หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
  “สรรพลี้หวน”... “คำผวน” ล้วนเรื่องสนุก

01 ตุลาคม 2556
...ลักษณะการประพันธ์ “สรรพลี้หวน” นั้น มีรูปแบบเป็นนิทานคำกลอน หรือ กลอนสุภาพหรือ กลอนแปดตามขนบนิยม เนื้อหาเป็นคำผวนออกทางหยาบโลน มีความยาวถึง ๑๙๗ บท แต่ยังไม่จบสมบูรณ์ ซึ่งรวบรวมไว้ในหนังสือวรรณกรรมทักษิณ วรรณกรรมคัดสรร เล่ม 7 ผลงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ตอนต้นของหนังสือ “สรรพลี้หวน” ยังสั่งเสียคนอ่านไว้ว่า ๏ สรรพลี้หวนควรอ่านตามบ้านร้าง หนำหรือห้างทะเลนอกเคหา จะดีร้ายปลายคำเป็นธรรมดา บอกภาษานิทาน...อ่านอย่าแปล คำว่า “อ่านอย่าแปล” นั้น นอกจากนั้น ชัดอยู่แล้วว่า ผู้ประพันธ์ไม่ได้มีความมุ่งหมายเป็นอย่างอื่น แถมยังบอกก่อนด้วยว่า “อย่าแปล” หรือ “อย่าผวน” เพราะแปลหรือผวนแล้ว เป็นเรื่องแน่ๆ นั่นเอง ขอยกคำผวนตามกลอน มาดูสักหน่อยก็ได้ ๏ นครยังมีเท่าผีแหน กว้างยาวแสนหนึ่งคืบสืบยศถา เมืองห้างกวีรีหับระยับตา พันหญ้าคาปูรากเป็นฉากบัง สูงพอดีหยีหิบพอหยิบติด ทองอังกฤษสลับสีด้วยหนีหัง กำแพงมีรีหายไว้ขอดัง เจ้าจอมวังพระราโช...‘ท้าวโคตวย’ นี่ไงครับหนังตัวอย่าง หากนำมาเทียบกันระหว่างรัดทำมะนวยของผม กับท่าน “ท้าวโคตวย” ของสรรพลี้หวน ของดีเมืองนคร ที่พี่น้องนักศึกษาราชภัฎปักษ์ใต้ กำลังศึกษากันอย่างเคร่งเครียด นั้น…


จำนวนผู้ตอบ 296 | จำนวนผู้อ่าน 8592
  เสน่ห์ขุนช้าง-ขุนแผน

30 สิงหาคม 2556
... การที่ผมเขียนหนังสือ หรือเล่าเรื่องให้ท่านผู้อ่านหรือผู้ฟัง ได้สม่ำเสมออย่างทุกวันนี้ อาจเป็นเพราะนิสัยชอบจด เพราะความจำไม่ดี จึงต้องอาศัยการจดจารไว้ เพื่อช่วยความจำ จึงมีข้อมูลอยู่ในบันทึกของตัว ซึ่งส่วนหนึ่งได้ติดมาจากการทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ นั่นเอง ตำรวจนั้นมีระบบบันทึกข้อมูล ที่เหนือกว่าราชการอื่นมากๆโดยเฉพาะเอกสารรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญ ในการบอกเล่าเรื่องราวของตำบล อำเภอ จังหวัด ที่สถานีตำรวจนั้นตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเหตุการอาชญากรรม ภัยพิบัติต่างๆ มีครบหมด ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีความสำคัญมาก ตามกฏหมายถือว่าเป็น “เอกสารฝ่ายเมือง” สามารถใช้นำไปอ้างในศาล ในการพิจารณาคดีความได้ถูกต้องตามกฏหมาย เช่น การทำความตกลงระหว่างคู้ขัดแย้งสองฝ่าย ต่อน้าตำรวจ มีการบันทึกในเอกสารรายงานเบ็ดเสร็จประจำวัน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นพยานสำคัญที่ศาลรับฟังประกอบการพิจารณาตัดสินคดีความต่อไป คนไทยเรานั้นไม่ชอบจด ไม่ชอบบันทึก ฉะนั้น การที่ให้ผู้คนจำเรื่องราวได้อย่างเร็ว นั่นก็คือ การสร้างเรื่องราวเอาไว้รูป “บทกลอน” ซึ่งจะทำให้ผู้คนจำได้ง่ายขึ้น ตัวอย่างที่เห็นชัดเจน คือ นิทานเรื่อง “ขุนช้าง-ขุนแผน” นั้น มีท่านผู้รู้สันนิษฐานเอาไว้ว่า อาจถือกำเนิดมาปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา เป็นเรื่องเล่าที่มาจากคนคุกสมัย นั้น คำว่า “เสภา” แปลว่า “คุก” บทเสภาขุนช้าง-ขุนแผน ขึ้นบทไหว้ครูก็เป็นการไหว้เจ้าที่เจ้าทาง นายประตูคุก จึงเชื่อกันว่า ...


จำนวนผู้ตอบ 72 | จำนวนผู้อ่าน 6435
  “ถั่งเช่า” กับ “นกเขา” ไม่ยอมขัน!?

29 กรกฎาคม 2556
...ไม่ทราบว่า ทำไมถึงคนไทยเรียกอวัยวะเพศชายว่า “นกเขา” แต่ผมเกิดมารู้ความ พ่อก็สอนให้เรียกอย่างนี้แล้ว มีบางคนเขาว่า อาจสืบมาจาก “ยาดองตรานกเขาคู่” ของ นายนรินทร์ (กลึง) ในสมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ซึ่งคนไทยตอนนั้นไม่ทราบว่าตัวยาเข้าสุราด้วย กินแล้วคึกคักซู่ซ่า พระสงฆ์องค์เจ้าซื้อไปฉัน เพราะคิดว่าเป็นโอสถ ต่อมาคณะสงฆ์ถึงกับต้องสั่งห้าม พระสงฆ์ฉันยาดอง เพราะกลัว นกเขาของ “ตุ๊เจ้า” เปิ้นจะขัน! เรื่องของนายนรินทร์ (กลึง) นี้น่าสนใจ จะนำประวัติมาคุยกันต่อไป ในบ้านเรานั้น เวลาเด็กผู้ชายโตขึ้น พออายุเข้าสิบสองสิบสาม เริ่มมีปกปุยปรากฏรอบนกเขาตามธรรมชาติ ดังนั้น พอเด็กเริ่มเสียงแตก ผู้ใหญ่มักถามว่า “นกเขามีปีก...หรือยังล่ะลูก!?” อันมีความหมายว่า โลมาอ่อนๆ ที่เป็นหมุดหมาย ความเป็นชายหนุ่ม นั้น ขึ้นหรอมๆแหรมๆมาบ้าง หรือยัง? ตอนเป็นนักเรียนประจำที่วชิราวุธนั้น เด็กชั้น ป.3-ป 6. จะอยู่คนละฝั่งโรงเรียนกับเด็กชั้นสูงกว่า ซึ่งเราเรียกว่า คณะเด็กเล็ก มีคุณครูผู้หญิงควบคุมดูแล ตอนอาบน้ำ ครูให้อาบครั้งละ 20 คน เปลือยกายอาบน้ำรวมกัน ถ้าเด็กคนไหนเกิดโตเกินวัย นกเขามีปีกเร็วจัด คุณครูก็จะให้นุ่งผ้าขาวม้าตอนอาบน้ำ หรือหากเห็นมันรุงรังเกินเหตุ ทำผ้าหลุดอวดครูอยู่เรื่อย ก็ส่งตัวขึ้นคณะเด็กโต ให้พ้นหูห้นตาไปเลย...


จำนวนผู้ตอบ 39 | จำนวนผู้อ่าน 12669
  เรื่องเศร้าเช้านี้

27 มิถุนายน 2556
...นกแก้วผัวเมียคู่หนึ่ง อยู่ในโพรงตรงบริเวณต้นไม้ใหญ่ติดประตูทางเข้าออกด้านหลังซึ่งติดกับถนนพิชัย นกแก้วคู่นี้ออกลูกมาหลายครั้ง เมื่อลูกโตก็โบยบินจากไปหารังใหม่ แต่ยังคงอยู่รวมเป็นฝูงตามอุปนิสัยดั้งเดิมของนกแก้ว ทั้งสองตัวผัวเมียยังคงอาศัยอยู่ที่โพรงเก่า (ดังภาพที่เห็น) แล้วคราวเคราะห์ซึ่งอาจเกิดกับคนหรือสัตว์ใดก็ได้ ตามวิถีแห่งกรรมได้กำหนดที่ได้จรมาเยือนนกแก้วสองผัวเมียคู่นี้ ก็เฉกเช่นเดียวกันกับสัตว์โลกอื่น หลายปีมาแล้ว มีการก่อสร้างปรับปรุงอาคารภายในโรงเรียน คนงานได้นำสายไฟไปพาดผ่านต้นก้ามปู เจ้ากรรมแท้ๆที่ผ่านโพรงที่นกแก้วคู่นี้อาศัยอยู่พอดิบพอดี ตอนที่คนงานยกสายไฟขึ้นพาดนั้น เขาก็ไม่ทราบว่า ได้พาดผ่านรังน้อยที่นกแก้วคู่ผัวตัวเมียนี้อยู่อย่างเป็นสุขมาโดยตลอด และเคราะห์ร้ายที่สายไฟที่พาดผ่านนั้นเกิดการถลอก ด้วยเหตุใดไม่ปรากฏ สายทองแดงภายในหลุดโผล่ออกมา เจ้ากรรมที่สายไฟซึ่งมีส่วนเปลือยหลุดนั้น ให้บังเอิญมาหยุดพาดผ่านจ่อตรงหน้าโพรง ซึ่งเป็นนิวาสถานอันแสนสุขมานานช้า ของนกแก้วคู่ผัวตัวเมียพอดิบพอดี เหมือนยกเก้าอี้ไฟฟ้าที่ใช้ประหารอาชญากร มาจ่อลงตรงประตูหน้าบ้านคู่ผัวตัวเมียที่แสนสุข ยังไงยังงั้น ! วันเกิดเหตุนกแก้วตัวผู้บินออกไป ก่อนที่ช่างจะนำสายไฟมาพาด ส่วนตัวเมียซึ่งอยู่ในรูโพรงไม้ยังไม่ได้บินออกมา เมื่อเธอคืบคลานออกจากโพรงที่อาศัยเป็นปกติ เมื่อเห็นสายไฟระเกะระกะขวางหน้าปากโพรงตัวเอง จึงใช้ปากแข็งแรงกจิกสิ่งกีดขวางออก (รอยถลอกของสายไฟอาจเกิดตอนนี้ก็ได้) พร้อมกับไถลตัวออกนอกโพรง ตัวเธอจึงโดนสายไฟฟ้าเปลือยชำรุดเข้าอย่างจัง กระแสไฟฟ้าแล่นผ่านร่างเล็กเข้าเต็มที่ ร่างแม่นกน้อยหงายผงะตกลงจากต้นไม้ ฟาดพื้นเบื้องล่างดิ้นพราด ถึงแก่ความตายด้วยความทุกข์เวทนายิ่ง เจ้าหน้าที่โรงเรียนผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ฟังว่า... เมื่อนกแก้วตัวผู้กลับมาเห็นร่างคู่ชีวิตผู้เคราะห์ร้ายของตัว นกผู้ผัวแผดเสียงร้องจ้า โหยหวน บินวนรอบร่างอันไร้ชีวิตของเมียสุดที่รักของตัว จนเจ้าหน้าที่ต้องนำร่างนกตัวเมีย หลบไปเสียจากสายตาของสามีผู้เหลือแต่ความอาลัยและเปี่ยมด้วยความทุกข์เทวษอย่างสาหัส...


จำนวนผู้ตอบ 37 | จำนวนผู้อ่าน 13096
  เปิดเทอมใหม่นี้ คิดถึงคุณครูของผม

28 พฤษภาคม 2556
...วันหนึ่ง ขณะอายุได้ 10 ปี ผมกับเพื่อนอีกหลายคนเดินเล่นอยู่ริมรั้ว มีนักเรียนผู้หญิงวัยสาวแล้วเดินผ่านรั้ว เพื่อนคนหนึ่งมันดันร้องตะโกน ว่า "ปืนฉันเป็นปืนปัสตัน เวลายิงกัน หัวมันก็กระด๊ก" (ปืนปัสตัน มาจากคำว่า Pistol แปลว่า ปืนพกสั้น) เท่านั้นแหละ คุณครูได้ยิน ผมกับเพื่อนทั้งกลุ่มโดนทำโทษให้ยืน วันอาทิตย์ตั้งแต่บ่ายโมงถึงหกโมงเย็น อีกครั้ง ขณะอายุสิบขวบเหมือนกัน เพื่อนผมมันชวนผมไปหลังโรงเรียน ไปแอบดูคนงานผู้หญิงวัยรุ่นอาบน้ำในห้องน้ำ (ผมไม่ได้ดูนะครับ แค่ไปเป็นเพื่อน...แหะ..แหะ...) คนงานผู้หญิงยัวะใหญ่ นำความไปฟ้องคุณครู ท่านลงโทษด้วยการให้นั่งคัดถ่อยคำ ในหนังสือสมบัติผู้ดีที่ว่า "ผู้ดีย่อมไม่แลลอดสอดส่อง" จำนวนที่คัด คือคนละ 2 พันจบ คัดกันทั้งวันอาทิตย์ ตั้งแต่บ่ายโมงถึงหกโมงเย็น...แค่นั้นยังไม่พอนะครับ... ตกตอนกลางคืน หลังสวดมนต์จบ คุณครูเห็นว่าโทษยังไม่สาสม ให้เพื่อนกับผมยืนต่ออีกตรงระเบียงนอกห้องนอน ตั้งแต่สองทุ่มครึ่ง ผมกับเพื่อนอีกสามคม ยืนอยู่จนใกล้เที่ยงคืน สงสัยว่าคุณครูนอนหลับที่เรือนพักครู (ซึ่งมีเฉลียงติดต่อกับตึกนอนเด็กๆ) หรืออย่างไรไม่ทราบ เพื่อนผมไอ้คนที่ออกไอเดียไปดูเขาอาบน้ำ มันปีนไปเอานกกระจอกจากรัง ซึ่งอยู่ในมูลี่ระเบียง ซึ่งจะใช้ตอนฤดูฝน พอหมดฝน นกกระจอกมาทำรัง มันจับนกกระจอกมาโกนหัวเอายาหม่องทา แล้วเอานกไปชุบน้ำปัสสาวะ จากถังปัสสาวะรวม...


จำนวนผู้ตอบ 49 | จำนวนผู้อ่าน 14053
  ไปรับ “ย่าโม” ให้หน่อยนะ

24 เมษายน 2556
...มีคนเคยถามผมว่า สันติบาลสูงวัยใกล้ฝั่งเหล่านี้ไปอยู่ไหนกัน มีบางคนอยากสัมภาษณ์ บ้างอยากคุยด้วย ผมเคยแนะนำให้ไปดูที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันรับเงินบำนาญ ที่ผู้เกษียณอายุมาชุมนุมร่วมกัน (แต่เวลานี้รับทาง เอ.ที.เอ็ม.กันแล้ว) ก่อนหน้านั้น ส่วนมากเวลารับบำนาญตอนเช้าแล้ว ก็จะพากันไปตามร้านอาหาร นั่งกินข้าว กินเหล้า และเล่าความหลังกับเพื่อนฝูงเก่าๆ แดดร่มลมตก ก็พากันกลับ บ้านใครบ้านมัน ชีวิตเป็นอย่างนี้! ร้านอาหารที่พวกสันติบาลสูงวัยและตำรวจหน่วยอื่น ชอบไปนั่งสังสรรค์ ร้านหนึ่งอยู่ตรงอนุสสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ชื่อ “พงหลีภัตตาคาร” เป็นร้านเก่าแก่ที่ผมรับประทานมาตั้งแต่เป็นนักเรียน พ่อของผมไปรับลูกๆวันหยุด ที่โรงเรียน วชิราวุธ วิทยาลัยแล้ว มักชอบพาลูกๆไปทานอาหารกลางวันที่ร้าน นี้ เวลาคิดถึงพ่อ ผมจะไปนั่งรำลึกถึงความหลังที่ “พงหลี” และภาพของพ่อ เสียงหัวเราะอย่างเบิกบาน สดใส ของพ่อจะผุดขึ้นมาในความคิดชัดเจน ร้านนี้พวกตำรวจสันติบาลเก่าชอบมานั่งทานกัน หลังรับวันรับบำนาญ แต่เดี๋ยวนี้ร่อยหรอลงมาก ณ “พงหลีภัตตาคาร” อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมินี้เอง เมื่อเกือบห้าสิบปีที่ผ่านมา ช่างรวดเร็วเหมือนโกหก ได้เกิดตำนานที่ทำให้เล่าขานกันต่อมาอีกนาน ต้องขอเล่าในเวอร์ชั่นของผม ลองฟังดูครับ…


จำนวนผู้ตอบ 54 | จำนวนผู้อ่าน 10964
  “ไม่ทิ้งกัน....ไม่หายไป!”

25 มีนาคม 2556
...คุยเรื่องควายแล้ว ทำให้ผมคิดถึงเพลงที่นักร้องอมตะเมืองไทย คือ คุณ รวงทอง ทองลั่นธม ศิลปินแห่งชาติ ร้องเกี่ยวกับสัตว์ที่มีคุณต่อชาวนา เกษตรกรที่เป็นเสมือนกระดูกสันหลังของชาติ และผู้คนชื่นชอบมาก เพลงนั้นขึ้นต้นว่า “เจ้าทุยอยู่ไหน ได้ยินไหมใครมากู่ๆ …" เพลงนี้คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ชื่อเพลง “เจ้าทุยอยู่ไหน” เพราะชินกับวลีเริ่มต้นของบทเพลง แต่ความจริงแล้ว เพลงนี้ชื่อ “ขวัญใจเจ้าทุย” ท่านผู้อ่านที่ยังอายุน้อย อาจไม่ทราบเนื้อร้องกัน เนื้อเพลงเป็นเรื่องของสาวน้อยชาวนา ที่ระหว่างเลี้ยงควาย เธอก็คุยกับเจ้าทุยเหมือนคุยกับเพื่อนที่เป็นคนไปด้วย ตอนครูเอื้อ สุนทรสนาน ให้ร้องเพลงนี้ คุณรวงทองฯไม่ได้อยากร้องเลยสักนิด เธอบอกว่าเพลงอะไรก็ไม่รู้ ดูทีเรอะ มีอย่างที่ไหนกัน ให้คนไป “คุย” กับควาย! ครูเอื้อฯ ท่านบอกสั้นๆว่า “ไม่ได้ หนูต้องร้อง!” คุณรวงทองฯถึงกับร้องไห้เอาเลย แต่สุดท้ายก็ขัดครูเอื้อฯท่านไม่ได้ เธอจึงต้องร้องอย่างจำใจ แต่แปลกแฮะ คุณรวงทองฯ ร้องไปแล้ว...ผู้คนกลับชอบ!...


จำนวนผู้ตอบ 86 | จำนวนผู้อ่าน 10179
  โชคชะตาพารวย ถูกหวยรางวัล ที่ 1

25 กุมภาพันธ์ 2556
...ตำรวจหนุ่มผู้มีจิตใจงามดี รักษาสัญญามั่นคง โดยแบ่งเงินให้สาวเสิร์ฟครึ่งหนึ่ง คือ 2 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่... เรื่องไม่จบง่ายๆอย่างนั้นเพราะเมียของตำรวจหนุ่มซึ่งนิสัยมักได้ นอกจากจะฟ้องหย่าผัวเอาเงินไปหมดแล้ว แถมยังต้องการเงิน 2 ล้านเหรียญที่ผัวให้ที่ให้กับสาวเสิร์ฟอีดด้วย ดังนั้น หนังเลยต้องเดินไปอีก แต่จบลงได้ในที่สุด โดยทั้งสองคนได้แต่งงานกัน และมี “เซอร์ไพรซ์” ให้ดูตอนจบ ตรงที่ชาวเมืองนิวยอร์กที่ทราบเรื่อง ซาบซึ้งและเห็นใจคนทั้งคู่ จึงส่งเงินมาให้เป็นของขวัญวันแต่งงาน จำนวนหลายแสนดอลลาร์ เพื่อให้ชีวิตคนที่มีจิตใจดีทั้งคู่ ก้าวเดินต่อไปได้ ดูหนังเรื่อง It Could Happen to You จบแล้ว นึกอยากให้เหตุการณ์แบบเดียวกัน และมีดีๆ นางเอกสวยๆอย่างในหนัง Happen to ME บ้างจัง! หนังเรื่องนี้ คนทำบทบอกว่ามาจากชีวิตจริง ซึ่งในบ้านเราตำรวจที่ถูกรางวัลที่ 1 เหมือนหนัง มีหลายคนด้วยกัน แต่คนหนึ่งดูจะพิเศษมาก ท่านเป็นผู้บังคับบัญชาเก่าผมเอง ชื่อ พล.ต.ท.จรัส เพ็งเจริญ ตอนที่ท่านเป็นผู้บังคับการตำรวจนครบาล ท่านถูกรางวัลที่หนึ่ง 4 ใบ ซึ่งในตอนนั้นหวยชุดเพิ่งเริ่มจะมีกัน และรางวัลที่ 1 แค่ 5 แสนบาท ได้เงินมา 2 ล้าน แต่ทองคำสมัยนั้น ราคาบาทละ 1,000 บาท เท่านั้น ถ้านำเงิน 2 ล้าน ไปซื้อทองในยุคนั้น จะได้ทองคำน้ำหนัก 2,000 บาท ซึ่งนำมาขายในตอนนี้ คิดราคาทองเพียงบาทละ 22,000 จะได้เงิน 44,000,000 บาท เงินสี่สิบสี่ล้านบาท น้อยอยู่เมื่อไหร่กัน! แต่ที่โชคดีกว่านั้น คือ...


จำนวนผู้ตอบ 17 | จำนวนผู้อ่าน 10915
  กุหลาบของใคร ที่ไร้หนาม?

26 มกราคม 2556
...ตอนหนุ่มๆผมเป็นนายตำรวจ อยู่โรงพักพระราชวัง ในท้องที่มีห้างชาวอินเดีย ซึ่งเขาขายยาปลูกหนวดปลูกผมดังๆอยู่หลายร้าน เพื่อนนายตำรวจคนหนึ่ง อยากมีขนหน้าอกมาก อุตส่าห์ลงทุนไปซื้อยาปลูกขน ขวดเล็กกว่าขวด ‘ซีม่าโลชั่น’ (ยาทาเพื่อกำราบ ‘สังคัง’คุณภาพสูง) ด้วยซ้ำ ขวดละกว่า 300 บาท ตอนนั้น ทองคำบาทละ 400 บาท เท่านั้น! เพื่อนผมเอายาที่ซื้อจากแขกอินตะระเดีย ราคาแพงขนาดนั้น มาทาตรงกลางหน้าอกอยู่หลายวัน ขนก็งอกขึ้นมาอย่างเสียไม่ได้ คือ โผล่ขึ้นมา ให้เชยชม เพียง 2-3 เส้น!! เขาอุตส่าห์ประคับประคอง เส้นขนที่งอกมาเป็นอย่างดี แต่เจ้ากรรมพอตอนอาบน้ำ เผลอถูสบู่ตรงหน้าอกแรงๆหน่อยเข้า เท่านั้นเอง... ขนหน้าอกที่ขึ้นมาอย่างยากเย็นนั้น ก็หลุดผล็อยออกไปอย่างง่ายดาย เพื่อนจึงให้ผมลองมั่ง ผลก็ออกมาอย่างเดียวกัน จึงทำให้ได้ข้อสรุป ว่า การทำให้ขนขึ้นนั้น ทำได้ไม่ยาก แต่ขนขึ้นใหม่รากจะไม่แข็งแรง ทำให้การที่จะเก็บขน ให้ฟูฟ่องล่องละลิ่ว นั้น ทำได้ยากจริงๆ! ...


จำนวนผู้ตอบ 19 | จำนวนผู้อ่าน 11024
  ยิ้มสู้ ยิ้มรับกับปีใหม่ (ยิ้มแบบ โน้ต เชิญยิ้ม)

23 ธันวาคม 2555
...ฝรั่งมีคำพูดอยู่คำหนึ่ง คือ Born in the trunk หากแปลตรงๆคือ การเกิดในหีบเสื้อผ้า แต่อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คงจะต้องเล่าให้ฟังอย่างนี้ นักแสดงละครเร่ของฝรั่งนั้น เวลาไปเร่แสดงไปตามจังหวัดหรือมณฑลต่างๆ พวกเขาต้องนำหีบใบใหญ่ ใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวติดไปด้วยเสมอ เวลาผู้เป็นพ่อแม่จะออกแสดง ลูกซึ่งยังเป็นทารกต้องอยู่หลังโรง แต่อากาศเมืองฝรั่งนั้นหนาวนัก พวกเขาจะเอาลูกวางลงในหีบเสื้อผ้าที่มีความอบอุ่น เพราะมีเสื้อผ้าซ้อนอยู่ด้านล่าง แล้วพ่อแม่ก็ออกโรงไปแสดง ทิ้งลูกนอนแอ้งแม้งในหีบ คุณตาชาร์ลี แชปลิน นั้น Born in the trunk โดยแท้! วลี Born in the trunk จึงหมายถึง คนที่มีสายเลือดศิลปิน เพราะลืมตาดูโลก ก็ได้เห็นพ่อแม่เป็นนักแสดงแล้ว จึงซึมซับความสามารถที่จะเจริญรอยตามผู้บุพการี อย่างคุณตาชาร์ลีแชปลิน นั้น ได้ออกแสดงหน้าม่านตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทำท่าตลกติงต๊อง แค่นั้นผู้คนก็หัวร่อกันครืนแล้ว ส่วนคุณโน้ตของเราก็ Born in the trunk เหมือนคุณตาชาร์ลี แชปลิน เพราะพระเอกโน้ตของเรา เกิดในวิกลิเก มีคุณพ่อเป็นดาวตลก ส่วนคุณแม่นั้นเล่า ก็เป็นนางเอกลิเกในคณะเดียวกันนั่นเอง ชาวลิเกเมืองไทยสะดวกกว่านักแสดงฝรั่ง ที่ไม่ต้องเอาลูกใส่หีบ แต่ใช้ผ้าขาวม้าของพ่อนี่แหละ ยึดมุมโรงลิเกซึ่งมีเสาอยู่ ลิเกแม่ลูกอ่อนจะได้สิทธิ ยึดมุมโรงเป็นที่หลับนอนก่อนใครๆในคณะ โดยจะผูกเปลผ้าขาวม้ากับเสา เอาไม้ขัดหม้อถ่างผ้าขาวม้าด้านบนให้กางออก เพื่อไม่ให้ผ้าหุบ เพราะ ผ้าอาจพันตัวเด็ก จนเป็นอันตรายได้!...


จำนวนผู้ตอบ 47 | จำนวนผู้อ่าน 9912
  ความรัก และความลับ ของแม่

26 พฤศจิกายน 2555
....พอข่าวที่น่ายินดีนี้ ออกสื่อไปใหญ่โต บรรดาผู้ที่หมายปองดาราสาวสวยทั้งหลาย ที่ต้องพลาดหวัง คงต้องทำใจกันแล้ว และแสดงมุทิตาจิตโดยพร้อมเพรียงกัน ให้คุณตั๊กและคุณบุญชัย มีความสุขด้วยกัน ตลอดไป! คนไหนที่คิดว่า ตัวเองอกหักจากคุณตั๊ก นอกจากต้องทำใจ แล้ว ควรมุ่งหน้าไปหาคนใหม่ มาทดแทน จะดีกว่ากระมัง ขออวยพรให้ผู้ที่พลาดหวัง...โชคดีทุกคนนะครับ!! การที่มารดาของคุณตั๊ก ได้เลี้ยงดูอุ้มชูลูกสาวมาจนได้ดี และมาถึงวันนี้ และผู้เป็นลูก กำลังจะมีความสุข ส่วนตัวคุณแม่ที่ประกอบกรรมดี โดยได้ดูแลลูกสาวมาอย่างไม่บกพร่อง และกุศลผลบุญ กำลังหนุนพาให้เธอ กลายเป็น “แม่ยาย...หมื่นล้าน” ส่งท้ายปีเก่า นั้น ทำให้ตัวผู้เขียน นึกถึงเรื่องราวในชีวิต ที่ได้ประสพมา จึงนำมาร้อยเรียง ผูกเป็นเรื่องสั้น และนำมาฝากให้ท่านผู้อ่านที่เคารพ ลองอ่านดูนะครับ เรื่องสั้น ความรัก และความลับ ของแม่ วาทตะวัน สุพรรณเภษัช…


จำนวนผู้ตอบ 11 | จำนวนผู้อ่าน 10314
  เจ้าพายุเอย

24 ตุลาคม 2555
....นายตำรวจหนุ่มผู้มีหน้าที่ควบคุมการจราจร มองดูร่างหญิงรูปร่างสูงสง่า แต่งกายด้วยเสื้อผ้าชุดพนักงานธนาคาร ดวงหน้ารูปไข่ เรียวได้สัดส่วนลงตัว ปากจิ้มลิ้ม วางเรียงกับจมูกโด่งงาม สอดรับกับดวงตาคมกริบ ใต้คิ้วเข้มยาวที่กันเอาไว้ได้รูป แต่แลดูช่างอ่อนโยนและอบอุ่น เธอเดินอ้อมหน้ารถญี่ปุ่นขนาดเล็ก ลงไปเปิดประตูให้เด็กนักเรียนอนุบาล สวมกระโปรงสีแดง หน้าตาหน้าเอ็นดู พอเธอเงยหน้าขึ้น ก็มองข้ามถนนสายตาทอดข้ามฝั่งมาสบตากับนายตำรวจที่มองอยู่พอดี เธอเผยอรอยยิ้ม ให้เขาน้อยๆ พลันที่สบตากัน ณ วินาทีนั้นเอง นายตำรวจหนุ่มรู้สึกเหมือนโลกทั้งหมด หยุดหมุน ทุกอย่างดูนิ่ง สงบลงอย่างเหลือเชื่อ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์หนุ่ม ยังจำเหตุการณ์เมื่อวันพายุเกย์พัดเข้าที่ชุมพร ซึ่งเขาเคยรับราชการอยู่ที่นั่น ก่อนพายุจะเข้า ท้องฟ้านิ่งสงบ แล้วฟ้าก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองอยู่นานพอควร ซึ่งภายหลังเขาทราบจากขาวบ้านว่า ปรากฏการณ์อย่างนี้ เขาเรียกว่า “อุกาฟ้าเหลือง” ซึ่งมักจะเกิดก่อนพายุที่มักก่อตัวขึ้นในทะเล จะพัดกระหน่ำถล่มพื้นที่ชายฝั่ง และบริเวณใกล้เคียงอย่างรุนแรง...


จำนวนผู้ตอบ 14 | จำนวนผู้อ่าน 9817
  “พ่อจ๋า แม่จ๋า...อย่าทิ้งหนูนะ !”

28 กันยายน 2555
...หญิงสาวยืนอยู่หน้าบ้านหลังกะทัดรัด กลั้นหายใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอื้อมือกดกริ่ง ความคิดของก็พรั่งพรูเข้ามา สตรีผู้อ่อนเยาว์นึกถึงความกระตือรือร้น ในความต้องการที่จะพบแม่ผู้ให้กำเนิดที่แท้จริง ทำให้เธอต้องผิดใจกับบิดามารดาอุปถัมภ์ ที่รัก เอ็นดู เฝ้าทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเธอมาตลอดชีวิต แต่สัญชาติญาณความที่อยากรู้ว่า ผู้ให้กำเนิดของตนเองเป็นใคร เกิดขึ้นเมื่อได้พบเอกสารบางอย่าง เกี่ยวกับตัวเธอในการรับบุตรบุญธรรม ของพ่อแม่ผู้รับอุปการะ ทำให้เธอสัญญากับตัวเองว่า ต้องพบหน้าพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดเธอ ให้จงได้ การติดตามเริ่มจากการหาพ่อก่อน ซึ่งเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะการติดตามหาสะดุดลง เพราะบิดาผู้ให้กำเนิดได้เสียชีวิตลง จึงทราบต่อมาว่าแม่ได้แยกทางจากไปตั้งแต่คลอดเธอไม่กี่สัปดาห์ การค้นหามารดาใช้เวลานานพอควร จนระหว่างเวลาของการค้นหานั้น ทำให้หญิงสาวมักจะมองหน้าผู้หญิงวัยกลางคน ที่เดินสวนกันกับเธอแล้วคิดว่า ใครหนอ ที่ใบหน้ามีส่วนละม้ายคล้ายกับเธอ จนควรจะเป็นมารดาที่แท้จริงของเธอได้! แม้ความหวังที่จะพบสตรีผู้เป็นแม่จะริบหรี่ แต่ในที่สุดความพยายามของก็เป็นผล บัดนี้เธอได้มายืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านของ ผู้ที่ให้กำเนิดเมื่อยี่สิบสามปีที่แล้ว หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอด และกลั้นไว้ ก่อนเอื้อมมือกดกริ่ง...


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 10717
  คนชอบเขียน

21 สิงหาคม 2555
....แม่ต้องเข้าๆออกๆโรงพยาบาล ติดต่อกันมาเกือบ 5 ปี ในที่สุด เมื่อร่างกายของแม่อ่อนเปลี้ยเต็มที่ ท่านได้ร้องขอให้พ่อพากลับบ้าน โดยหวังว่าจะมาตายในบ้านของเรา บ้านที่แม่...รักนักหนา เพียงสองวันที่มาถึงบ้าน แม่ก็สิ้นใจลง ตลอดระยะเวลานั้น พ่อได้อยู่ใกล้ชิดกับแม่ กุมมือแม่ไว้ตลอด ตัวเองไม่ได้หลับนอน เหนื่อยนักก็นั่งซบหน้าลงกับที่นอนของแม่ จนแม่จากไป พ่อร้องไห้...เหมือนใจจะขาด! ระหว่างงานศพของแม่ พ่อนั่งฟังพระสวดเหมือนหุ่นยนต์ จิตใจเลื่อนลอย ร่างกายของท่านดูสั่นไหวตลอดเวลา มือสั่นเทิ้ม เหมือนควบคุมตัวเองไม่ได้ เพื่อนฝูงของพ่อ มองดูด้วยความเวทนาสงสารพ่อเป็นอย่างยิ่ง งานศพก็ผ่านไปด้วยดี สวดครบเจ็ดวันก็เผาทันที! ผมถามพ่อว่าทำไมถึงเผาแม่เร็วอย่างนี้ ท่านตอบว่า เพื่อให้เป็นคำสั่งของแม่ ที่ท่านจะให้พ่ออยู่อย่างเข้มแข็ง เพื่อดูแลผมต่อไป ผมเคยเล่าเรื่อง “ความรัก” ของพ่อกับแม่ ให้คนที่ผมคิดจะรักฟัง เมื่อเธอพบพ่อกับแม่ผม และไปมาหาสู่สนิทสนมกัน เธอเห็นด้วยกับผมทุกประการ....


จำนวนผู้ตอบ 19 | จำนวนผู้อ่าน 9537
  บุญนำพา...กลับมาถึงถิ่น

23 กรกฎาคม 2555
....เพลงที่ผมได้ยินตอนเช้าวันนั้น ไม่ได้ฟังมานานนับทศวรรษปีแล้ว เป็นเพลงของ คุณ รวงทอง ทองลั่นธม เจ้าของฉายาเสียง “น้ำเซาะทราย” ที่ขึ้นต้นว่า คุณคิดดูซิว่าคนไหน รักคุณรักยิ่งจริงใจ อยู่ที่ไหนกันเล่า คนไหน ที่รักภักดีคอยเฝ้า หลงติดตามเหมือนดังเงา เฝ้าคอยเฝ้ารักดังใจ.... เพลงนี้ชื่อ “ไม่ใกล้ไม่ไกล” นี้ คุณรวงทองฯ เธอร้องได้หวานซึ้ง ไพเราะจับใจผม เหลือเกิน! คำว่า “ไม่ใกล้ ไม่ไกล”นั้น ทำให้นึกถึงคำว่า “ใกล้-ไกล” ซึ่งหยิบเอามาเล่นคำได้มากมาย เช่น อยู่ไกลเหมือนใกล้ อยู่ใกล้เหมือนไกล แม้ฟังดูจะเป็นเรื่องของระยะทางก็จริง แต่หากพูดกันให้ยาวต่อไป อาจเลยถึงเรื่องจิตใจของคน ที่หมุนแปรเปลี่ยนไปได้ตามระยะทาง อย่างไรก็ดี คำว่า “ไกล” นั้น ทำให้ผมคิดถึงคนที่ไปอยู่ “ไกลบ้าน” เหมือนท่านผู้อ่านอีกลายท่าน ที่แฟนประจำคอลัมน์นี้ ที่อยู่แดนไกลอีกหลายท่าน ที่เป็นแฟนคอลัมน์นี้ แต่อยู่ในแดนไกล การที่คนไทยจากบ้านไอยู่แดนไกล เรื่อง “โรคคิดถึงบ้าน” ที่ฝรั่งว่า Home sick คนไทยเราก็ไม่น้อยกว่าชาติอื่น เพราะเรื่องการรักถิ่นฐานบ้านเกิดนั้น เป็นเรื่องธรรมดาของผู้คนบนโลกใบนี้....


จำนวนผู้ตอบ 12 | จำนวนผู้อ่าน 9390
  โปรดเถิดดวงใจ โปรดได้ฟังเพลง...นี่ก๊อน!!!

24 มิถุนายน 2555
....มีหลักฐานที่สำคัญว่า ภาษากรุงเทพนั้นเป็นภาษาไทยปนกับสำเนียงจีนแต้จิ๋ว เพราะเมื่อรัชกาลที่ 1ทรงสร้างกรุงเทพ ตอนนั้นผู้คนในกรุงเทพมีอยู่เพียงหนึ่งแสนคน มีคนไทยแท้ๆเพียงสองหมื่นคน นอกนั้นเป็นคนเชื้อชาติอื่นมีทั้งจีน มอญ แขก และชาติอื่นๆที่คำกลอนมักเรียกว่า “จีน จาม พราหมณ์ แขก” ในชนเชื้อสายอื่นนี่เอง มีคนจีนมากกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ และเป็นจีนแต้จิ๋วเกือบทั้งสิ้น ภาษากรุงเทพจึงมีสำเนียงจีนแต้จิ๋วปนอยู่มาก จนกลายเป็นสำเนียงที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน นี่เองกระมังที่คนแถบกาญจนบุรี ราชบุรี มักบอกว่า “คนกรุงเทพฯ พูด...เยื้อง” คือ พูดสำเนียงไม่ตรง หรือถูกต้องนั่นเอง! นอกจากสำเนียงจีนแต้จิ๋ว ที่ทำให้ภาษากรุงเทพเพี้ยนไป ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งคนไทยไม่ค่อยทราบ นั่นคือ “การจดบันทึก” ที่อาจเพี้ยนไป และทำให้ประวัติศาสตร์อาจคลาดเคลื่อนได้ เพราะเสียงผู้บอกให้จดบันทึกเป็นเหตุ ตรงนี้ขอขยายว่า การจดประวัติศาสตร์หรือพงศาวดารสมัยก่อนนั้น ผู้มีอำนาจหรือผู้มีหน้าที่บันทึกพงศาวดาร จะบอกให้เสมียน หรือทนายหน้าหอเป็นผู้จด ซึ่งมักทำตอนกลางคืน ใช้แสงไฟจากไต้หรือตะเกียง ท่านผู้บอกก็จะ “เคี้ยวหมาก” ปากก็บอกให้จดไปด้วย เสมียนหรือทนายหน้าหอก็จะจดตามคำบอก การเคี้ยวหมากทำให้พูดไม่ชัด....


จำนวนผู้ตอบ 6 | จำนวนผู้อ่าน 9537
  “ดูตัว”

21 พฤษภาคม 2555
....การพบและแต่งงานกับเนื้อคู่ของ “ครูน้ำมนต์” ค่อนข้างไม่เหมือนใคร เพราะผู้มาเป็นสามีของนั้น เคยดูเธอเล่นละครร้องเพลงแล้วชอบ แต่โอกาสยังไม่เปิด ให้ฝ่ายชายได้พบนางเอกในชีวิตจริงของตัวเองในตอนนั้น วันหนึ่ง“ครูน้ำมนต์” ไปแสดงละครเวที พอเลิกแล้วมีผู้ชายผู้หญิงสูงอายุคู่หนึ่งเข้ามาพบ มอบช่อดอกไม้ให้เธอ แล้วบอกว่า ลูกชายของผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน ชอบน้ำเสียงร้องเพลงและการแสดงของเธอ และได้ฝากดอกไม้มาให้ด้วยพร้อมกับนามบัตรของชายหนุ่มซึ่งเป็นบุตร “ครูน้ำมนต์” ได้ให้สัมภาษณ์ผู้ดำเนินรายการทางโทรทัศน์ว่า ถึงได้รับดอกไม้แล้วก็ตาม แต่ไม่ได้สนใจฝ่ายชายนัก เพราะเห็นว่า ประหลาดที่เขาไม่ได้หาทางมาพบเธอด้วยตนเอง หากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองสูงอายุมากแล้ว นำความมาบอกกล่าวแทน ตัวเธอเองกลับคิดว่า ลูกชายของท่านทั้งสองน่าจะอายุเยอะแล้ว แถมยังไม่ได้แต่งงานด้วย จะเป็น “เกย์”หรือเปล่าก็ไม่รู้? “ครูน้ำมนต์” พุดเองนะครับ! คงเป็นอย่างที่พระท่านว่า เป็นเรื่องของ “ปุพเพกตปุญญตา” ที่ทั้งสองเคยทำบุญร่วมกันไว้แต่ชาติปางก่อน ในที่สุดสองหนุ่มสาวได้พบกันในงานหนึ่งของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งฝ่ายชายทำงานอยู่ และ “ครูน้ำมนต์” ต้องไปปรากฏตัว ฝ่ายชายได้เข้ามาแนะนำตัวเอง กับ “ครูน้ำมนต์” และในที่สุดความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวทั้งสอง ได้สานขึ้นเป็นใยรัก...


จำนวนผู้ตอบ 33 | จำนวนผู้อ่าน 10965
  น้องจับมือพี่มือ ต่างสองร่วมถือ สาระพีเดียวกัน!

22 เมษายน 2555
....วันหนึ่งเป็นงานบุญวันออกพรรษานั้น ตอนนั้นผมยังเป็นนายตำรวจหนุ่มแน่น รูปร่างหน้าตายังดีอยู่ แถมเคยเล่นละเม็งละคร เป็นตัวเอกกับเขาอีกต่างหาก ถึงกระนั้นก็คงไม่เตะตาสาวสมัยนี้ เพราะถึงยุคนี้เขาฮิตฮอทหน้าตาแบบตี๋ รวมทั้งตี๋ญี่ปุ่น ตี๋เกาหลี แต่หน้าตาอย่างผมในตอนนั้น กลับไปเตะตาสาวเชื้อจีนเสียส่วนใหญ่ ไม่รู้เป็นยังไง กับ “หมวย” นี่ ถูกกันดีจังเลย! จึงได้มีโอกาสไปรู้จัก แม่ค้าซ่าหริ่มบัวลอยไข่หวานและขนมหวานน้ำแข็งอื่นๆ เธอมีทั้งอาเตี่ย อาม้าเป็นคนจีน หน้าตาขาวสะสวยเหมือน มีส เก้อ หล่าน นางเอกฮ่องกงที่รูปร่างเขย่าหัวใจหนุ่มกรุงเทพยุคนั้น นางเอก เก้อ หล่าน ผู้นี้เธอบินมาเล่นหนังไทยเรื่อง “กตัญญูประกาศิต” มี สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ เล่นเป็น “ไอ้ปิง” ฉายา “เสือขาว” หนุ่มลูกจีนเสือร้ายย่านเยาวราช โดยมี “พันคำ” เล่นเป็นสารวัตร พุฒฯ เป็นภาพยนตร์ที่ดังมาก ๆ ในอดีต หนังเรื่องนี้ถอดออกมาจากชีวิตจริง ของนายตำรวจมือปราบคนสำคัญคือ พันตำรวจเอก พุฒ บูรณสมภพ...


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 10705
  ชื่อนั้น...สำคัญแน่ๆ!!!

20 มีนาคม 2555
....คุณภรภัทรฯ หรือคุณแดง นั้น เป็นสาว ต.จ.ว. เพราะเธอมาจาก “เมืองอกแตก” คือ จ.พิษณุโลก จำได้ว่า คุณแดงเปลี่ยนชื่อจริงมาแล้วหลายครั้ง (แต่ดูเหมือนยังไม่เคยเปลี่ยน ‘ชื่อเล่น’) ล่าสุดนั้น ดูจะมาถูกโฉลกกับชื่อ “ภรภัทร” เพราะแม้อายุเธอจะมากขึ้น แต่ความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน กลับงอกงามเปล่งปลั่ง ราวกับกุหลาบพันปี แม้วัยจะโพล้เพล้แล้ว แต่ยังมีงานให้ทำ มากกว่าเมื่อครั้งยังเป็นสาวรุ่นเสียอีก! ที่กล่าวอย่านั้น เป็นเพราะเธอได้เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งโทรทัศน์และวิทยุ หลายรายการ จะมีเวลาหยุดเลี้ยงหลาน ก็แค่เสาร์-อาทิตย์เท่านั้น สำหรับคุณสุวิช สุทธิประภา คู่หูของคุณแดง ไม่ได้เปลี่ยนชื่อ แต่ชื่อที่ใช้อยู่นั้น “สุ” แปลได้ว่า ดี ส่วน “วิช” นั้น ในพจนานุกรมไทยฉบับล่าสุด ไม่มีคำๆนี้ปรากฏอยู่ แต่น่าจะ เป็นคำย่อมาจาก “วิชชา” ซึ่งแปลว่า ความรู้แจ้ง นั่นเอง ดังนั้น ชื่อ “สุวิช” น่าจะแปลได้ว่า “วิชชาดี” หมายถึง“วิชชา 3” ตามพระบาลี ชื่อของคุณสุวิช ที่แปลความได้ว่า “วิชชาดี”นั้น ไม่เห็นมีอะไรที่เกี่ยวกับ “น้ำ” เลยกันน้ำท่วมบ้านไม่ได้ เพราะบ้านของคุณสุวิชที่หมู่บ้าน “เมืองเอก” ประสพอุทุกภัยขนาดหนัก เมื่อปีที่ผ่ามา จนแปรสภาพจากหมู่บ้าน กลายเป็น “เมืองบาดาล” ไป คุณสุวิชเจ้าของบ้าน ต้องระทมทุกข์ น่าเห็นใจมาก!...


จำนวนผู้ตอบ 163 | จำนวนผู้อ่าน 12696
  วิชามาร

23 กุมภาพันธ์ 2555
....ในกลุ่มตำรวจนั้น บางครั้ง “วิชามาร” จำเป็นยิ่งกว่า “วิชาการ” เพราะต้องใช้เพื่อให้บรรลุจุดมุ่งหมาย ซึ่งอาจนำมาซึ่งความสงบสุขในสังคม หรืออาจเป็นเรื่องการช่วยเหลือผู้คน แม้จะไม่ค่อยถูกต้องนัก อยากยกตัวอย่างบางเรื่อง ให้ท่านเห็นกันชัดๆ เช่น ชายหนุ่มคนหนึ่งไปติดพันสาวน้อยน่ารัก แต่ปรากฏว่ามีนักการเมืองวัยกลางคนมีลูกมีเมียแล้ว มาติดพัน เป็นคู่แข่ง อย่างนี้หากไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญวิชามาร อย่างนายตำรวจรุ่นพี่ที่สนิทสนมกับผมคนหนึ่ง ท่านก็อาจแนะนำว่า “โทรไปฟ้อง ‘เมียหลวง’ มันซีวะ!” บางครั้งท่านอาจแนะนำผู้ที่มาปรึกษา ให้เขียนจดหมายไปบอกลูกๆของฝ่ายชายที่โรงเรียน ว่า “คุณพ่อหนูกำลังไปติดสาว (ชื่อ…ที่อยู่) นะ พี่หวังดีกับครอบครัวหนูนะ เลยต้องบอกหนูให้รู้ไว้...พี่บอกหนูคนเดียวเท่านั้น รู้แล้วอย่าไป บอกคุณแม่นะจ๊ะ!” ไม่ได้เขียนจดหมายใส่ซอง ส่งถึงเด็กลูกค่าแข่งโดยตรง หากแต่เขียนตัวโตๆ ใส่ไปรษณียบัตร ส่งไปที่โรงเรียนของลูกนักการเมืองคนนั้นเรียนอยู่ เดี๋ยวเดียวเท่านั้น...ข่าวก็หึ่งทั้งโรงเรียน เพราะคนเห็นกันทั่ว ผลเป็นอย่างไร เห็นจะไม่ต้องบอก? เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ!...


จำนวนผู้ตอบ 13 | จำนวนผู้อ่าน 9864
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER