หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > “ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
หัวข้อ : “ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!! เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

        น้องสาวของผมซึ่งเขียนคอลัมน์ประจำที่ “มติชน” มักจะส่งหนังสือของค่ายนี้มาให้เสมอ เมื่อไม่นานได้ส่งหนังสือชื่อ Old soldiers never die ของคุณ วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหารของหนังสือพิมพ์ “ฝรั่ง-ไหหลำ” มาให้พร้อมกับหนังสืออื่นอีกหลายเล่ม
        ชื่อหนังสือของคุณวาสนาฯ หากจะแปลเป็นภาษาไทย อยากจะแปลว่า 
        “ทหารเก่าไม่มีวันตาย” 
        น่าจะดีกว่าแปลว่า “ทหารแก่ไม่มีวันตาย” เพราะในวลีภาษาปะกิตไม่ได้หมายความว่า ทหารที่เป็นคนแก่แล้วไม่รู้จักตาย แต่ควรจะหมายความว่า

        ผู้ที่มีอาชีพเป็นทหาร ถึงจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ความเป็นทหารยังคงดำรงอยู่ในตัวของผู้นั้น ไม่ได้เสื่อมคลายไป ดังสำนวนภาษาอังกฤษ ที่ว่า 
        Once a Soldier always a Soldier

        สำนวนนี้แปลตรงๆได้ว่า คนที่ครั้งหนึ่งมาเป็นทหารแล้ว จะต้องเป็นทหารตลอดไป 
        อธิบายเพิ่มเติม ได้ว่า

        การฝึกฝนเพื่อเป็นทหาร อีกทั้งความภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ จะไม่วันเลือนไปจากความทรงจำของผู้ที่เป็นทหารเก่าได้เลย หรืออาจพูดอีกอย่าง คือ
        ท่านอาจ “ไล่” เขาออกจากความเป็นทหาร แต่ท่านไม่สามารถเอาความเป็นทหาร ออกจากตัวเขาได้!

        เห็นชื่อหนังสือของคุณวาสนาฯแล้ว ทำให้ผมนึกถึงคอลัมน์ตัวเอง ที่เคยเขียนใน “ผู้จัดการ” ตั้งแต่แปดปีก่อน (2 ส.ค.2548) ชื่อบทความ คือ
“Old soldiers never die; แค่เลือนหายไป...เท่านั้น !?”
http://www.manager.co.th/Columnist/ViewNews.aspx?NewsID=9480000103052

        บทความของผมที่เขียนใน “ผู้จัดการ” นั้น มีความมุ่งหมายที่จะชี้นำให้ทหาร หรือข้าราชการทีเกษียณแล้ว ควรแสวงหาอาชีพใหม่ หรืออาชีพเสริมจากเงินบำนาญ เพราะนอกจากจะทำให้ชีวิตหลังจากต้องถอดเครื่องแบบ สนุกสนานและ
        ทำให้ชีวิตมีคุณค่า เพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก!

content/picdata/454/data/photo5.jpg

        จากนั้นผมได้เล่าตุวอย่างนายทหารท่านหนึ่ง คือ พลโท ปุ่น วงศ์วิเศษ ซึ่งผมสัมภาษณ์ท่านในคอลัมน์ กาแฟขม...ขนมหวาน ตอน “เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมเอ่ย ท่านเห็นในหลวงครั้งแรกเมื่อไหร่ ?” กรุณามอบหนังสือวันครบรอบอายุ 90 ปีของท่านให้ผม หนังสือที่มีคุณค่าเล่มนี้มีชื่อ ว่า

        “9 ทศวรรษของชีวิตผม”

        หนังสือเล่มนี้ น่าสนใจมาก ท่านได้เล่าเรื่องชีวิตของตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กอยู่บ้าน ‘ไทยพวน’ ที่จังหวัดสุโขทัย เข้ามาเรียนกรุงเทพ สอบได้เป็น นักเรียนนายร้อยทหารบก และออกมารับราชการตั้งแต่ พ.ศ.2477
        จบจากโรงเรียนนายร้อยไม่ทันไร ท่านต้องออกสนามรบในสงครามอินโดจีน รบกับทหารฝรั่งเศส ซึ่งไทยเราได้รับชัยชนะ และได้ดินแดน ที่ถูกฝรั่งเศสยึดเอาไปครั้ง ร.5 กลับคืนมา แต่เมื่อสงครามโลกครั้งที่สองจบลง เราจำต้องคืนดินแดนกลับไป ให้เจ้าอาณานิคมเช่นเดิม

        รั้นสงครามโลกครั้งที่สองระเบิด ญี่ปุ่นบุกเมืองไทย ทำให้ผู้นำไทยเรา จำใจต้องนำประเทศเข้าไปร่วมวงศ์ไพบูลย์กับญี่ปุ่น พลโท ปุ่น วงษ์วิเศษ ได้ทำหน้าที่ นายทหารไทยประสานงานกับกองทัพลูกพระอาทิตย์ ซึ่งมีกรณีขัดแย้งกันหลายครั้งหลายหน ระหว่างเจ้าหน้าที่ไทยกับทหารยุ่นปี่ ถึงกับยิงกันตาย จนเกือบกลายเป็นเหตุวิกฤติลุกลาม แต่ท่านก็ยังสามารถฝ่าฟันอุปสรรคมาได้ จนสงครามสงบลง

        เมื่อเกิดสงครามเกาหลีขึ้นอีก ได้มีการจัดตั้งองค์การทหารผ่านศึก พลโท ปุ่น วงษ์วิเศษ เป็นผู้เข้าร่วมบุกเบิกงานการจนองค์กรแห่งนี้เป็นปึกแผ่น จนได้ตำแหน่งผู้อำนวยการองค์กรผ่านศึก ได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งราชองครักษ์ และเกษียณอายุราชการในตำแหน่ง ผอ.องค์การทหารผ่านศึก มาตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2518

        หลังจากเกษียณอายุ พลโท ปุ่น วงษ์วิเศษ ได้รับเชิญเป็นประธานบริษัทหลายแห่ง เช่น บริษัทชลประทานซีเมนต์ และบริษัทอื่นๆอีกด้วย 
        ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะท่านมีความสามารถในการบริหารงานสูงในการจัดการองค์กร แต่เหนืออื่นใด นั้น 
        ท่านเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ยอดเยี่ยม ทำให้กิจการของบริษัทเหล่านั้นรุ่งเรืองและดำเนินไปด้วยดี
        แม้วัย 90 ต้นๆแล้ว ท่านยังทำงานทุกวันที่ โรงเรียนอนุบาล
สี่พี่น้อง
ในซอยทองหล่อ สุขุมวิท ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัว จนโรงเรียนเป็นที่นิยมชมชอบของผู้ปกครอง ที่มีถิ่นอาศัยแถวถนนสุขุมวิท

        นอกจากนั้น พลโท ปุ่น วงษ์วิเศษ ยังเป็นผู้ที่อยู่ในสังคมของเพื่อนฝูงมาตลอด ส่วนบุตรีก็ก้าวหน้าในชีวิตราชการถึงขั้นอธิบดีกรมสำคัญและเมื่อเธอเกษียณจากราชการแล้ว ยังไปเป็นผู้บริหารสูงสุดขององค์กรเกี่ยวกับการประกันภัยอีกด้วย ซึ่งน่าชื่นใจมาก 
        แม้อยู่ในวัยสูงอายุแล้ว ท่านมีความทรงจำยอดเยี่ยม ยังออกกำลังเล่นกอล์ฟทุกสัปดาห์ เหมือนเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนหนึ่ง คือ พลตำรวจเอก ประมาณ อดิเรกสาร อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งและอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ที่ถูกคุณบรรหาร ยึดเข้าเมืองสุพรรณ-บ้านแจ่มใส ไปเรียบร้อยแล้ว

        ผมเห็นท่าน พลโท ปุ่น วงศ์วิเศษ คราใด ให้คิดถึงคำกล่าวของ พลเอก ดักกลาส แมคอาเธอร์ (General Douglas MacArthur) แม่ทัพใหญ่ด้านปาซิฟิค ระหว่างสงครามโลกครั้งที่สองของสหรัฐ และผู้บัญชาการกองกำลังสหประชาชาติในสงครามเกาหลี ได้กล่าวในที่ประชุมร่วมของรัฐสภาสหรัฐ เมื่อ 19 เมษายน 2494 ภายหลังจากถูกปลดออกจากตำแหน่ง โดยประธานาธิบดี Harry S. Truman (แฮรี่ เอช ทรูแมน) ว่า

        ....The world has turned over many times since I took the oath on the plain at West Point, and the hopes and dreams have long since vanished, but I still remember the refrain of one of the most popular barracks ballads of that day which proclaimed most proudly that old soldiers never die; they just fade away....
        ใช่แล้วครับ

        ทหารเก่าไม่มีวันตาย เพียงแค่เลือนหายไป เท่านั้น!

        อย้อนกลับไปยังสำนวนภาษาอังกฤษ ที่ว่า Once a Soldier always a Soldier อีกครั้ง
        สำนวนนี้แปลตรงๆได้ว่า ครั้งหนึ่งเป็นทหารแล้วก็ต้องเป็นทหารตลอดไป 
        อธิบายได้ว่า
        การฝึกฝนเพื่อเป็นทหาร และความภาคภูมิใจในการรับใช้ชาติ จะไม่มีวันเลือนหายไปจากความทรงจำของทหารเก่า หรืออาจพูดอีกอย่าง คือ
        ท่านอาจไล่เขาออกจากความเป็นทหาร แต่ท่านไม่สามารถเอา “ความเป็นทหาร” ออกจากตัวเขาได้!

content/picdata/454/data/photo4.jpg

        ผมชอบภาพที่แสดงให้เห็นชายชราคนหนึ่ง ยืนหน้าป้ายรายชื่อทหารที่เสียชีวิตในสุสาน แต่เงาที่ทอดไปข้างหลังชายชรา เห็นเป็นเงาทหารในชุดสนาม ซึ่งแสดงความศักดิ์สิทธิ์ของคำกล่าวที่ว่า  
        Once a Soldier always a Soldier 
        ใช่ครับ! ความเป็นทหารไม่เคย “เลือน” ไปจากตัวเขาเลย!!

        ท่านผู้อ่าน ที่เคารพครับ

        บ้านเมืองของเรานั้น มีทหารทั้งนายและพล ได้พลีชีพเพื่อชาติมาโดยตลอด นายทหารรุ่นเดียวกับผู้เขียนเอง ที่เคยร่ำเรียนและฝึกฝนด้วยกันมา ตั้งแต่ยังป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น ในโรงเรียนเตรียมทหาร หลายต่อหลายคนได้ตายในสนามรบ หลากหลายสมรภูมิ อย่างทรนงองอาจ มีเกียรติและศักดิ์ศรี สมกับเป็นชายชาตินักรบ

        “ทหารจริง” หรือ “ทหารแท้ๆ” ที่สละชีพเพื่อชาติเหล่านั้น ยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราชาวไทยตลอดมา มิได้เลือนหายไป แต่...

        ปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านนี้เมืองนี้ จนเป็นที่อิดหนาระอาใจคนไทยอย่างเราๆ ไม่ได้เกิดจาก “ทหารจริง” หรือ “ทหารแท้ๆ” หากแต่...

        ...เกิดจาก “ทหารเก๊ๆ” ที่เป็นนักการเมืองอัปรีย์ อย่าง “นายมาร์ค หัวปลอก” นั่นแหละครับ!!!

..............

ท้ายบท สำหรับคอลัมน์ประจำสัปดาห์ก่อน อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!? http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=452
มีผู้ออกความเห็น ดังต่อไปนี้ครับ

ความคิดเห็นที่ 1   
ไม่ลืม..ไม่เคยลืม...และจะไม่ลืมครับ...ที่ป่นปี้แยกข้างแยกฝ่ายจนถึงทุกวันนี้ก็ไอ้หมาสนธิ 2 ตัวนี่แหล่ะครับ..ตัวแรกมีหลายกองพล อยู่ในมือ ส่วนอีกตัวก็เป็นเชื้อสายมาจากกองพล93 มันเลยมีบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนๆกันครับ นั่นคือความเลวระยำที่ได้กระทำต่อแผ่นดินเกิด โดยไม่เคยคิดสำนึกในบุญคุญของแผ่นดินเลย ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมืองจงลงทัณฑ์ ให้มันทั้งสองได้พบกับวิบากกรรมที่มันได้ก่อด้วยเถอะครับ...ไม่รู้จะพึ่งพิงใครได้ ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้วหล่ะครับท่านวาทฯ
โดยคุณ วาดฝัน ตะวันเล่นของ  101.108.76.XXX 

ความคิดเห็นที่ 2   
ทำไมฟ้าดินไม่ลงโทษมันเสียที
โดยคุณ แฟนคลับวาทตะวัน  101.51.210.XXX 

ความคิดเห็นที่ 3   
ยึดอำนาจ แค่เพื่อเงินเนี่ยะนะ
โดยคุณ จะบ้าตาย  110.49.240.XXX 

ความคิดเห็นที่ 4   
อาจารย์วาทฯ ครับไอ้บังมันชั่วจริง ๆ voice ก็เหมือนกับไม่กล้าถามตรง ๆ ท่านครับผมว่ามันมีอีกคนะที่ร่วมก่อกบถคือคนที่เห็นในรูปผมสี ขาว ๆมอ ๆนะ ไม่รู้ว่าเป็นคนเดียวกับที่ท่านให้สมญานามว่า เป๋าสี่โศก หรือเปล่า หากไม่ใช่ก็ขอโทษ หากใช่ขอให้ทั้ง 4 คนที่เห็นนั่งนั้นลงนรกเร็วเถิด ผมพูดไม่ออกจริง ๆ
โดยคุณ bangloa  101.51.237.XXX

ความคิดเห็นที่ 5   
ทหารยุคหลังไอ้บัง เมียไม่ได้เป็น "คุณหญิง" เลย ยังคงเป็น "คุณนาย" ทุกคน
โดยคุณ คุณนาย ดักดาน  125.25.150.XXX 

        (***คอลัมน์ประจำสัปดาห์ “ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!! ออนไลน์ วันเสาร์ ที่ 5 ตุลาคม 2556)
 

 

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER