรองของพวกเรา ว่า 
        พรรคการเมืองใด อยู่เบื้องหลังการกระทำอันชั่วร้ายนี้!!!?  

        หวังว่า สถานทูตของเราจะไม่ได้รับจดหมายไร้สาระจากท่านอีกต่อไป แต่หากท่านยังคงแสดงความไม่เข้าใจ ข้าพเจ้าอาจไปเยี่ยมท่าน เพื่อจะอธิบายความว่า

        ประเทศประชาธิปไตย เขาวางหลักเกณฑ์ของการเป็นพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ไว้อย่างไร? 

        ทั้งนี้ เพื่อท่านและสมาชิกพรรค จะได้จดจำใส่หัวกบาลขี้เท่อ เอาไว้กันบ้าง!

                                                    ด้วยความปรารถนาดี 

                                         ลงชื่อ     Quailton M Quin
                                                            UK Ambassador

        ท่านผู้อ่าน ลองพิจารณาดูจดหมายฉบับนี้ แล้วลองตรองให้ดีเถอะครับ
        แม้จดหมายนี้ เขียนตั้งแต่ 16 ต.ค. 2551 ผ่านมาแล้วเป็นเวลา 5 ปี แต่จดหมายยังคงความทันสมัย เพราะสะท้อนความเป็นจริงในห้วงเวลานั้นของประเทศเรา และความเลวระยำอย่างคงเส้นคงวาของพรรคประชาธิปัตย์ ได้อย่างครบถ้วนชัดเจน

        ส่วนจดหมายที่นายชวนนท์ฯ นำมาแถลงในครั้งนี้นั้น หลายคนคงทราบดีว่า 
        ไม่มีทูตหรือผู้นำชาติไหนตอบจดหมายดังกล่าวเลย เพราะหากมีคำตอบ พรรคจังไร คงนำมาแถลงแล้ว
        แต่...

        บังเอิญได้ผมรับสำเนาหนังสือ จากผู้นำประเทศนิรนาม ซึ่งตอบจดหมายเปิดผนึกของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งไป “ประจาน” พรรคตัวเองไปทั่วโลก ตามที่นายชวนนท์ฯได้แถลงไปแล้ว...

        อ่านแล้ว “หัวร่อ”  กลิ้งไปเลย!!

        ใครอยากอ่าน ต้องคอยติดตามกัน พลาดไม่ได้เชียวนะครับ!!!

...........

ท้ายบท เพื่อความสมบูรณ์ ในการทำความเข้าใจพรรคดักดานให้กระจ่าง กรุณาอ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

        1. ***ด่วนที่สุด!...จดหมายจากเอกอัครราชทูตอังกฤษ ถึงหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน!! 

        2. ด่วน...จดหมายสำคัญของ เอกอัครราชทูตกัมพูชา!!!  http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=182    

        3. ไปรษณียบัตร จาก “วาทตะวัน” ถึงนายหัวชวน  http://vattavan.com/detail.php?cont_id=368

        นึ่ง คอลัมน์ประจำสัปดาห์ก่อน “วาทตะวัน” เล่าเรื่อง “พระเจ้าอยู่หัวของเรา” http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=446
มีผู้ออกความเห็น ดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
โดยคุณ คนของแผ่นดิน  125.25.150.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญ...เป็นร่มพระบรมโพธิสมภารให้ลูกหลานไทยที่คิดดีประพฤติดี...ได้อยู่ใต้ร่มพระบารมีตลอดไป ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันภักดี  125.24.56.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
สวัสดีครับอาจารย์ 100 ผมเอาขี้หมากองเดียวครับว่า ไอ้พลพรรคแมลงสาบไม่มีทางลาออกและมาเล่นการเมืองข้างถนนตามคำชวนแป๊ะลิ้มหรอกครับ เพราะมันยังต้องการเอกสิทธิ์คุ้มครองอยู่ครับ พวกมันคงคิดดีแล้วว่า หากลาออกเสร็จบิ๊กแจ๊ค ผบ.ชน.แน่นอน เพราะบิ๊กแจ็คแกไม่ไว้หน้าหรอกครับ
โดยคุณ narongsubsangar  58.9.222.XXX

ความคิดเห็นที่ 4   
ตำรวจของพระเจ้าแผ่นดิน มีตราแผ่นดินคุมครอง ต้องแคล้วคลาดปลอดภัย ไอ้ประชาปัตย์ชาติขลาด จะบุก ก็เข้ามา
โดยคุณ ซัดกับมัน  101.108.221.XXX

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ “วาทตะวัน” วิพากษ์ จดหมาย “ขี้เท่อ” ของประชาธิปัตย์...พรรคจังไร!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 31 สิงหาคม 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER