หน้าแรก > คอลัมนักเขียน > วาทตะวัน สุพรรณเภษัช > "ท่านครับ!...อย่าทำภาษาไทยสับสน!!"
หัวข้อ : "ท่านครับ!...อย่าทำภาษาไทยสับสน!!" เรื่องอื่นๆ ในหมวด : วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

"ท่านครับ!...อย่าทำภาษาไทยสับสน!!"

                                                                       โดย วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

 

     content/picdata/92/data/sila220.jpg       คำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ตีความคำว่า "ลูกจ้าง" เพี้ยนไปจากคำว่าลูกจ้างตามกฎหมายแรงงาน โดยตีความกว้างขวางออกไป และอ้างพจนานุกรมฯมาเป็นหลักในการตีความ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้นายกฯสมัคร สุนทรเวช ต้องมีอันพ้นจากตำแหน่งผู้นำประเทศไป

            ผู้คนในบ้านเมืองนี้ ก็ได้วิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยกันอย่างกว้างขวาง ด้วยเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะเกิดขึ้นในเวลาสำคัญ ที่กำลังมีการเผชิญหน้า ระหว่างรัฐบาลที่พยายามรักษากฎระเบียบของบ้านเมือง กับผู้ที่ละเมิดกฎหมาย ซึ่งเข้ายึดถนนราชดำเนิน กีดขวางเส้นทางเสด็จที่สำคัญ และยังก่อพฤติกรรมที่อุกอาจ ด้วยการบุกเข้ายึดสถานที่ราชการ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศ

            เมื่อผู้นำของประเทศต้องพ้นจากตำแหน่งไป เพราะคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เหล่าผู้ละเมิดกฎหมายก็ออกอาการฮึกเหิม แต่อย่างไรก็ตาม ผู้นำของกลุ่มนี้ ก็ยังต้องเผชิญกับข้อหาฉกรรจ์ คือ

            "กบฏในพระราชอาณาจักร!"

            มาถึงยามนี้ รัฐบาลใหม่ก็จะต้องพิจารณาว่า จะเลือกหนทางปฏิบัติกับกบฏกลุ่มนี้อย่างไร จึงจะเหมาะและถูกใจประชาชน?  ซึ่งอีกไม่นาน ชาวบ้านอย่างเราๆท่าน คงจะได้เห็นกัน

 

            เรื่องประหลาดที่เกิดติดตามมา คือหนึ่งในตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กลับต้องเผชิญกับข้อกล่าวหา คล้ายคลึงกันกับอดีตนายกรัฐมนตรี คือ

            ระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ท่านผู้นี้ก็ยังดอดไปหารายได้พิเศษ ด้วยการสอนหนังสือในวิทยาลัยเอกชน และได้รับเงินค่าสอนด้วย อีกทั้งยังมีการนำชื่อของตุลาการรายนี้ ไปโฆษณาสถานศึกษา ที่เจ้าตัวไปทำการสอบสวน เพื่อจูงใจเด็กๆให้มาเข้าเรียนในสถานศึกษาเอกชนแห่งนั้น อีกต่างหากด้วย

            ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้น คงจะต้องติดตามกันต่อไป

            อย่างไรก็ตาม ได้มีผู้ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ เป็นการดักหน้ากลุ่มคนที่เคลื่อนไหวกดดันตุลาการรายนี้ ให้โดนพิจารณาในข้อหาอย่างเดียวกัน โดยผู้ที่ออกมารับหน้าเสื่อแทนนั้น บอกว่าการไปสอนหนังสือ ให้ความรู้แก่นักศึกษานั้น เป็นเสรีภาพทางวิชาการ แตกต่างไปจากการจ้างธรรมดา สรุปความพอฟังกันเป็นภาษาไม่ยอกย้อน คือ

            ถ้าเป็น "ลูกจ้าง" ผิดแน่ แต่ถ้าหากเป็นครู อาจารย์ ถือว่าเป็น "เรือจ้าง" ไม่ใช่ลูกจ้างลูกออนที่ไหน แม้จะได้เงินจากการสั่งสอนศิษย์ ก็ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ

            ว่ากันเสียอย่างนี้แล้ว ก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี คงบอกได้เพียงว่า ถ้าอยากจะแถ โดยไม่เกรงใจประชาชน ก็เชิญแถกันเข้าไป...เอาให้สะดวก!

 

            ทันทีที่ผมได้ยินคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แวบแรกที่ผมคิดก็คือ บทความของตัวเองที่เขียนลงในประชาทรรศน์ ชื่อบทความคือ

            "วิบากกรรม ป.ป.ช. เห็นทีต้องคืนเงินอย่างนั้นหรือ?"   

            ผมมีความสงสัย ในคำว่า "รัฐาธิปัตย์"  จึงได้เขียนในเชิงตั้งคำถาม

           ...อยากจะถามท่านผู้รู้ว่า ไอ้อำนาจ "รัฐาธิปัตย์" ที่ชอบพูดกันนักหนา โดยเฉพาะตอนยึดอำนาจ ชอบพูดกันว่า "คณะรัฐประหารมีอำนาจรัฐาธิปัตย์" จริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่? 

            พจนานุกรมไทยไม่บัญญัติคำนี้ไว้ "บังสนธิ" ก็ได้ใช้อาญาสิทธิ์ส่วนตน ในฐานะผู้นำการรัฐประหาร ได้โขกกะโหลก (แบบหลวงพ่อคูณ) ด้วยการออกคำสั่ง คปค. แต่งตั้งคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว    

            แต่คนที่บอกผมชี้แจงว่า อาญาสิทธิ์ที่ว่านั้นคือ อำนาจ "รัฐาธิปัตย์" ที่หัวหน้าคณะรัฐประหารมีอยู่ในมือนั่นไงเล่า!....

            ผมเขียนต่อไปอีกว่า

            "...แม้ในตำรับตำราของคณะรัฐศาสตร์แทบทุกมหาวิทยาลัย ชอบพูดกัน

ถึงคำนี้นัก แต่พจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ที่นักกฎหมายต้องยึดกันเป็นหลัก ในการแปลถ้อยคำกฎหมาย ตามแนวทางที่ศาลฎีกาท่านวางเอาไว้ กลับไม่มีคำนี้อยู่เลย แสดงว่า  

            คำนี้ไม่ได้รับการ "ยอมรับ" ว่ามีอยู่ในภาษาไทย!!...

 

            ผู้เขียนเองนั้น มีความเชื่อมั่นว่า

            ทางสำนักราชเลขาธิการ คงจะไม่ตอบหนังสือของ เลขาธิการ ครม. โดยการใช้ถ้อยคำ ที่ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน เป็นแน่แท้ แต่สิ่งที่คาดไว้ กลับผิดถนัด กล่าวคือ

            คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ชี้แจงโดยนำหนังสือ (ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2549) ของนายรองพล เจริญพันธุ์ เลขาธิการ ครม. ที่แจ้งความเห็นของสำนักราชเลขาธิการว่า

            ...คณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ คปค.มีประกาศฉบับที่ 19 แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้วนั้น ย่อมถือได้ว่ามีผลสมบูรณ์ที่สามารถบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย เนื่องจากขณะนั้น คปค.มีฐานะเป็น "รัฏฐาธิปัตย์" มีอำนาจเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว...

            ที่ต้องเอามาพูดวันนี้ ก็เพราะว่า...

            หน่วยราชการ 2 แห่ง ที่เป็นหน่วยงานสำคัญของประเทศ แต่ให้ความเห็นในเรื่องคำภาษาไทย แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว คือ

            1. ศาลรัฐธรรมนูญ ตีความคำว่า "ลูกจ้าง" กว้างขวางกว่าที่มีบัญญัติเอาไว้ในกฎหมายแรงงาน โดยเอาพจนานุกรมฯเข้ามาจับ นายกฯสมัครเลยต้องพ้นจากตำแหน่ง

            2. นายอาษา สารสิน ราชเลขาธิการ ผู้รับผิดชอบงานทั้งหลายทั้งปวง ของสำนักราชเลขาธิการ กลับใช้ถ้อยคำที่ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมฯ ตอบหนังสือสำคัญของฝ่ายบริหาร ที่สอบถามเรื่องความถูกต้องตามกฎหมายของ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

            เมื่อพิจารณาอย่างนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าการใช้ภาษาไทยบ้านเมืองเรานั้น มีปัญหาอย่างแน่นอน ทำไมหรือครับ

            ตอบได้ว่า

            ขนาดหน่วยงานสำคัญของชาติ และสำนักราชเลขาธิการ ยังมีความเห็นในเรื่องความสำคัญของ "พจนานุกรมฯ" แตกต่างกันออกไป ถึงปานฉะนี้!

            บอกตรงๆเลยว่า

            หากไม่เกรงใจกันแล้ว ผมจะวิพากษ์วิจารณ์สวนให้แรงๆ ทั้งศาลรัฐธรรมนูญและทางท่านราชเลขาธิการ แต่มานั่งทบทวนดูแล้ว กลับเห็นว่า เท่าที่เขียนไปแล้ว ก็คงพอเพียงที่จะทำให้คนไทยทั้งหลาย ได้ฉุกคิดกันว่า

            "ภาษาไทย" ของเรานั้น ดูถ้าจะมีปัญหาแน่!

            เหตุผลก็คือ...

            ทั้งๆที่ทั้งกฎหมาย และคำพิพากษาศาลฎีกา ได้ให้ความสำคัญ กับพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเอาไว้แล้ว แต่การพิจาณาของศาลฎีกาเอง ก็มีการใช้คำที่ไม่มีบัญญัติเอาไว้ในพจนานุกรม โดยเฉพาะคำเจ้าปัญหา คือ "รัฏฐาธิปัตย์" ไว้ในคำพิพากษาศาลฎีกาบางเรื่อง     

            การที่สถาบันศาลและหน่วยราชการสำคัญ ใช้คำที่ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมกันอย่างไม่ระมัดระวัง หากมีคนแปลแตกต่างไปจากที่ท่านเข้าใจ เช่น แปลคำเจ้าปัญหา อย่าง "รัฏฐาธิปัตย์" ว่า

            - รัฏฐาธิปัตย์ คือ อำนาจปกครองประเทศ โดยวิธีเผด็จการ หรือ

            - รัฏฐาธิปัตย์ คือ การปกครองบ้านเมือง ด้วยการกดขี่ประชาชนโดยทรราช หรือ

            -รัฏฐาธิปัตย์ คือ อำนาจสูงสุดในการข่มเหงประชาชน ฯลฯ

            แปลมันอย่างนี้แหละ ใครจะว่าผิด ให้ไปเอาพจนานุกรมฯ มายันกัน!

            จึงต้องขอฝากให้ท่านผู้รู้ทั้งหลาย โดยเฉพาะบรรดาคณาจารย์ฝ่ายอักษรศาสตร์ ที่เชี่ยวชาญ ชำนาญภาษาไทยว่า น่าจะประชุม เพื่อพิจารณาหารือกันว่า

            "คำที่ไม่มีอยู่ในภาษาไทย หากมีการใช้ในหนังสือราชการ สมควรที่ผู้เกี่ยวข้อง จะปฏิบัติอย่างไรดี?"

            ขอฝากไว้ เป็นการบ้านเพียงแค่นี้ ขอได้โปรดนำไปลองพิจารณากันดู แต่อยากจะบอกว่า หากคำว่า "รัฏฐาธิปัตย์" นี้สำคัญจริง พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน แก้ไขมาก็หลายครั้งแล้ว

            ทำไมจึงไม่มีการบัญญัติคำๆนี้ เพิ่มเติมเข้าไปแต่อย่างใด!?

  

            ก่อนจบเรื่องยุ่งๆ อยากให้ท่านอ่านบันทึกของข้าราชการหนุ่ม ซึ่งเป็นบุตรของข้าราชการผู้ใหญ่ผู้มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันดีได้ส่งจดหมายอิเล็คทรอนิคส์ถึงเพื่อน และมีผู้ใหญ่ได้ส่งต่อให้ผม ซึ่งอ่านแล้วเห็นว่ามีประโยชน์ เลยต้องขออนุญาตนำมาลง ให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณากันดู

            ข้อความมีดังนี้ครับ...

 

            ....สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมถูกรุ่นน้องขอร้องให้ไปบรรยายกะทันหัน เรื่องการใช้คอมพิวเตอร์เบื้องต้นที่ศูนย์ฝึกอบรมของหน่วยราชการ เพราะวิทยากรซึ่งก็คือ สามีของเธอป่วยกะทันหัน เธอให้ข้อมูลว่า

            "ผู้เข้ารับการอบรมชุดนี้เป็นข้าราชการ ที่ถูกบังคับให้มาอบรมเพราะไม่ผ่านการประเมินความรู้ด้านสารสนเทศ...ให้จบตามหัวข้อ...อย่าโต้ตอบ"

            ผมรับปาก

            เมื่อไปถึงห้องบรรยาย ผมก็เริ่มเข้าใจคำพูดของรุ่นน้อง แต่ละคนคุยกันอื้ออึง ขณะผมแนะนำตัว ชายคนหนึ่งพูดเสียงดังให้ผมสอนวิธีแชตหาคู่ การดูคลิปวิดิโอและเว็บไซต์โป๊ หลายคนหัวเราะสนับสนุน ผมต้องตะล่อมให้เข้าสู่บทเรียนว่า

            "ได้ครับ แต่ต้องหัดเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จึงจะเข้าไปดูได้"

            ได้ผล!

            ทุกคนเริ่มหาปุ่มเปิดเครื่อง และความโกลาหลก็เริ่ม เพราะวิธีเปิดปิดของเครื่องแต่ละรุ่นไม่เหมือนกัน และที่น่าเวียนหัวที่สุดคือ ทำทุกอย่างแต่เครื่องไม่ทำงาน หาอยู่นานจึงพบว่าปลั๊กไม่ได้เสียบ

            แค่เปิดครบทุกเครื่อง ก็ถึงเวลาพักทานกาแฟแล้ว

            หลังหมดเวลาพัก ผู้เข้าอบรมก็ยังยืนสูบบุหรี่หรือจับกลุ่มคุยกัน ผมต้องประกาศผ่านไมค์เชิญเข้าห้อง บางคนมองด้วยความไม่พอใจ ผมชี้แจงว่า

            "...ต้องรีบสอน เพราะยังมีอุปกรณ์ต่อพ่วงอีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ เช่น มอนิเตอร์ คีย์บอร์ด เมาส์ โมเด็ม ยูพีเอส..."

            คุณพี่ผู้หญิงคนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมาว่า

            "ขอโทษนะคะ ตามระเบียบสำนักนายกฯ เวลาพิมพ์เอกสารราชการต้องใช้ภาษาไทย ช่วยแปลไอ้เตอร์ๆ เด็มๆ อะไรของคุณให้เป็นคำไทยหน่อยได้ไหมคะ จะได้ก่อประโยชน์กับการทำงานบ้าง..."

            มีเสียงลอยมาตามลมให้ได้ยินจากท้ายห้องว่า

            "เด็กสมัยนี้ ติดไทยคำฝรั่งคำ...อยากให้รู้ว่าจบนอก"

            ผมฉุนกึก สูดหายใจยาว

            "ได้ครับ งั้นเอาใหม่ เรารู้วิธีเปิดเครื่องคณิตกรณ์แล้ว บางเครื่องอาจเป็น

คณิตกรณ์ส่วนบุคคล บางเครื่องเป็นคณิตกรณ์วางตัก แต่ไม่ว่าอย่างไร...

            ...มันจะทำงานไม่ได้ ถ้าขาดชุดคำสั่งระบบปฏิบัติการและ ชุดคำสั่งประยุกต์อื่นๆ ประการต่อมา คณิตกรณ์จะต้องมีครุภัณฑ์ต่อพ่วง ซึ่งทำหน้าที่หลักสองรูปแบบ คือ นำเข้าข้อมูลไปส่งหน่วยประมวลผลกลาง กับนำข้อมูลที่ประมวลแล้วมาแสดงให้เราดู"

            ผมชี้ไปที่จอภาพ

            "นี่คือเครื่องเฝ้าสังเกต ซึ่งอาจหนาเทอะทะแบบจอโทรทัศน์ หรือเป็นจอภาพผลึกเหลวที่ให้ความคมชัดกว่า ส่วนครุภัณฑ์ต่อพ่วงที่นำเข้าข้อมูลไปให้หน่วยประมวลผลกลาง อาจอยู่ในรูปหน่วยขับ ก และหน่วยขับ ข ซึ่งสามารถอ่านและบันทึกข้อมูล เก็บไว้ในแผ่นบันทึก ชนิดอ่อนปวกเปียก ( floppy) หรือในจานบันทึกแบบแข็ง ที่หน่วยขับอุปกรณ์นำเข้าและส่งออกข้อมูล ยังมีในรูปแบบอื่นๆอีก เช่น...เครื่องกราดภาพ ตัวกล้ำและแยกสัญญาณ โทรภาพ แต่ที่ขาดไม่ได้เลย คือสิ่งนี้"

            ผมยกคีย์บอร์ดขึ้นมา

            "แผงแป้นอักขระ ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญที่สุด ที่เราจะป้อนชุดคำสั่งเข้าสู่เครื่องคณิตกรณ์ จะเห็นว่าบนแผงแป้นอักขระจะมีกระดุมหรือ ปุ่มอักขระมากมายมีทั้งที่คุ้นเคยกันดี เช่น มหัพภาค อัฒภาค ทวิภาค วิภัชภาค ยัติภังค์ ปรัศนี อัศเจรีย์ เสมอภาค สัญประกาศ ทีฆสัญญา กับที่ยังไม่ได้บัญญัติ ศัพท์ เช่น กระดุมสอดแทรก กระดุมเข้าไป กระดุมหลบหนี กระดุมอวกาศถอยหลัง หรือ backspace..."

 

            วันนั้นไม่มีใครได้ดูคลิปวิดีโอ  ต่อมาผมได้รับผลการประเมินการสอนว่า

            "ไม่น่าพอใจ และพูดภาษาไทย...แต่ไม่รู้เรื่อง!"

 

            จดหมายรำพันของข้าราชการหนุ่ม มีชื่อหัวข้อ ว่า "เมื่อผมต้องสอนคอมพิวเตอร์ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่" มีเนื้อความสั้นๆ เพียงเท่านี้

            อ่านจดหมายของข้าราชการหนุ่ม สายเลือดดีคนนี้จบแล้ว อยากจะบอกฝากไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ง่ายๆสั้นๆ ว่า

 

            "ท่านครับ...อย่าทำภาษาไทยสับสน!!!"

 

...................

 


          

เรื่องที่เกี่ยวข้อง :  

เรื่องอื่นๆในหมวดนี้ เรื่องอัพเดตล่าสุด
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
ธีรยุทธ บุญมี...ไอ้ขี้เปียก!!!
ฤา...ไอ้เถนกาลี “รักษ์ รักพงษ์” จะซ้ำรอย “กบฎผีบุญ”!!!?
“ทหารเก๊ๆ” อย่าง นายมาร์ค หัวปลอก!!!
อ้าว! ลืม “กบฏ 19 ก.ย. 49” ไปได้ยังไง!!?
คดีฟ้องร้อง พล.ต.จำลองฯ กับพวก ข้อหา “กบฎ” และ “ก่อการร้าย” สอนอะไร ให้กับคนไทย?
>> ดูเรื่องอื่นๆในหมวด >> ดูเรื่องอื่นๆทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1 แจ้งลบข้อความ
พอๆๆกันเลยครับ เอาเป็นว่าต่างวัย ต่างยุค ต่างอุปกรณ์ อย่ามาเอาชนะกันด้วยวิธีการแบบนี้เลย การเรียนรู้สิ่งใหม่ก็ต้องแคะเอาความฐานความรู้ของผู้เรียนออกมาเพื่อปูพื้นฐานกันสักนิด เพื่อให้คนมาเรียนได้ความรู้ได้เรียนรู้เพิ่มอีกนิด ก็ถือว่าได้กุศล แต่ป้าๆๆหรือลุงๆๆ ก็เหลือเกินเห็นว่าอายุมากเห็นผู้ให้ความรู้ด้อยด้วยอาวุธโส ก็เอาอายุขึ้นคล่อมแบบ เคารพกันน้อยไปหน่อยก็ถือว่าปิดโอกาศตัวเองที่จะมารับรู้หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ ที่อาจใช้เป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้การทำงานมันสะดวกขึ้น ลองมองอีกมุมที่ต่างออกไปในการเรียนรู้สมมุติวิทยากรนั้นเป็นลูกเขยท่าน ท่านเป็นพ่อตา-แม่ยายที่มาเข้ารับการอบรม ท่านอาจทึ่งในตัวลูกเขยที่สามารถถ่ายทอดความรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ให้ผู้สุงวัยทั้งหลายได้รู้จักมันอาจเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่ายน่ะ เอาเป็นว่าการถ่ายทอดความรู้เป็นสิ่งที่ดีงามเป็นวิทยาทาน ส่วนการถ่ายทอดอคติมันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะเราและท่านทั้งหลายมักจะตัดสิน สิ่งต่างๆรอบตัวด้วยประการณ์ของตัวท่านเอง เรื่องแบบนี้มันเคยเกิดขึ้นและจบลง มาหลายชั่วอายุคน เพียงแต่ว่าเราจะทำอย่างไรให้มันงามสม กับยุคสมัยในการที่เราอยู่กับมัน ลองยกมือของท่านขึ้นมาดูนิ้วทั้งห้ายังไม่เท่ากันเลย แต่ว่ามันก็ยังงามสมสามารถทำงานได้ไม่ขาดตกบกพร่อง สามารถทำงานได้ด้วยกำลังของเจ้าของ เปรียบดั่งคนมาจากต่างพ่อ-แม่ เราไม่เหมือนกันอยู่แล้ว รับในความแตกต่างมันเป็นความงามตามธรรมชาติ งามมากงามน้อยก็ตามแต่ท่านประสบพบเจอ สุดท้ายลองดูเมื่อท่านอีกที่หนึ่ง ลองคิดดูว่าหากท่านเอามือวางบนเขียง แล้วท่านตัดให้นิ้วมันขาดเสมอนิ้วก้อย มันเท่ากันทุกนิ้วแต่หาความงามไม่ได้เลยแถมไม่พอเจ็บตัวอีก อย่าทำร้ายตัวเองและคนอื่นด้วยอคติ ที่ท่านไม่รู้ตัว..,ครับ

โดยคุณ แอ๊บถั่วเน่า แต่ชอบเพลงชาติรัสเซีย 147.47.237.XXX

ความคิดเห็นที่ 2 แจ้งลบข้อความ
น่าสงสารเด็กร่นใหม่ ที่ต้องใช้ภาษาไทยวิบัต เจอบังธิต้องตระโกนถามดังๆว่า {มึ...ง} เป็นคนไทยหรือเปล่า เด็กจะรู้พลันว่าทั้งสอง ธิ ทั่น เป็นลูกแขก และลูกจีน ที่ประเทศของมันเองไม่ต้อนรับยิ่งพูดออกไปมากเท่าไร มันก็ยิ่งประจานความคิดชั่วๆของตัวเองให้ชาวโลกรู้

โดยคุณ vataduangtavan 58.9.103.XXX

ความคิดเห็นที่ 3 แจ้งลบข้อความ
จะเอาอะไรกับระบอบยุติธรรมเมืองไทยศาลท่ดีและยังมีจริยธรรมเหลือน้อยจนไม่มีเสียง(เสียงไม่ดังพอ)ทำให้การ "ตะแบง"ทุกรูปแบบเป็นไปด้วยความราบร่น ไม่มีใครหน้าไหนในบ้านเมืองน้กล้าออกมาโต๊แย้งถึงความอยุติธรรมอีกแล้ว มองไม่เห็นจริง ๆ คำว่า "จรรยาบรรณ" สูญส้นไปจากอาชีพหลายอาชีพโดยเฉพาะปัจเจกชนและกล่มคนท่อวดอ้างตัวเองว่าเป็นผ้ร้ เก่งกว่าชาวบ้านธรรมดา ๆ ( เพราะพวกมันไมใช่คนธรรมดา?)ท่นึกจะปิดก้นสิทธิของผ้อ่นท่พวกมันท้งหลายลืมไปแล้วว่าก็มีสิทธิในฐานะท่เป็นคนไทยคนหน่งเหมือนกันเช่นสิทธิ์ในการได้รับความยุติธรรม สิทธิในการได้รับการรักษา สิทธิในการใช้บริการสาธารณูปโภค ฯลฯ เอะอะก็หาว่าเป็น "รากหญ้า" แล้วคำว่ารากหญ้าน่ะมันไม่ดีตรงไหน หรือว่ามันมีความเป็นคนไม่เท่ากับ พวกหมอ นักวิชาการ หรือศาล ใครก็ได้ช่วยตอบทีเถอะ ประชาชนคนธรรมดาอย่างเราจะอัดอ้นใจตายอย่แล้ว

โดยคุณ pooky_usa@hotmail.com 125.25.20.XXX

ความคิดเห็นที่ 4 แจ้งลบข้อความ
อ่าแล้วขำเป็นบ้าเลยค่ะ ตัวอะไรเป็นตัวอะไรเยอะแยะไปหมด ตลกพอดูนะคะ แต่พอการประเมินการสอนยิ่งขำใหญ่เลยค่ะ พูดภาษาไทย แต่ไม่รู้เรื่อง

โดยคุณ wiparat 118.172.108.XXX

ความคิดเห็นที่ 5 แจ้งลบข้อความ
ภาษาไทยยากจริงๆด้วย คนไทยพูดไทย แต่ก็ยังเรียนรู้ไม่จบ ส่วนตัวผมชอบภาษาไทย แต่ว่าก็มีคำเขียนผิดประจำ เรื่องคนสอนคอมพิวเตอร์ ก็พอกันทั้งคู่นะ คนเรียนก็แย่ ไม่ใส่ใจแล้วยังไม่ให้เกียรติอีก คนสอนก็ใหม่ ยังมีการปรับการสอนหลากหลายไม่ได้ อีกนิด เรื่องคณิตกรณ์ กระด้างภัณฑ์ ภาษาแปลกๆ ผมก็เข้าใจผิดนานว่าอยู่ในพจนานุกรม พวกราชบัณฑิตแต่ง เป็นเรื่องขำเรื่องฮาของที่ทำงานตั้งนาน เพิ่งมารู้ว่าเขาไม่ได้กำหนด ไม่ได้ใช้เลย แค่คิดว่าจะใช้ ถ้ายังไงขอผู้รู้มาให้ข้อมูลด้วยก็ดีครับ

โดยคุณ consultseeker@yahoo.com 122.154.7.XXX

ความคิดเห็นที่ 6 แจ้งลบข้อความ
ภาษาไทยของเราน่าเป็นห่วงครับ สื่อภาพ ก็ฟรีทีวีทุกช่องนี่เองเห็นชัดเจน ใช้คำพูดผิด ใช้ภาษาเขียน(ตัววิ่ง)ผิด มีให้เห็นทุกวัน ทหารตำรวจมียศ ก็เรียกชั้นยศของเขาผิดๆถูกๆ เช่นวันก่อนนี้ รายงานข่าวชายแดนพูดถึงรองแม่ทัพภาค ใช้ยศพ.ต.เฉยเลยหลายจุดด้วย

โดยคุณ ประชาชนคนไทย 61.19.227.XXX

ร่วมแสดงความคิดเห็น
 
ชื่อ / อีเมล์ : 
ความคิดเห็น : 
 

 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER