หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
หัวข้อ : คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย? เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ  “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        ท่านผู้อ่าน ที่ติดตามข้อเขียนของ “วาทตะวัน” มาโดยตลอด คงจะสังเกตเห็นได้ ว่า 
        ผู้เขียนได้เกาะติด “คดีพันธมิตร” อย่างเหนียวแน่น ด้วยการเขียนต่อต้าน โจมตี การกระทำของคนพวกนี้ ที่บังอาจใช้กำลังเข้ายึดสถานที่ราชการสำคัญ คือ 
        “ทำเนียบรัฐบาล”

content/picdata/451/data/photo_0003.jpg

        สถานที่ดังกล่าวเสมือนหน้าตาประเทศ เป็นศูนย์กลางอำนาจบริหาร ทั้งยังเปรียบดั่ง “สมอง” ส่วนสั่งการไปยังองคาพยพของหน่วยราชการต่างๆ ให้เคลื่อนไหวตามนโยบายที่สมองได้คิดและสั่งการออกไป เพื่อพาบ้านเมืองของเราเจริญรุดหน้า ก้าวทันและทัดเทียมมิตรประเทศ ในสังคมโลก

        นอกจากยึดทำเนียบรัฐบาลแล้ว ฝ่ายพันธมารยังเหิมเกริม ถึงขั้นยกกำลังไปปิดสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติ และประตูเข้าออกประเทศไทยของเรา ทำให้คนต่างด้าวท้าวต่างแดนทั้งหลาย ที่อยู่ในสนามบินตอนนั้น 
        ต้องตกอยู่ใน “ภาวะอันตราย” อย่างร้ายแรง!

        ประเทศต่างๆที่คนของเขา ที่โชคร้ายต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย กลายเป็น “ตัวประกัน” อยู่ในสนามบินนานาชาติ เพราะปฏิบัติการก่อการร้าย ที่นำโดยนายพลจำลองฯกับพวก 
        ประเทศที่ว่ามี สหรัฐอเมริกาเป็นหัวหอกสำคัญ ได้เคลื่อนไหวกดดัน ให้ผู้หนุนหลังกบฎพันธมิตร สั่งการให้ผู้นำ
พันธมาร เร่งถอนออกจากสนามบินนานาชาติเสียแต่โดยดี 
        มิฉะนั้นแล้ว... 
        จะใช้กองกำลัง “บุก” ไทย!
        ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้โดยสารชาวต่างประเทศ ซึ่งเป็นพลเมืองของพวกเขา นั่นเอง
        นี่เป็นเหตุผลสำคัญ ทำให้ “คนหนุนหลัง” หรือที่ชอบเรียกกันว่า “มือที่มองไม่เห็น” ของฝ่ายพันธมารตกใจกลัวอย่างแรง
จนนำไปสู่การถอนตัวออกจากการยึดครองสนามบิน แต่ค่าเสียหายทางธุรกิจ ที่คำนวณจากการที่สนามบินถูกยึด นั้น 
        สูงกว่า...หนึ่งแสนล้านบาท!

        ความเสียหายของสนามบินสุวรรณภูมิ เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับ ทอท. นั้น ที่มีหลักฐานเห็นชัดเจน คือ 
        เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2554 ศาลแพ่งได้มีคำสั่งในคดีที่ การท่ากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เป็นโจทก์ฟ้อง โดยศาลแพ่งสั่ง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำ พันธมารกับพวก ที่เป็นแกนนำร่วม รวม 13 คน ชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 522 ล้านบาท ให้บริษัทการท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กรณีชุมนุมสนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง 
        ศาลชี้ว่า
        จำเลยกระทำผิดฐานละเมิด ทำให้เกิดเสียหายทั้งทางกายภาพและทางการพาณิชย์ ต่อการท่ากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.
        ผมยังไม่รู้ว่า 
        ป่านนี้มีการบังคับคดี กันหรือยัง? ใครรู้ช่วยบอกด้วย

        นอกจากนี้ ยังมีความเสียหายของสายการบิน บุคคล หรือนิติบุคคลอื่นๆ ที่ต้องใช้บริการสนามบิน รวมถึงความเสียหายของสินค้าต่างๆ เช่น ความเสียหายของกลุ่มค้าไม้ดอกของไทย ที่สินค้าซึ่งเป็นดอกไม้สวยงามจำนวนมากมาย ต้องเสียหายอยู่ในคลังสินค้า เพราะส่งออกไม่ได้ อันเป็นผลจากการห็นในบุกเข้ายึดสนามบินของพวกพันธมาร 
        ทำให้ผู้ประกอบการหลายเจ้า ที่ทุนรอนไม่มากนัก 
        ฐานะทรุดลงทันที!

        สิ่งที่ผมไม่เข้าใจ และเสียใจอยู่ทุกวันนี้ คือ รัฐบาลนายกฯสมัครในตอนนั้น ไม่ทำการตีโต้ตอบโดยฉับพลัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย และผมยืนยันว่า
        ด้วยกำลังตำรวจเพียงหน่วยเดียว ก็สามารถจัดการกับกำลังของพันธมิตรได้เรียบร้อย รวดเร็วอยู่แล้ว 
        แต่...
        ที่รัฐบาลคุณสมัครฯ ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายบริหารขณะนั้น ทำไม่ได้ หรือไม่กล้าสั่งการ ให้เผด็จศึกม็อบพันธมารเสียในตอนนั้น เพราะปรากฏชัดเจนว่า 
        มีอำนาจนอกระบบ รวมทั้งฝ่ายทหารด้วย ได้เข้ามา “ให้ท้าย” พวกพันธมาร จนเกิดการส่งสัญญาณผิดๆ ไปสู่ประชาชนคนไทย ให้เข้าใจกันว่า
        การกระทำของพวกพันธมาร นั้น เป็นเรื่องถูกต้อง สมควรที่จะสนับสนุนเสียด้วยซ้ำ นี่เป็นผลงานของอำนาจนอกระบบ ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในตอนนั้น หรือพูดให้ชัดก็คือ 
        กลุ่มต่อต้านทักษิณ นั่นเอง!
        คนพวกนี้ เราต้องช่วยกันประนามว่า พวกมันได้สร้างกรรมหนัก เพราะหวังเพียงผลทางการเมือง เพื่อโค่นล้มรัฐบาลที่เป็นพวกทักษิณ โดยพวกเขาไม่คำนึงถึงความเสียหายของประเทศ
        ช่าง “เลวระยำ”...หาที่เปรียบไม่ได้!!

        ท่านผู้อ่านจำได้ไหมครับว่า เมื่อพวกพันธมารยึดทำเนียบรัฐบาล สื่อมวลชนในประเทศ ไม่มีฉบับไหนกล้าวิพากษ์วิจารณ์พวกพันธมารแรงๆ แบบอยู่กันคนละข้าง นอกจากสื่ออิสระ อย่างเว็บ www.Vattavan.com ของผมนี่แหละ ที่อัดพันธมิตรพันธมารอย่างต่อเนื่อง แบบไม่ไว้หน้า  
        ที่ผมทนไม่ได้ และเศร้าใจเป็นอย่างมาก คือ ระหว่างการยึดทำเนียบรัฐบาล นายทหารรักษาพระองค์จะทำการฝึกซ้อมสวนสนาม นั้น
        นายทหารผู้ควบคุมการฝึกซ้อม ยังต้องไปขออนุญาต จาก
        ไอ้นายพล จำลอง ศรีเมือง!

        แม่งงงง...ใหญ่จริงๆ!!

        ผมเขียนด้วยความชอกช้ำใจ ไว้ในบทความของตัวเอง ชื่อ “อะไรจะเกิด มันก็ต้องเกิด!”
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=109
ขอตัดตอนมาให้แฟนๆ ได้อ่านอีกครั้งวันนี้ ลองอ่านดูนะครับ

        ...ต้องขอพูดตรงๆเพราะผมไม่รู้ว่า ขุนทหารจะนำเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา ถวายสัตย์ปฏิญาณในวันสำคัญที่ใกล้จะถึงนี้ ได้อย่างเต็มความภาคภูมิใจหรือไม่อย่างไร นั้น 
        ผมไม่ทราบ
        ทั้งนี้ เพราะผู้เขียนนั้น อดคิดไม่ได้ว่า ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตรวจพลสวนสนามอยู่นั้น ถ้าหากพระองค์ทรงทอดพระเนตรไปไม่ไกลนัก ก็จะทรงเห็นสะพานมัฆวาน และมีทำเนียบรัฐบาล ซึ่งถูกยึดอยู่โดยกลุ่มกบฏ ทั้งๆที่มีหน่วยทหารสำคัญตั้งอยู่หลายหน่วย ตั้งอยู่ใกล้เคียงกัน
        กองกำลังนอกกฎหมาย ได้เข้าควบคุมสถานที่ซึ่งเป็นหัวใจของการบริหารราชการแผ่นดิน และปล้นสะดมทำลายเอาจนย่อยยับ แถมยังวางก้ามสั่งห้ามผู้คนผ่าน 
        แม้หน่วยทหารรักษาพระองค์ จะฝึกซ้อมสวนสนามในพระราชพิธีสำคัญ ยังต้องซมซานไปขออนุญาตพวกมัน...
        มันเป็นไปได้อย่างไรกัน...ประเทศนี้!?

        ที่ทำร้ายจิตใจคนไทยมากที่สุด คือ
        แม้แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ และทรงเป็นพระเจ้าแผ่นดินของประเทศนี้ 
        ยังไม่อาจทรงใช้ได้เส้นทาง เสด็จพระราชดำเนินประจำได้!!

        ถึงตรงนี้ น้ำตากลบ เขียนต่อไม่ไหวแล้ว...

        อะไรจะเกิด ก็ให้มันเกิด!!!

        ครับ!... 
        นั่นเป็นข้อเขียนของผม ที่วันนี้ผ่านมาห้าปีแล้ว ต้องนำมาให้อ่านกันอีกครั้ง เพื่อทบทวนความจำของท่านผู้อ่าน เพราะคดีฟ้องร้องคนพวกนี้ เพิ่งจะไปถึงโรงถึงศาล
        นอกจากนั้นแล้ว ยังมีอีกเหตุการณ์หนึ่ง ที่ผมไม่อยากปล่อยให้ผ่านไป และจะต้องนำมาพูดถึงกันในวันนี้ นั่นคือ 
        การใช้ดุลยพินิจของ “ผู้พิพากษา” ในคดีที่ฝ่ายพันธมิตร ตกเป็นผู้ต้องหาในศาล
        ขอย้อนกลับไปเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ให้ท่านผู้อ่านฟัง อีกครั้ง คืออย่างนี้ครับ

        การเข้ายึดทำเนียบรัฐบาล พนักงานสอบสวนฝ่ายตำรวจ ได้พิจารณาแล้ว เห็นว่า 
        การที่นายพลจำลองฯ กับพวก เข้ายึดทำเนียบรัฐบาล อันเป็นการกระทำความผิดฐาน

        “กบฏ”

        ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงได้ยื่นคำร้อง ขออนุมัติออกหมายจับ โดยได้บรรยายถึงพฤติการณ์ของกลุ่มกบฏ ให้ศาลอาญาทราบ และนำเสนอพยานหลักฐานพร้อมสรรพ เพื่อศาลจะได้พิจารณา... 
        “อนุมัติ”ออกหมายจับ!

        พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้ คือ พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน  ได้แถลงยืนยันว่า 
        ผู้พิพากษาศาลอาญาจำนวน 12 ท่าน ได้เข้าร่วมประชุมพิจารณาการออกหมายจับ เท่านั้นยังไม่พอ ทางศาลอาญายังได้เชิญพิจารณาผู้พิพากษาอาวุโสอีก 1 นาย มาร่วมพิจารณาด้วย 
        ผู้พิพากษาทั้ง 13 ท่าน มีความเห็นเป็น “เอกฉันท์” อนุมัติให้ออกหมายจับ ตัวนายพลจำลองฯกับพวก ในข้อหากบฏในราชอาณาจักร

        เมื่อนายพลจำลองฯกับพวก รู้ตัวว่าโดนข้อหา “กบฏ” นั้น เจ้าตัวเกิดความเกรงกลัวอย่างเห็นได้ชัด สังเกตเห็นได้ง่ายๆ เพราะเขากับพวกเอาแต่ฝังตัวอยู่ในทำเนียบเท่านั้น โดยไม่โผล่หัวกบาลออกไปข้างนอกเลย
        แต่...ในที่สุด นายพล จำลองฯ ตัดสินใจออกมาทดสอบกำลังของฝ่ายบ้านเมืองโดยออกจากทำเนียบ เพื่อไปใช้สิทธิในวันเลือกตั้งผู้ว่า กทม. 
        ตำรวจซึ่งรออยู่แล้ว ตรงเข้าจับกุม และนำตัวไปขออำนาจศาลฝากขังในข้อหา “กบฏ” 
        นายพลจำลองฯ ต้องเข้าเรือนจำไป

        ทนายความของ นายพล จำลองฯ ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ ขอให้เพิกถอนหมายจับ ในข้อหา “กบฎ” และสิ่งที่ทำให้ผู้คนในบ้านในเมืองต้อง “ตกตะลึง” ในเวลาต่อมา คือ
        ศาลอุทธรณ์ได้สั่ง เพิกถอนหมายจับ!

        ในคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ สั่งว่า
        ข้อหากบฏที่คณะผู้พิพากษาศาลอาญามีมติให้ออกหมายจับนั้น “เลื่อนลอย” แต่ไม่ได้อรรถาธิบายว่าเลื่อนลอยอย่างไร 
        นายพล จำลองฯ ถูกปล่อยตัวออกจากเรือนจำ!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        ห้าปีหลังจากที่ศาลมีคำสั่งว่า ข้อหากบฏ ที่พนักงานสอบสวนกล่าวหานายพลจำลองฯ นั้น “เลื่อนลอย” แต่มาถึงวันนี้ ปีพ.ศ. 2556 ผลออกมาปรากฏว่า
        พนักงานอัยการได้ออกคำสั่ง “สั่งฟ้อง” พล.ต.จำลองฯ กับพวก รวม 9 นาย ในข้อหา “กบฏ” ตามความเห็นของพนักงานสอบสวน
        ครับ...ข้อหา “กบฏ” ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า “เลื่อนลอย” จนเป็นเหตุให้มีการปล่อยตัวนายมหาห้าขัน นั่นแหละครับ 
        คดีนี้อัยการนัดผู้ต้องหาซึ่งมี พล.ต.จำลองฯ กับพวก นัดฟังคำสั่ง 27 ก.ย. 2556 แต่ข่าวออกมาว่า ทนายฝ่ายจำเลยเล็งขอเลื่อนฟังคำสั่ง อ้างหาหลักทรัพย์ยื่นประกันตัวไม่ทัน

        ผมจึงอยากบอกผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ คนที่ออกคำสั่งดังกล่าว ว่า 
        เป็นเพราะคำสั่งของท่าน อีกนั่นแหละ ที่เสมือนการ “ติดปีก” แห่งความก้าวร้าว เพิ่มให้กับนายพลจำลองฯกับพวกกบฏ ทำให้สถานการณ์ของบ้านเมืองของเรา ต้องทรุดหนักลง และพบกับความเลวร้าย
        หนักข้อ...ยิ่งขึ้นไปอีก! 
        ชื่อเสียงของประเทศต้องพินาศฉิบหายไป พร้อมๆกับเสียหายยับเยินทางเศรษฐกิจนับแสนล้าน  
        เพราะ...

        นายพลจำลองฯ ได้ยกระดับปฏิบัติการ ไปสู่การเป็น “ผู้ก่อร้ายสากล” อย่างสมบูรณ์แบบ ด่วยการพาพลพรรค...

content/picdata/451/data/photo_0004.jpg

        บุกเข้ายึดสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง!!

        คนไทยทุกคนที่รักชาติบ้านเมือง จะต้องจำเหตุการณ์เลวร้ายนี้ไว้ให้ดี มีลูกต้องสอนลูก มีหลานต้องสอนหลานด้วย และต้องสาปแช่ง ผู้ที่อยู่ที่ทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เหตุการก่อกบฏในครั้งนี้

        สำหรับผู้พิพาษาศาลอุทธรณ์ ผู้ที่ออกคำสั่งว่าข้อหากบฎ ว่า “เลื่อนลอย” นั้น

        หากบังเอิญ ท่านได้อ่านบทความนี้แล้ว

        “ขอให้ใต้เท้า นอนหลับ ฝันดี นะขอรับ!!!”

...............

ท้ายบท  สำหรับคอลัมน์ประจำสัปดาห์ก่อน“ไอ้โง่” มันจบจาก Oxford หรือ Oxfuck กันแน่!!!?  http://vattavan.com/detail.php?cont_id=450
มีผู้ออกความเห็น ดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
จบOxford แล้วฉลาด...ก็มีเยอะนะครับ ท่านวาทฯ แต่ไอ้บักมาร์คเนี่ย ผมว่าเด็กอ็อกเหล็กแถวบ้านผม ฉลาดคิดฉลาดพูดกว่ามันเยอะครับ ทั้งๆที่จบแค่ ป.6 ต้องให้มาร์คอ็อกฟอร์ด ลองมาคุยกับช่างอ็อกเหล็ก วัดระดับวุฒิภาวะ กันบ้างนะครับ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันราชภัฎ  58.11.165.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
นายกยิ่งลักษณ์ฯ เธอช่างลงตัวไปเสียทุกอย่าง เห็นแล้วสบายใจและเป็นความหวังของประเทศ ไม่น่าแปลกที่จะมีคนสติแตกออกมาเต้นแร้งเต้นกากวนใจจนน่ารำคาญ ปล่อยไปเช่นนี้ไม่ช้าไม่นานคงคลั่งตายกันหมดไปเอง
โดยคุณ สบายใจและสะใจ  110.168.64.XXX

ความคิดเห็นที่ 3   
มันจบที่ oxfuck แน่นอนครับอาจารย์ เพราะมันยังไม่รู้เลยครับว่าปลอกเขาใช้สวมกับอะไร ดันเอามาสวมหัวเฉยเลย ไม่รู้ว่าใครโง่กันแน่
โดยคุณ narongsubsangar  58.9.95.XXX  

ความคิดเห็นที่ 4   
สิ่งที่ไอ้เด็กหนีเกณฑ์ทหาร ปัญญาอ่อน ใช้เอกสารปลอมสมัครงานแล้วยังหน้าด้านเถียงข้างๆคูๆ กล่าวว่าร้ายเรื่อง Smart Lady ว่า ถ้าประกวดอีโง่ไม่มีใครสู้ได้นั้น
คนมีสติปัญญาเขาฟังก็รู้ว่ามันเสียดสีใคร มีแต่พวกไร้สติและปัญญาอ่อน สาวกของพวกยกหางตัวเองว่าโคตรฉลาดสุดๆ อย่างพวกสลิ่มขี้กลาก อำมาตย์งี่เง่าและแมงสาบเน่าใน เท่านั้นที่ฟังแล้วบอกว่าไม่ได้พูดถึงใคร แต่สิ่งที่ให้ไป สุภาพสตรีน้ำใจงามคนนั้น เขาไม่รับหรอกจะบอกให้ เพราะฉะนั้น มันก็กลับคืนไปอยู่กับคนให้นั่นแหละ มึงรับคืนไปก็แล้วกัน ไอ้คนโคตรฉลาดขี้โม้แบบเอ็ง คงคิดเองว่าไม่ใช่คนโง่มั้ง แต่ข้าจะบอกให้เอาบุญว่ะคนอวดฉลาดแบบนี้ เขาเรียกว่า "ไอ้งั่ง" หรือ Bad Man ไงวะ
โดยคุณ รินทร์ 61.90.39.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
ให้ไปเลยทั้ง Oxfool และ Oxfuck
โดยคุณ ทั้ง Oxfool และ Oxfuck 125.25.151.XXX       

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวกข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย? ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 21 กันยายน 2556)


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER