หน้าแรก > กาแฟขม ขนมหวาน > ทั้งหมด > ความรัก กับเรื่องเศร้า ของลิงเกาะสมุย
หัวข้อ : ความรัก กับเรื่องเศร้า ของลิงเกาะสมุย เรื่องอื่นๆ ในหมวด : ทั้งหมด

"ความรัก กับเรื่องเศร้า ของลิงเกาะสมุย"
โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

content/picdata/77/data/510908coffee copy.jpg

        
ช้าวันนี้ มีลาภปาก เพราะน้องสาวได้ส่งขนมหน้านวลมาให้ทานกับกาแฟขมขนมหน้านวลนี้ มีความจำเป็นที่เราต้องรับประทานตอนที่ขนมยังใหม่อยู่ เพราะจะได้ซึมซับเอาความหวานชุมฉ่ำเข้าไปในปากและลิ้น เรียกว่าแทบจะละลายหายไปเลยทีเดียว ถ้าขนมหน้านวลถูกทิ้งไว้นานก็จะแห้ง แม้ความหวานยังดำรงอยู่ แต่ความชุ่มฉ่ำนั้นแล้งไปแล้ว 

         ความรักของมนุษย์นี่มันก็คล้ายกับขนมหน้านวล รักกันใหม่ ๆ มันมีทั้งความชุ่มฉ่ำและความหวาน อยู่กันไปนาน ๆ ความชุ่มฉ่ำมันก็หายไปคงอยู่แต่ความหวานที่หลงเหลืออยู่บ้าง ยิ่งนานเท่าไหร่ความหวานก็เหือดไปจนหมดสิ้น ตัวแป้งก็ป่นสลายไป ตามกฎอนิจจัง

         ใครคิดวิธีเก็บทั้งความชุ่มฉ่ำและความหวานได้นาน ๆ ช่วยบอกด้วย!

         จำได้ว่า เมื่อยังเป็นเด็ก ตัวเองเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม ที่โรงเรียนราชินี ปากคลองตลาด (ผู้พิสูจน์อักษร...กรุณาอย่าตกคำว่า "คลอง" ) ข้าง ๆโรงเรียนตรงข้ามเยื้องกับ สน.พระราชวัง มีร้านขนมเล็ก ๆ ขายขนมให้เด็กนักเรียน มีขนมที่อร่อยถูกใจเด็กเป็นอย่างมาก ที่ผมติดใจซื้อรับประทานทุกวัน คือ ทอฟฟี่นม ขนมผิง ขนมหน้านวลที่พูดถึงนี่แหละที่อร่อยเป็นเลิศ

         พอโตขึ้น ชั้น ป.4 ต้องออกไปอยู่โรงเรียนประจำผู้ชายเพราะเขาไม่ให้ผู้ชายอยู่ชั้นสูงกว่า ป.4 อดรับประทานขนมเหล่านี้ พอได้ทานเข้าก็คิดถึงความหลังเมื่อครั้งเป็นเด็กทุกทีไป

         ขนมประเภทนี้ประกอบไปด้วยไข่ น้ำตาล แป้ง มีกินกันแทบทุกชาติในโลก เพียงแต่รูปลักษณ์ที่ออกมาผิดแผกกันไปบ้าง ขนมหน้านวลนั้นคล้ายคลึงกับเมอร์แรงค์ของฝรั่ง

         เมอร์แรงค์บางชนิดของฝรั่งเศส หยิบเข้าปากแล้วหลับตาแทบแยกไม่ออกกับขนมหน้านวล ยังไงยังงั้นเลย ทีเดียวชียว

         ผมดีใจที่คนไทยเริ่มสนใจการทำอาหารและขนม จนมีการสอนแพร่หลายมากขึ้น เพราะเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา การทำขนมแบบยุโรปยังไม่แพร่หลายนัก จะมีก็อยู่ตามเบเกอรี่ในโรงแรมใหญ่ ๆ สำหรับเบเกอรี่อิสระนั้นก็พอมีอยู่บ้าง เช่น ขนมเค้ก พายของ "ท่านหญิงเป้า" (หม่อมเจ้าหญิง เราหิณาวดี กำภู) ที่วังถนนเพชรบุรีแล้วดูเหมือนจะมีร้านไซเลอร์ที่สุขุมวิทเท่านั้น

         นอกนั้นแล้ว ก็จะเป็นขนมฝรั่งที่คนจีนทำ ซึ่งก็มีอยู่หลายเจ้า และยังไม่มีขนมให้เลือกมากมาย ส่วนใหญ่ก็จะมีขนมปังปอนด์เป็นพื้น นอกนั้นก็เป็นพวกบิสกิต ไม่หลากหลายนับไม่หวาดไม่ไหว เหมือนในอย่างปัจจุบัน

         โรงเรียนสอนทำขนม สอนทำกับข้าวนี่ ผมเห็นว่ามีประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้ผู้เรียนไปแล้วมีความรู้ ออกมาประกอบอาชีพได้เป็นอย่างดี ผมรู้จัก Chef ฝีมือดี ๆ ที่มาจากโรงเรียนอาชีวะต่าง ๆ ได้รับเงินเดือนสูง ๆ หลายคน ทำให้ผมเห็นว่า การเรียนถึงระดับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เป็นของจำเป็นเลย สำหรับอาชีพบางอาชีพ เช่น การครัว เป็นต้น

         เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองเก่าอย่างนั้น มีร้านทำขนมปัง ขนมเค้ก นับเจ้าได้เลย ไม่แพร่หลายมากมายอย่างปัจจุบัน เพราะคนเชียงใหม่เข้ามาเรียนเรื่อง bakery จากกรุงเทพฯ แล้วไปประกอบอาชีพในเมือง แต่ร้านขนมปังเก่าแก่ ข้างสถานีรถไฟฝั่งสันป่าข่อย ก็ยังดำรงอยู่อย่างเหนียวแน่น

         ตัวอย่างคนที่มาเรียน bakery ในกรุงเทพ ฯ แล้วได้ผล ที่ใกล้ตัวผมที่มีภริยานายตำรวจคนหนึ่ง เธอไปขอหัดลูกมือใน bakery ของโรงแรมเอราวัณ (เก่า) เมื่อปี พ.ศ. 2518 ความที่เธอมีพรสวรรค์อย่างมาก เธอสามารถทำขนมได้เหมือนต้นแบบ คือ bakery ของโรงแรมเอราวัณโดยทีเดียว และความที่เธอเป็น artist เธอดัดแปลงขนมต่าง ๆ ให้มีความสวยงาม และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการ เช่น เอาลูกสตอเบอรี่สดมาชุบช็อกโกแลตให้ชื่อว่า "Strawberry Choc" ส่งไปถวายเจ้านายในวัง เป็นที่พอพระทัย ปัจจุบันร้านของเธอเป็นร้านมีชื่อเสียง มีเคาน์เตอร์ขายขนมของร้านตามศูนย์การค้าใหญ่ เกือบจะทุกสาขาในเมือง

         นอกจากความสามารถในด้านการทำขนมแล้ว เธอยังมีความสามารถในด้านงานศิลปะอื่น ๆ เช่น painting ซึ่งเธอทำได้เป็นเลิศเอาเลย

         ผมขอเล่าเรื่องของเธอแถมอีกนิด

         คนเชียงใหม่แต่โบราณ นิยมเก็บผ้าเนื้อดี เช่น ผ้าซิ่น ผ้าถุง ไว้ในห้างไม้สัก เพื่อให้เนื้อผ้าคงความใหม่และผ้าไม่กินตัว

         ต่อมาเมื่อ 30 ปีที่แล้ว มีความนิยมในเรื่องการ paint รูปลายต่าง ๆ เช่น ดอกไม้ ลายกนก เป็นต้น ไว้บนฝาหีบ หีบเก็บผ้านั้นทำจากไม้สักแล้ว นิยมเอามาลงรักบ้าง ทาสีพื้นบ้าง พอมี painting เข้าไปก็เป็นการเพิ่มคุณค่า พวกฝรั่งชอบซื้อมาก

         ภริยานายตำรวจผู้นี้ เธอเล่าให้ผมฟังว่า

         แม้เธอจะต้องทำขนมตอนกลางวัน ซึ่งก็เหนื่อยพออยู่แล้ว กลางคืนก่อนนอน เธอกำหนดตัวเองไว้ว่า จะต้อง paint หีบเก็บเสื้อผ้าให้ได้ 1 ใบ เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เธอได้ค่าแรงจากการ paint หีบละ 500 บาท (เดือนละ 15,000 บาท) ขณะที่สามีเธอซึ่งเป็นนายตำรวจสัญญาบัตร เงินเดือนยังไม่ถึง 2,000 บาทด้วยซ้ำ

         เรื่องของภริยานายตำรวจผู้นี้ เธอมั่งคั่งได้จากการเข้าไปขอศึกษาเรื่องการทำขนมปังจากโรงแรมเอราวัณ (เก่า) โดยแท้

         พูดถึงเรื่องการศึกษาแล้ว ผมยังมองเห็นภาพบางที่ลอยขึ้นมาในความคิด

         เมื่อผมกลับจากต่างประเทศ 30 ปีก่อน ผมย้ายไปอยู่หัวเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของกองทัพภาค ผมเคยเข้าไปหาเพื่อนนายทหาร เลยมีโอกาสไปยืนดูการฝึกทหารเกณฑ์ซึ่งก็เป็นคนบ้านนอกทั้งนั้น

         เวลาเขาฝึกทหารบ้านนอกนั้น (ขอให้ระลึกว่าเวลาเพิ่ง 30 ปี เท่านั้น) มีปัญหาเรื่องมือซ้ายมือขวา ทหารใหม่ยังสับสนอยู่ ถึงออกคำสั่ง

         "ซ้าย-หัน" , "ขวา-หัน" อย่างนี้ทหารใหม่ เข้าใจยาก

         ดังนั้น เพื่อให้ง่ายเข้า ครูฝึกต้องเอา "หญ้า" ผูกไว้ที่ข้อมือข้างซ้าย "กระดาษ" ผูกไว้ที่ข้อมือข้างขวาของผู้รับการฝึก แล้วครูฝึกก็จะค่อย ๆ บอกว่า

         "ถ้าครูบอกว่า หญ้า-หัน ให้พวกเธอหันไปทางหญ้า , ถ้าบอกกระดาษ-หัน ให้หันไปทางกระดาษ...เข้าใจไหม!?"

         พอทหารชักชินกับคำสั่ง "หญ้า-หัน" "กระดาษ-หัน" แล้วครูฝึกก็จะบอกว่า

         "เอาละนะ ! ทีนี้ครูบอกว่า ซ้าย-หัน , ให้หันไปทางหญ้า พอครูบอกว่า ขวา-หัน ให้หันไปทางกระดาษ เข้าใจหรือเปล่า"

         นี่แหละ ! ทำให้ทหารเกณฑ์ รู้จักอันไหนมือซ้าย อันไหนมือขวา

         ถึงจะต้องสอนกันแบบนี้ ใครอย่าได้บังอาจดูถูกทหารอีสานลูกข้าวเหนียว ยามรบนั้นรบได้สุดใจขาดดิ้นจริง ๆ เพราะเห็นมาแล้วด้วยตนเอง

         การพัฒนาประเทศ ในด้านการศึกษา แม้จะรู้สึกว่าจะไปช้าบ้าง แต่ก็ได้เดินม

         จนกระทั่งมีการศึกษาภาคบังคับ ถึงระดับมัธยม การศึกษาภาคบังคับ ทำให้นักเรียนในประเทศของเราได้รับการศึกษากันทั่วถึง

         เร็ว ๆ นี้มีการปฏิรูปการศึกษา แต่เมื่อดูข่าวตามหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์เท่านั้น ก็ให้รู้สึกแปลกใจ ที่เห็นว่าการขัดแย้งกันระหว่างสำนักงานปฏิรูปการศึกษากับทางฝ่ายคณะสงฆ์ กลายเป็นเรื่องลุกลามใหญ่โต จนมีเรื่องการปลดพระเถระท่านผู้ใหญ่ เลยทำให้เกิดคำถามขึ้นว่า

         นี่เรากำลังจะปฏิรูปการศึกษาหรือปฏิรูปศาสนากันแน่ เพราะฟังพระท่านว่าตามรายการวิทยุ ฟังดูแล้วรุนแรงจริง เหมือนราวกับว่าจะต้องฟาดฟันกันให้อาสัญไป ผมเห็นว่าอะไรที่มันลดทิฐิกันได้ก็ควรทำ ไม่ให้บ้านเมืองมันวุ่นวายมากขึ้นไปอีก

         เรื่องการศึกษาอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอ่านแล้วเห็นพวกตำรวจที่จะอบรมเป็นผู้กำกับการฟ้องร้องผู้บังคับบัญชาตำรวจเรื่องข้อสอบรั่วแล้วไม่สบายใจ เพราะนั้นเห็นว่า

         การที่จะให้นายตำรวจได้รับการศึกษาระหว่างการรับราชการ หรือ Inservice Training นั้นจะต้องยึดหลักว่า ทุกคนจะต้องได้รับการอบรมโดยเสมอภาค ที่พูดนี่เพราะผมเคยจัดหลักสูตร อบรมนายตำรวจอย่างได้ผลมาแล้ว

         นายตำรวจที่ผ่านการอบรมจากผมได้เป็นหลักของหน่วยงาน บางคนสามารถผลิตผลงานทางตำราทางการพิมพ์ออกจำหน่าย ติดอันดับหนังสือขายดีเอาเลยทีเดียว ซึ่งก็ทำให้รู้สึกดีใจ

         ผมไม่เห็นด้วยกับการสอบเพื่อเข้าเรียนในหลักสูตรการอบรมเพื่อเลื่อนตำแหน่ง เช่น หลักสูตรสารวัตรผู้กำกับการและผู้บังคับการ เราต้องการจัดการฝึกอบรมให้เท่าเทียมหมด เพราะว่าใช้ระบบสอบเข้าจะนายตำรวจเหลือตกค้าง แต่ละปีมีจำนวนมากขึ้น ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว ส่วนจะแก้อย่างไรนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่ใช้งบประมาณประจำตัวของนายตำรวจที่จะเข้าฝึกอบรม แล้วเอาโรงเรียนพลตำรวจตามเขตที่มีห้วงเวลาการฝึกอบรม เฉพาะปีหนึ่งนั้นมีห้วงเวลาว่างอยู่มาก จัดการฝึกอบรมตามเขต จัดอาจารย์เป็นลักษณะ Mobile อาจเอาจากมหาวิทยาลัยประจำถิ่นก็ ได้ เพียง 1-2 มีนายตำรวจจะได้รับการอบรมครบถ้วนอย่างแน่นอน ผู้บังคับบัญชาระดับสูงก็จะไม่ต้องถูกฟ้องร้องอีก

         สำหรับการสอบคัดเลือกนั้น จะต้องให้มีไว้ในการสอบชิงทุนไปต่างประเทศ จะต้องให้มีการสอบอย่างเป็นธรรมจริง ผมเคยรู้ถึงหัวอกของคนที่ต้องเข้าสอบ เพราะการไปศึกษาของผมต้องฝ่าฟันการสอบทุกครั้ง ไม่เคยได้ไปอย่าง recommend แบบระบบฝากฝัง โดยไม่ต้องผ่านการสอบคัดเลือกแม้แต่ครั้งเดียว แต่ก็โชคดีที่สอบได้ทุกครั้งไป

         การศึกษาและการฝึกอบรมไม่สำคัญ ไม่สำคัญเฉพาะคนเท่านั้น แม้แต่สัตว์ยังต้องมีโรงเรียนเหมือนกัน

         อยากให้คุณพ่อคุณแม่เด็ก ๆ ไปดูโรงเรียนช้างที่ลำปางแล้วขึ้นเหนือลำปางไปทางลำพูน ลองไปดูโรงเรียนฝึกสุนัขที่อยู่ข้างทางก่อนถึงอำเภอแม่ทาเล็กน้อย เป็นโรงเรียนฝึกสุนัขที่มีสภาพสมบูรณ์เลยทีเดียว ไปแล้วเด็ก ๆ ก็จะรักสัตว์อีกมาก จิตใจร่มเย็น

         ผมดูโรงเรียนฝึกสัตว์หลายแห่ง แต่โรงเรียนฝึกลิงที่เกาะสมุยทำให้ผมประทับใจมาก เพราะในกระบวนการสัตว์ที่ฝึกแล้วจะต้องออกมาใช้ทำงานหนัก ก็ลิงนี่แหละ ฝึกแล้วต้องทำงานหนักมาก ทำทุกวัน ไม่มีวันหยุด

         ในการฝึกลิงเริ่มตั้งแต่ให้รู้จักการเล่นกับมะพร้าว การคัดเลือกและการปลิดมะพร้าวเมื่อจบหลักสูตรที่ต้องทำงานอยู่กับเจ้าของ เป็นการทำงานที่ต้องตายจากกันไปข้างหนึ่ง ต้องอยู่ด้วยกันทุกวันแยกจากกันไม่ได้ เพราะถ้าเจ้าของห่างไป 3 วัน 7 วัน แล้วลิงจะลืมเจ้าของ

         ลิงเป็นสัตว์มีความจำสั้นมาก เวลาลิงลืมเจ้าของจะกลับฟื้นความจำนั้นทำได้ยาก ต้องเอาลิงไปกดน้ำ ซึ่งทารุณมาก ผมเองไม่รู้ว่าเขาทำให้ลิงกลัว หรือการจับหัวกดน้ำทำให้ความจำมันกลับคืนมาอีกครั้ง

         ไม่น่าเชื่อว่า ลิงเกาะสมุยนั้น ปีหนึ่ง ๆ ลิงตกต้นไม้ตายหลายต่อหลายตัว ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่า ทำไมลิงตกต้นไม้ตายได้

         คำตอบในเรื่องนี้มีอยู่ว่า เมื่อลิงเก็บมะพร้าวจากต้นหนึ่งเสร็จ จะไม่ลงจากต้นไม้ทันทีที่เก็บเสร็จ เพราะเสียแรงในการที่จะปีนไปเก็บอีกต้น แต่เจ้าของจะกระตุกให้ลิงกระโดดไปเกาะอีกต้นหนึ่ง โดยลิงจะเก็งกำลังของตนเอง โดดไปเกาะอีกต้นหนึ่งได้ เพราะต้นมะพร้าวจะปลูกห่างพอกำลังลิงกระโดดเกาะได้ แม้จะมีลมพัดแรง ถ้าลมนั้นจะพัดไปทางเดียวกันก็ไม่มีปัญหา เพราะลิงลมจะส่งท้ายลิง แต่....

         ปัญหาที่เกิดขึ้น นั่นก็คือ

         การที่ลมกระโชก แทนที่จะพัดต้นมะพร้าวไปทางเดียวกัน กลับพัดกระโชกทำให้ต้นมะพร้าวแยกออกจากกัน ถ้าเป็นจังหวะเดียวกับที่ลิงกระโดด การพัดแยกจากกันนั้น ทำให้ลิงซึ่งเก็งกำลังไว้พอดีในสถานการณ์ปกติ แต่การที่ลมกระโชกทำให้ระยะคอมะพร้าว 2 ต้นไกลออกจากกัน เป็นเหตุให้กำลังของลิงที่ใช้กระโดดออกไปนั้น ไม่พอกับระยะทาง

         ร่างลิงที่กำลังลอยละลิ่ว พลาดจากเป้า หล่นลงสู่เบื้องล่างฟาดกับพื้น แน่นิ่งไป!

         ถ้าตกแล้วตายเลยก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าตกแล้วยังไม่ตายทันที คราวนี้แหละความโศกเศร้า ความสะเทือนใจอันแรงกล้าจะเกิดขึ้น คือทั้งคนและลิงจะร้องไห้โหยหวนด้วยกัน เพราะคนนั้น แม้จะมีลูกตัวเองแต่ลูกนั้นจะไม่อยู่กับพ่อทั้งวัน เหมือนลิงอยู่กับพ่อเด็กที่เป็นเจ้าของลิง ความผูกพันจะสูงมาก ลิงตายกับลูกตายมาตรวัดความโศกเศร้าขึ้นสูงระดับเดียวกัน

         เฮ้อ !

         จบเรื่องเศร้าแล้ว....กินกาแฟขม กับขนมหน้านวลต่อดีกว่านะ

                                                 .....................


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  
  • สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเติมพลังข้าวของแผ่นดิน
  • เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมเอ่ย ท่านเห็นในหลวงครั้งแรกเมื่อไหร่ ?
  • ปฐมบท...หอมกรุ่นกาแฟ (ตอนที่ ๑)
  • “เทวดา ท่าจะเพี้ยน!”

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
ไปรับ “ย่าโม” ให้หน่อยนะ
“ไม่ทิ้งกัน....ไม่หายไป!”
โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1
กุหลาบของใคร ที่ไร้หนาม?
เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม
ไปรับ “ย่าโม” ให้หน่อยนะ
“ไม่ทิ้งกัน....ไม่หายไป!”
โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1
กุหลาบของใคร ที่ไร้หนาม?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
ท่านเล่าเรื่องได้ยอดมาก สนุกด้วย แต่ตอนจบของเรื่องนี้ตัดฉึบ.เศร้าเลย สุดท้ายก็กินดีกว่า เปลี่ยนเรื่องทันที ชวนให้ติดตาทเรื่องต่อไป ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ wiparat 118.172.106.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
...องค์กรอย่างไอ้ทีดีอาร์ไอ ไอ้พรรคดักดาน รวมทั้งพวกโฆษก-โฆษกี ของวิทยุคลื่น 101 (วันโอเวร ราดิโอ)... ..
...สามีใหม่ของคุณนิชาก็คงยังไม่ตาย ส่วนทหารจะไม่ถูกชาวบ้านจำนวนมากมาย เกลียดชังเข้าไส้เข้าพุง... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER