หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
  กับแกล้มไทย ไฉไลกว่าฝรั่ง

20 มกราคม 2555
....สำหรับคนแถบเอเชียนั้น ถือว่ากับแกล้มเป็นเรื่องสำคัญ ไม่แพ้อาหารจานหลัก คนญี่ปุ่น เกาหลี ระหว่างกินเหล้ากินเบียร์ ก็มีจำพวก “ยำ” ที่สั่งมากินเป็นกลับแกล้มนับร้อย ชนิด ถ้วยเล็กถ้วยน้อยเต็มไปหมด ผมเคยเรียนหนังสืออยู่ญี่ปุ่น ยังจำได้ไม่กี่ชื่อ กับแกล้มของเกาหลีและญี่ปุ่นนี้ จะว่าไปก็มีความคล้ายคลึงกันมาก แต่เมืองของจอมนางในวังหลวง รสชาติจะเข้มข้นกว่ามาก เพราะคนเกาหลีกินเผ็ด มากกว่าคนญี่ปุ่นนัก นอกจากเป็นพวกยำของทะเลประเภท สาหร่าย หอย หมึก และปลาแล้ว ยังมีพวกพืชอื่นๆประเภทผักยำอีก ไม่ได้น้อยหน้าไปบรรดา “ยำ” ทั้งหลายของบ้านเราเลย ส่วนกับแกล้มบ้านเรานั้น จัดได้ว่ายอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในโลก มีร้อยสีพันอย่าง พลิกแพลงได้สารพัด แต่ตอนที่ผมยังเป็นเด็กอยู่นั้น ที่พบเห็นเป็นประจำคือ “ไก่สามอย่าง” เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยพบในเมนูบ้านเราแล้ว นอกจากเป็นร้านเก่าแก่จริงๆ...


จำนวนผู้ตอบ 15 | จำนวนผู้อ่าน 26499
  “ไม่ได้สูง…เกินฝัน!”

21 ธันวาคม 2554
..เขาเล่าถึงการผจญภัยให้เพื่อนฟังตามประสาเด็กๆ แต่ได้ยืนยันหนักแน่นว่า จะไม่มีวันไปปีนภูเขาเอเวอเรสต์ ตามความตั้งใจเดิมแล้ว โดยให้เหตุผลสั้นๆว่า “เหนื่อยว่ะ!” อย่าว่าแต่เพื่อนเลย ข่าวนี้มันยังเร้าใจเด็กอย่างผมเสียเหลือเกิน ยังจำได้ว่าแม้ ตัวเองก็ยังเคยนอนฝันว่า เดินฝ่าลมหนาวและพายุหิมะ ย่ำไปบนทางลาดชันที่ลื่นและอันตราย บนภูเขาเดียวกันกับที่ท่านเซอร์ และสหายชาวเชอร์ปา ทำสำเร็จมาแล้ว ไม่ได้ฝันครั้งเดียวด้วย แต่ฝันถึงหลายครั้งทีเดียว บางครั้งก็ฝันว่า ตัวเองกำลังห้อยโหนกวัดแกว่ง อยู่กลางหน้าผาสูงชัน น่าหวาดเสียว แถมบางคืนยังฝันไกลไปว่า ตัวเองพิชิต ยอดเขาเอเวอเรสต์...ได้สำเร็จอีกแน่ะ!! ขนาดนั้นทีเดียวเชียว...ไม่ได้พูดเล่นนะ!!!...


จำนวนผู้ตอบ 11 | จำนวนผู้อ่าน 9411
  ก่อนถึงวัน...ลาโลก

17 พฤศจิกายน 2554
...ความตายนั้นต้องมาเยือนเราทุกผู้ทุกนาม ไม่ช้าก็เร็ว แต่ความตายอย่างคาดไม่ถึงหรือตายโดยฉับพลันทันด่วน เป็นเรื่องที่คนอยู่เบื้องหลังทำใจยาก ชีวิตตำรวจนั้น ทำให้ผมพบเห็นความตายอย่างคาดไม่ถึงหลายต่อหลายครั้ง ที่สะเทือนใจมากก็คือ ความสูญเสียของพ่อแม่ที่มีลูกคนเดียว มาส่งลูกเรียนที่มหาวิทยาลัยต่าง จังหวัด ซึ่งเป็นท้องที่ซึ่งตัวผมเป็นผู้บังคับบัญชาอยู่ ยังไม่ทันพ่อแม่จะไปขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ กำลังเก็บของออกจากโรงแรมไปสถานีรถไฟ ลูกซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์เพื่อน เพื่อไปซื้อของให้พ่อแม่ เอาไปฝากญาติที่ กรุงเทพฯ กลับถูกรถบรรทุกชนตายคาที่ เมื่อผมไปพบพ่อแม่ของเด็ก ปรากฏว่า ‘ช็อก’ทั้งคู่! ครั้งนั้นเอง ทำให้ผมก็ตระหนัก ถึงคำของกวีไทย ที่พูดว่า “ร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ” นั้นเป็นอย่างไร ...


จำนวนผู้ตอบ 4 | จำนวนผู้อ่าน 9666
  จังหวะและสัมผัส ที่หายไป! (“นมไม่ดี กะหรี่เก่าๆ!!”)

18 ตุลาคม 2554
...วันนี้ ขอชักชวนให้ท่านผู้อ่าน ผนึกรวมกำลังช่วยกันเรียกร้อง เอาของดีๆอย่างบทอาขยาน ของเมืองไทยกลับมาสู่สังคมเยาวชนคนของชาติ ไม่ปล่อยให้มันสูญหายไป นำมาไว้ เป็นเครื่องย้อมจิตใจลูกหลาน ให้มีความนุ่มนวลอ่อนละมุน ขัดเกลาจิตใจให้เขาเหล่านั้นเป็นคนดีศรีสังคม การปล่อยให้สูญหายไป โดยไม่มีความพยายามรักษามรดก ความดีงามในอดีตชองชาติเอาไว้ อย่างเรื่องของ Rhythm and Rhyme ที่กำลังจะหายไป หากนำไปเปรียบกับคำ ขวัญของจังหวัดสุราษฎร์ ก็เหมือนเราไม่เอาใจใส่ ปล่อยเกาะทั้งร้อยให้รกรุงรัง ไม่พัฒนาพันธ์เงาะโรงเรียนที่เอร็ดอร่อย ทำให้รสชาติไม่ดีขึ้นแต่กลับด้อยลง และไม่เอาใจใส่ ทำนุบำรุงพันธ์ หอยนางรม ที่โตใหญ่จนคนลือ ดังคำขวัญที่ว่า “เมืองร้อยเกาะ เงาะอร่อย หอยใหญ่...” ก็อาจต้องถูกเปลี่ยน ให้กลายเป็น “เมืองรกเกาะ เงาะกร่อย หอยลีบ!!!” ....


จำนวนผู้ตอบ 6 | จำนวนผู้อ่าน 8789
  ตดแหลก แตกระเบิด!!! (‘ตดต่อ’ ภาค 2)

28 กันยายน 2554
...การแสดงของฝรั่งคนนี้ไม่มีอะไรมาก พอเปิดฉากเจ้าตัวก็ถอดกางเกง หันตูดไปทางคนดู แล้วก็เริ่มตดทำเสียงต่างๆ จบลงด้วยการตดส่งคำรามเสียงดูน่ากลัว แค่นี้ผู้คนหัวร่อกันงอหาย ชักดิ้นไปตามๆกัน นี่เป็นเรื่องตดได้เงิน! แต่สุดท้าย จุดจบของนักตดผู้เกรียงไกรคนนี้ ก็ถึงแก่การต้องปิดฉากลง ตามกฎแห่งสังสารวัฏ วันหนึ่ง เมื่อเริ่มชราลงแล้ว จอมคนตดนี้ ออกแสดงตามปกติ ม่านเปิด ตะแกโค้งคนดู และหันตูดไปทางท่านผู้ชมเหมือนทุกครั้ง เขาตดออกจริง แต่เสียงกลับไม่ดัง เพราะหูรูดหย่อน ทำให้หมดกำลังและความสามารถในการขมิบเข้า ขมิบออก จึงไม่สามารถบังคับหูรูด เค้นบีบเสียงให้ดัง ปล่อยให้ค่อย กำหนดช่วงห่างและถี่การผายลม จนไม่สามารถบรรเลงเพลงตดทางตูดได้เหมือนเดิม เหมือนนักมวยที่หมดสภาพ ! นั่นคืออวสานของ จอมตด ผู้ร่ำลือของโลกใบนี้ ซึ่งจบลงอย่าง ตดไม่ออก!!....


จำนวนผู้ตอบ 10 | จำนวนผู้อ่าน 13677
  ตด ตด ตด...ตดแหลก!!!

06 กันยายน 2554
...มีนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่ง ที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจศึกษาเรื่องตดของมนุษย์ ท่านผู้นั้นคือMichael Levitt แห่ง Veterans Administration Medical Center ซึ่งศูนย์การแพทย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมือง Minneapolis สหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษาเรื่องตดมายาวนานกว่า ๓ ทศวรรษ เขาเพิ่งพบเมื่อ ๒๐ ปี ที่แล้วมานี่เองว่า ที่นักวิทยาศาสตร์เราเข้าใจกันมายาวนานว่า สารประกอบพวก indole และ shatole อันเกิดจากการสลายตัวของกรด amino ในกระเพาะ ทำให้ตดมีกลิ่นเหม็น คุณไมเคิล ลิวอิท คนนี้แหละครับ ที่บอกว่าไม่จริง คุณลิวอิท แถลงว่า ความเข้าใจเช่นว่านั้นคลาดเคลื่อน เพราะเจ้ากาซ H2S (hydrogen sulphide), methanethiol และ dimethyl sulphide นี่แหละครับ คือสารตัวการที่ทำให้ตดเหม็นร้ายกาจ โดยไม่มี indole และ shatole เข้ามาปะปนเลย นอกจากนี้คุณลิวอิท ได้ประกาศยืนยันครั้งสำคัญว่า ไม่ว่าจะหญิงหรือชาย ตดเหม็นพอๆกัน! เรียกว่าเสมอภาคอย่างแท้จริง!!...


จำนวนผู้ตอบ 12 | จำนวนผู้อ่าน 9778
  แหวนที่เคยประดับนิ้วก้อย

15 สิงหาคม 2554
...เมื่อเก็บกวาดทรัพย์สินแล้ว แต่ก็ยังไม่หนำใจพอ ไอ้พวกเหล่าร้ายมันยังบังคับให้เธอถอดแหวนให้ด้วย ถึงตรงนี้เธอไม่ยอม และเริ่มขัดขืน! เหล่าอาชญากรพวกนั้นมันโกรธ ทุบตีทำร้ายร่างกายเธอ ผู้ซึ่งเป็นผู้หญิงชราที่ไร้ทางต่อสู้ จนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งผมฟังแล้วให้ขัดเคืองมาก ที่ไอ้พวกเวรนี่มันใจร้าย ทำได้แม้กระทั่งหญิงสูงอายุที่ไม่มีทางสู้รบปรบมือกับมันได้ ทรัพย์สินอื่นๆที่มีอยู่จำนวนมากนั้น นักเขียนสูงวัยไม่สนใจ คนร้ายอยากได้ก็ให้มันเอาไป แต่เธอกลับขัดขืน เพื่อปกป้องแหวนทองวงน้อย ที่สวมติดมือเพียงวงเดียว แสดงว่า แหวนทองเกลี้ยงๆวงนั้น แม้คุณค่าจะน้อยในสายตาของคนอื่น แต่กลับสูงค่าในการเป็นตัวแทนความรักของเธอกับคู่ชีวิต ซึ่งจากไปรอเธออยู่กับพระผู้เป็นเจ้าแล้ว มันเป็นแหวนแต่งงาน! ...


จำนวนผู้ตอบ 51 | จำนวนผู้อ่าน 9961
  “แม่จ๋า...ลูกรักแม่จ้ะ!!”

25 กรกฎาคม 2554
...นี่เป็นสัญชาติญาณระหว่างแม่กับลูกในสัตว์ ลูกจะต้องเป็นฝ่ายเรียนรู้ และฝ่ายตัว แม่ก็จะต้องฟูมฟักถ่ายทอดประสบการณ์ เพื่อให้ลูกอยู่รอดปลอดภัยได้อย่างแข็งแรง เอาตัวรอดในโลกที่ตนอาศัยอยู่ให้ได้ ฉะนั้นสัญชาติญาณของแม่ที่ถ่ายทอดไปให้ลูก จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แม่ม้าลายในฝูงจะต้องเป็นผู้นำฝูง ในการเดินทางย้ายแหล่งหากิน ไปตามทุ่งหญ้าในแอฟริกา ระหว่างการเดินทางอันหฤโหดนั้น ฝูงม้าลายก็ต้องถูกตามล่า โดยสัตว์กินเนื้อที่มีเขี้ยว เล็บแหลมคม และบ่อยครั้งที่แม่ม้าลายต้องแปรรูปขบวนเป็นวงกลม เพื่อระวังภัย ให้ฝูง และตั้ง รับการจู่โจมของสัตว์เช่น เสือ สิงโตที่มีเขี้ยวเล็บอันทรงพลัง ความกล้าหาญในการมุ่งมั่น ที่จะระวังป้องกันฝูง อย่างเอาชีวิตเข้าแลก ทำให้สัตว์ที่มีพลังอำนาจมากกว่า ไม่กล้าที่จะจู่โจมฝูงม้า เมื่อพบกับการตั้งรับอย่างเหนียวแน่น ด้วยการเอาชีวิตตัวเข้าแลก เพื่อปกป้องลูกน้อยและฝูงของตน นี่คือความกล้าหาญ เสียสละที่ยิ่งใหญ่ของผู้เป็นแม่!...


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 9498
  จูบแล้วแช่ง!!!

05 กรกฎาคม 2554
...การจูบปากหรือจูบริมฝีปาก ด้วยการประทับริมฝีปากของสองฝ่ายชายหญิง ลงบนริมฝีปากของเพศตรงข้ามนั้น คนไทยเราคงไม่ได้ประพฤติกันมาแต่โบราณ เหมือนของฝรั่งหรือทำ คงจะไม่เป็นหรือไม่นิยมทำ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้ เพราะไม่เคยมีปรากฏในวรรณคดีของไทยเล่มไหนเลย ที่บอกตรงๆว่าตัวเอกของเรื่อง จูบกันที่ริมฝีปาก นอกจาก ถากไป...ก็ถากมาเท่านั้น! เรื่องการจูบปากนั้น น่าจะมีภายหลังจากที่ภาพยนตร์ฝรั่ง แพร่เข้ามายังเมืองไทยแล้วนั่นเอง คนไทยเห็นฝรั่งเอาปากชนกัน เลยลองทำตามบ้าง ครั้นเห็นว่าทำแล้วสนุกดี ก็เลยทำกันตามฝรั่งมา แต่การจูบปากเมื่อเริ่มยุคหนังไทยใหม่ๆ หรือ ยุค 16 ม.ม.นั้น ก็ยังไม่มีบทพิศวาส ถึงขั้นจูบปากกัน จนกระทั่งมาถึง ปลายๆยุคหนังสิบหกมิลลิเมตร ชักเริ่มมีการจูบปากกันกระเส็นกระสาย มามีมากเป็นปกติเอาตอนถึงยุคหนัง 35 ม.ม. นั่นแหละครับ !...


จำนวนผู้ตอบ 7 | จำนวนผู้อ่าน 10111
  ขี้หมา...ไม่ใช่เรื่องขี้หมา!!!

11 มิถุนายน 2554
... นอกจากนั้น ก็ยังมีเรื่อง ที่เจ้าของหมาเอาหมาออกเดินตอนเช้า ๆ ไม่ได้เดินออกกำลัง อย่างเดียว หากแต่เป็นการพาเดินไปถ่ายมูล ด้วย พูดภาษาชาวบ้านก็ “พาไปขี้”ตอนเช้านั่นเอง น่าแปลก เจ้าของไม่หัดให้หมา ขับถ่ายตอนเช้าที่บ้าน ต้องพาออกไปขี้นอกบ้าน แต่จะพาไปเดินให้ไกลจากหมู่บ้านสักหน่อยก็ไม่ได้ พอจูงหมาเดินออกจากบ้านได้ไม่เท่าไหร่ หมาก็ขี้หน้าบ้านเพื่อนบ้านบ้าง หรือมักไปขี้ในสนามส่วนกลาง ทำให้สนามเต็มไปด้วยขี้หมา หญ้าสวย ๆ เสียหายหมด เด็กๆจะใช้สนามตอนเย็น หรือตอนเช้าวันหยุดก็ไม่ได้ พ่อแม่ผู้ปกครองจะนั่งดูเด็กวิ่งเล่นในสนาม ก็ไม่ได้เพราะ เหม็นขี้หมา!...


จำนวนผู้ตอบ 8 | จำนวนผู้อ่าน 10809
  นิจจาโอ้ฟ้า...ยังร้องไห้

25 พฤษภาคม 2554
... “ฟ้าคลุ้มฝน” ของ ครูแก้ว อัจฉริยะกุล กับกับ เพลง“ปีศาจวสันต์” ของครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ คงชี้ชัดถึงความแตกต่างของนักแต่งเพลงทั้งสองท่าน ตามที่ผมเล่ามานี้ ได้เป็นอย่างดี เรื่องราวของ “เพลงสุนทราภรณ์” นั้น เราสามารถเรียนรู้ เขียนถึง พูดถึง ด้วยความสุข และสิ่งที่แฝงอยู่ในเรื่องราวของวงดนตรีวงนี้ ก็คือ ความรุ่งเรืองของดนตรีไทยยุคหนึ่ง ที่โด่งดังมาตั้งแต่ ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง และนาม “สุนทราภรณ์” ยังอยู่ในใจของคนไทย ยืนยาวนานจนบัดนี้ เพราะมีความงดงาม ทั้งในเรื่องวรรณศิลป์ คือมีความเป็นกวีนิพนธ์อยู่ในตัวเนื้อร้อง และดนตรีที่มีความไพเราะเพราะพริ้งอย่างมีเสน่ห์แบบไทยๆ วสันตฤดูมาเยือนเรา ตามวัฏจักรของธรรมชาติ ได้โปรยปรายความชุ่มฉ่ำผืนแผ่นดิน เฉกเช่นเดียวกับคุณงามความดี และเสียงเพลงอันไพเราะของ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และมิตรสหายของท่านอันมี คือครูแก้ว อัจฉริยะกุล ครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ร่วมกันรังสรรค์…


จำนวนผู้ตอบ 35 | จำนวนผู้อ่าน 9272
  สงคราม “เมียน้อย-เมียหลวง” ...ศึกอมตะ!

06 พฤษภาคม 2554
...สัปดาห์ที่ผ่านมา เรื่องราวของเมียน้อยเมียหลวงโด่งดังทั้งที่เป็นละครโทรทัศน์ ซึ่งชื่อของ “เรยา” เมียน้อยก็ดังกระฉ่อน คับฟ้าเมืองไทย ส่วนที่เป็นชีวิตจริง ก็มีการฟ้องร้องระหว่างเมียหลวง อดีตดาราดัง ซึ่งฟ้องสามีซึ่งเป็นบุตรอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ กับหญิงที่เป็น “กิ๊ก” ของสามี แต่ในคำฟ้องเรียกว่า “ชู้” เรียกเงินค่าเลี้ยงดู จากสามีกว่าร้อยล้านบาท สำหรับดาราหญิงที่ตกเป็นข่าว ไปพัวพันกับสามีของฝ่ายโจทก์ พลอยฟ้าพลอยฝนโดนเรียกค่าสินไหม เป็นจำนวนเงินสูง ถึง 20 ล้านบาท ละครชีวิตจริงของสามฝ่ายที่เกี่ยวข้อง อาจต้องอลหม่านกันไปอีกนาน และผู้เกี่ยวข้อง ต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านไปด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น และเป็นการพิสูจน์สัจธรรม ที่ว่า ความทุกข์เรื่อง “บ้านแตก” นั้น สาหัสนัก! วันนี้ ไม่ขอพูดเรื่อง “ดอกส้มสีทอง” เพราะมีผู้คนพูดกันมากแล้ว แต่อยากจะคุยถึงเรื่องสงครามระหว่าง “เมียน้อย-เมียหลวง” กับท่านผู้อ่านฟังกันบ้าง เพราะมีความเป็น “ศึกอมตะ” จะใส่คำว่า “นิรันดร์กาล” เข้าไปด้วย ก็คงไม่ผิดกติกาอันใด…


จำนวนผู้ตอบ 3 | จำนวนผู้อ่าน 9818
  “ ไอ้…คู่แค้น!”

20 เมษายน 2554
...เยาวชนในโลกของเรา ก็จะลืมไม่ได้กับหนูอีกตัวหนึ่ง คือ Mickey Mouse ที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู ของคุณตาวอล์ท ดีสนีย์ แต่ความที่หนูอย่างคุณ มิกกี้ เมาส์ นั้น ตัวของเธอเล็ก เวลาพูดอะไรที่จะให้ความหมายว่า “จิ๊บจ๊อย” บางครั้งใช้ฝรั่งเขาก็ใช้คำ Mickey Mouse เช่น นักเรียนประชาบาลมีโปรเจคปลูกผักสวนครัวไว้เป็นอาหารกลางวัน ก็ใช้คำว่า a Mickey Mouse project ได้คือเป็น “โปรเจ็กจิ๊บจ๊อย” เคยได้ยินมาว่า “ความริษยา” นั้นเหมือนหนู คืออยู่ในบ้านเราแล้วก็กัดกินข้าวของๆเราเอง ฟังดูแล้วก็คมคายดีไม่น้อยทีเดียว เพราะ “ความริษยานั้น ทำลายตัวเราเอง” ทำให้ผมนึกถึงคำแช่งด่าของชาวยิว หรือ Jewish Curse ที่แสนจะคมคาย ที่ว่า You should be like a house and your wife like a mouse . ซึ่งแปลตรงตัวว่า “ขอให้สูเจ้าเป็นเสมือนบ้าน และเมียของเจ้าเหมือนหนู" หมายความว่า แช่งให้เมียเหมือนหนู ที่กัดกินข้าวของในบ้านเสียหาย ทำให้บ้านสกปรกและทรุดโทรมลง หรืออีกนัยหนึ่งก็เป็นการแช่ง “ขอให้เอ็ง...พังเพราะเมีย !" นั่นเอง...


จำนวนผู้ตอบ 1271 | จำนวนผู้อ่าน 12923
  เสียงเพลงแห่งความหลัง

01 เมษายน 2554
...คนวัยนี้ส่วนใหญ่มักตื่นนอนกันกลางดึก อย่างผมสองทุ่มก็หลับแล้วพอตีสามครึ่ง ก็ตื่นโดยอัตโนมัติ ลุกมาดูโทรทัศน์ฟังเพลงและออกกำลัง ทำอย่างนี้มานานนับสิบปีแล้ว เพลงที่เขานำมาเปิดเมื่อคืนนี้ ตอนขึ้นต้นเขาบอกว่า “ยามเมื่อลมผสมเพลงพา เสียงเธอแว่วมาจากฟ้าเบาๆ เหมือนดั่งเธอละเมอรักเก่า เพลงแห่งความหลังเรากล่าวความร่ำไป...” ชื่อเพลงเขาบอกตามเนื้อว่า “เพลงแห่งความหลัง” เพลงนี้ตรงตามสูตรเผงเลย คือ “แก้วเนื้อ...เอื้อทำนอง” หมายความว่า ครูแก้ว อัจฉริยะกุล ประพันธ์คำร้อง ครูเอื้อ สุนทรสนาน เป็นผู้ให้ทำนอง ซึ่งผมชอบตรงท่อนจบมาก เนื้อเพลงเขาบอกว่า “เสียงเพลงแห่งความหลัง เจ้าก็ยังภวังค์หรือนั่น โอ้ที่แท้เป็นแต่ความฝัน รักเราผูกพันเพ้อรำพันอยู่เดียว” เพลงแห่งความหลังของแต่ละคนนั้น ก็มีแตกต่างกันไป คือพอเพลงขึ้นแล้ว มันมากระทบจิตใจของตัวเอง ทำให้นึกย้อนเรื่องราวไปถึงอดีตเก่าๆได้...


จำนวนผู้ตอบ 2225 | จำนวนผู้อ่าน 15756
  ถึงคุณอ้วนแค่ไหน...ผมก็จะรัก!!!

13 มีนาคม 2554
...ที่บอกว่า มีความเห็นใจคุณหนูดุจดาว สมิทธีร์ เป็นอย่างมาก ก็เพราะคำสัมภาษณ์ของเธอ ที่บอกว่าผู้คนที่เห็นรูปร่างขนาด 48-43-54 (นิ้ว) แล้ว พวกที่ไม่มีมารยาทมักจะพากันนินทา ซึ่งเธอเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ ว่า “เดิมทีเรากังวลกับความอ้วนที่ลดแล้วลดอีก ลดด้วยวิธีไหนก็ไม่เคยได้ผล ลดจนขี้เกียจดิ้นรนที่จะลดแล้ว ความทุกข์มันเกิดจากการที่คนอื่นมองเรา เหมือนเราเป็นตัวประหลาด เป็นตัวตะกละ เราไม่เคยมั่นใจในตัวเราได้เลย เวลาเห็นสายตาของคนอื่น จนกระทั่งในปี ๒๕๔๒ ดาวตัดสินใจลงสมัครประกวดธิดาช้าง ของสวนสามพรานไม่ได้คิดอะไร คิดว่าไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เห็นคนอื่นเขายังประกวดกันได้ เราก็เลยตัดสินใจลองประกวดกับเขาบ้าง ตอนนั้นก็ได้ตำแหน่งรองธิดาช้าง” ตั้งแต่เธอมีตำแหน่ง สายตาที่ใครต่อใครมองเธอก็เปลี่ยนไป เธอบอกว่า “คิดแล้วบางทีก็น่าขำ ว่าคนเรานี่นะ... แต่คิดอีกทางก็ช่างเถอะ ต่างจิตจ่างใจ เราจะไปกะเกณฑ์ให้ใครมองเราอย่างไรก็คงไม่ได้ เคยเจอประเภทที่นินทาเราเสียงดังมาก แบบว่าเพิ่งจะเดินสวนกันยังไม่ทันพ้นไปไหนเลย ก็นินทากันแล้ว ไม่มีการหรี่วอลุ่มเลย ดาวก็เลยหันไปมอง เขาก็เงียบ" ตรงนี้แหละครับที่สำคัญ และประทับใจผมอย่างยิ่ง เรื่อง ‘การนินทาแบบ ไม่หรี่วอลลุ่มกันเลย’ ขนาดคนยังไม่ทันจะเดินคล้อยหลังก็เอาเสียแล้ว การนินทาแบบนี้มันช่างขาดความเมตตาเอามากๆทีเดียว แต่ธิดาช้างอย่างคุณดุจดาวนั้น ผมเล่าว่าน้องชายของผมวิจารณ์เอาไว้ดี จึงเขียนเอาไว้ ว่า ...คุณผู้หญิงที่ “หนัก” แต่ “หวาน” คือหน้าหวานอย่างคุณดุจดาวฯนั้น น้องชายของผมเปรียบเทียบไว้ดี คือเขาบอกว่า เธอเหมือน “น้ำตาลปึก” ของไทย ไม่ใช่ “น้ำตาลทรายขาว” ฟอกสีแบบฝรั่ง คือเป็น“น้ำตาลปึก” ทั้งหนาและทั้งแน่น!


จำนวนผู้ตอบ 5 | จำนวนผู้อ่าน 9074
  ถามตรงๆ ‘คุณรักฉัน’ หรือเปล่าคะ!?

23 กุมภาพันธ์ 2554
เจอบันทึกของสามีพูดถึงความรักที่มีต่อหญิงคนหนึ่งซึ่งฉันไม่เคยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกนั้น เราทำงานที่เดียวกันทั้ง 3 ฉันรู้สึกแย่มาก... เจ้าของกระทู้ใช้ชื่อว่า คุณแอน โพสไว้เมื่อ วันที่ 23สิงหาคม 2548 อ่านแล้วตั้งใจเลยว่า จะต้องเขียนเรื่องนี้ให้ จึงขอตัดตอนมาดังนี้ “ฉันรู้สึกแย่มากๆ เพราะบันทึกที่ฉันได้อ่านก่อให้เกิดการได้เปรียบเทียบ ทั้งๆที่ที่ผ่านมาฉันก็ไม่เคยสัมผัสถึงความรักอยู่แล้ว และเขาก็ไม่เคยบอกรักฉันเลยสักครั้งตั้งแต่แต่งงานกันมา ฉันเคยถามเขาก็ตอบว่าให้ดูเอาเอง… ....แต่กับบันทึกเล่มนั้นเขาพร่ำอยู่เสมอว่า รักเหลือเกิน เขาบ่นว่า หญิงคนนั้นคือ ชีวิตจิตใจของเขา แต่เวลาก็ผ่านมาแล้วบันทึกฉบับนั้นปี 43 ซึ่งเขาแต่งงานกับฉันปี 46 เรารู้จักกันเพียง 6 เดือน เขาไม่แคร์ความรู้สึกของฉัน....” 1#ตรงนี้ผมรู้สึกประหลาดใจเป็นอันมากว่า ทำไมคุณแอนเธอถึงยอมแต่งงานกับคุณผู้ชายสามี ผู้ที่ไม่เคยบอกรักเธอสักครั้ง (แถมมารู้ภายหลังว่า เขาแอบรักเพื่อนเธอ ทำให้หัวใจสลาย!) เพราะผมกลับมีความเห็นว่า เรื่องความรักนั้นสำคัญมาก การบอกรักอาจไม่จำเป็น หากเป็นก


จำนวนผู้ตอบ 7 | จำนวนผู้อ่าน 10483
  อย่าเอาอย่าง ‘ผู้ว่าฯ-บ้าร้อง’!?

05 กุมภาพันธ์ 2554
…ท่านผู้สูงอายุเหล่านั้นล้วนมีความสุขดี แม้แต่วันฝนตกฟ้าร้องอย่างไร ไม่ได้เป็นอุปสรรคเพราะบรรดาสมาชิกเหล่านี้หาได้ท้อถอย และไม่ยอมขาดกิจวัตรที่สำคัญ คือการมาชุมนุมร้องเพลงที่สวนสาธารณะเก่าแก่แห่งนี้กันเลย การร้องเพลงนั้น หากร้องอยู่ในบ้านคนเดียว หรือร้องให้ฟังกันในหมู่ญาติพี่น้อง ถ้าไม่ได้เป็นการแหกปากร้องตะโกน ให้คนข้างบ้านเขารำคาญ เอาเข้าของเขวี้ยงเข้ามาในบ้าน ก็นับว่าเป็นของดีมีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม การร้องเพลงที่ไม่ค่อยจะถูกกาลเทศะบางกรณี ทำให้ผู้คนเขารำคาญก็มี อย่างจดหมายที่จะนำมาเสนอกับท่านผู้อ่านต่อไปนี้ ผมได้รับสำเนาซึ่งส่งมาถึงผมหลายปีแล้วและยังเก็บไว้ เพราะเห็นว่าอ่านทีไรแล้วต้องอมยิ้ม จดหมายฉบับนี้ มาจากผู้ใช้ชื่อว่า “คนขี้รำคาญ” ซึ่งส่งถึงท่านอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็น guru ทางกฎหมาย มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของคนทั้งประเทศ และมีเว็บไซด์ตอบปัญหากฎหมายด้วย แต่ท่านอาจารย์ไม่ได้นำจดหมายฉบับนี้ ลงในเว็บของท่าน ผมเห็นว่าเขาอุตส่าห์ส่งสำเนามาให้ด้วย คิดว่าจะนำมาลงให้ท่านผู้อ่านได้ดูกัน แต่รออยู่นานเพราะไม่รู้ว่าจะไปขออนุญาตเขาที่ไหนได้ วันนี้จึงตัดสินใจว่า จะต้องนำมาให้ท่านได้อ่านกัน ด้วยเห็นว่าไม่เสียหายอะไร แค่ดัดแปลงจดหมายนิดๆหน่อยๆ เพื่อไม่ให้ไปล่วงเกินผู้อื่นเขา ส่วนท่านอ่านแล้ว จะมีความเห็นอย่างไร ก็เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน จดหมายเขาว่าเอาไว้ อย่างนี้ครับ….


จำนวนผู้ตอบ 750 | จำนวนผู้อ่าน 10153
  ถ่านไฟฉายตรากบ กับภาษามือ

18 มกราคม 2554
นคร มังคลายน หรือ “ครูนคร” ผู้แต่งเพลงโฆษณาถ่านไฟฉายตรากบนั้น เป็นผู้ที่มีความสามารถในหลายด้าน ถึงขั้น “อัจฉริยะ” ทีเดียว เพราะสามารถแต่งเพลง และร้องเพลงที่แต่งขึ้นได้เป็นอย่างดี คนที่แต่งเพลงและร้องเองนั้น หาได้ยากจริง และเพลงที่ท่านแต่งให้คนอื่นร้อง หลายเพลงก็เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่คนไทย อย่างเช่นเพลงชื่อ “บางปะกง” ที่ขึ้นต้นว่า “ฝั่งชายน้ำบางปะกง ยามแสงอาทิตย์อัสดง ใกล้จะค่ำลงแล้วหนา แต่บางปะกงนั้นยังคง สวยงามตา คราใกล้สนธยา ยิ่งพาให้เราสุขสันต์” ใครจะรู้บ้างว่า “ครูนคร” เป็นผู้แต่งและใช้เวลาแต่งเพียง 15 นาที เท่านั้น เหตุที่แต่งเพลงนี้ ก็เพียงเพราะท่านขับรถผ่านแม้น้ำ บางปะกงในยามเย็น พระอาทิตย์ใกล้จะตก ทำให้เกิดอารมณ์ซาบซึ้งกับภูมิทัศน์ จนหลั่งไหลออกมาเป็นเพลงทั้งเนื้อร้องและทำนอง และได้ให้คุณเพ็ญศรี พุ่มชูศรี ขับร้อง จนกลายเป็น เพลงดังระเบิดระเบ้อไปเลยทีเดียว “ครูนคร” ก็ทำได้เป็นอย่างดีอีกหลายเรื่อง เช่นการเต้นรำ ท่านก็อยู่ระดับแชมป์ ไดถ้วยใหญ่มาแล้วหลายครั้ง การแสดงละเม็งละคร จำอวดหรือละครย่อย ก็เรียกเสียงฮาจากผู้ชมได้ตลอด ไหวพริบปฏิภาณก็เป็นเลิศ


จำนวนผู้ตอบ 2209 | จำนวนผู้อ่าน 13925
  รักสามเส้า-รักสามเศร้า!!!

29 ธันวาคม 2553
เหตุที่เกิดขึ้นนั้น นำความเสื่อมเสียมาสู่องค์กรสำคัญ มีชื่อเสียงของโลก และเป็นต้นสังกัดของหญิงคู่กรณี สืบนื่องมาจากปัญหาความหึงหวงของลิซ่า โนแวค ที่มีต่อ บิล โอเฟไลน์ (Bill Oefelein) นักบินของกระสวยดิสคัฟเวอรีคนกลาง ซึ่งชายเจ้าเสน่ห์คนนี้ มีรักซ้อนซ่อนรัก อยู่กับหญิงพร้อมๆกันสองคนในเวลาเดียวกัน แต่วิชามีคู่รักหรือเมียทีละสองคน หรือหลายคนของอีตาคนนี้ยังไม่ถึงขั้น เรื่องอื้อฉาวแบบนี้ จึงเกิดขึ้น! ความรักทำให้ตาบอด จนเป็นเหตุให้โนแวค ขับรถจากที่ทำการนาซาที่ฮุสตัน รัฐเท็กซัส จนถึงเมืองออร์ลันโด ฟลอริดา ระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร ด้วยเวลา 12 ชั่วโมงโดยไม่มีการหยุดพัก เพื่อจัดการกับชิปแมน จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมาหยกๆ นี้เอง ‘ลมเพชรหึง’ หรือลมพายุใหญ่ ที่ตำราบอกว่าพัดดอกว่านหลุด ดูจะสู้มหาวาตะที่ก่อตัวจากความ ‘หึงจัด’ ของหญิงที่ถูกแย่งรักนั้นไม่ได้ เพราะดูช่างทรงพลังมหาศาลเสียเหลือเกิน แสดงให้เห็นว่าสามารถพัดพรวดเดียว ได้ระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร เหนือจรดใต้เมืองไทยเลยทีเดียว โดยไม่ต้องหยุดเข้าห้องน้ำห้องท่าเสียด้วยซ้ำไป ท่านผู้อ่านที่เป็นชาย อย่าได้ประมาทเชียว... นี่เตือนกัน...อย่างคนมีประสบการณ์ นะจ๊ะ!...555


จำนวนผู้ตอบ 11 | จำนวนผู้อ่าน 9869
  โฮ...โฮ...โฮ! Merry Christmas!!

21 ธันวาคม 2553
ใครจะทราบบ้างว่า เดิมทีชายชราผู้ที่เราเรียกขานกันว่า “ซานตาคลอส” นั้น ไม่ได้มีรูปลักษณ์อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้ เรียกว่าตรงกันข้ามเลยทีเดียว แถมชื่อของท่านก็ยังไม่ใช่ “ซานตาคลอส” เสียอีกด้วย ตัวจริงของท่านเป็นบาทหลวงชาวกรีก ชื่อ Nicholas ซึ่งเป็นชื่อมาจากรากศัพท์ภาษาบ้านเกิดของท่านคือคำว่า nike แบบเดียวกับรองเท้ากีฬา ไนกี้ คำๆนี้แปลออกมาดีเหลือเกินคือ “ชัยชนะ” ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่า Saint Nick ท่านมีชีวิตในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 4 เป็นผู้ที่มีความเมตตากรุณาอย่างยิ่ง ชอบช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์และเด็กๆ เมื่อท่านอำลาโลกนี้ไปแล้ว ได้รับการสถาปนาให้เป็นนักบุญในศาสนาคริสต์ โดยเรียกขานกันเต็มๆ ว่า “นักบุญนิโคลาส แห่งไมร่า” (Saint Nicholas of Myra) เพราะท่านมีตำแหน่งเป็น “บิชอบ” แห่งเมืองไมร่า ซึ่งเป็นเมืองท่าในแถบเอเชียไมเนอร์ ชาวกรีกและรัสเซียยกย่องท่านเป็น ‘นักบุญประจำชาติ’ นอกจากนั้น ยังเชื่อกันว่า Saint Nick เป็นนักบุญที่คอยคุ้มครองเด็กๆ เจ้าสาว คนเดินทาง พ่อค้า


จำนวนผู้ตอบ 30 | จำนวนผู้อ่าน 8573
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER