หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
  ผมรัก ‘คริสต์มาส’

21 ธันวาคม 2552
...จิตใจของพี่น้องประชาชนชาวไทยที่ถูกฝึกมาดี ด้วยอิทธิพลของพระพุทธศาสนา ยามใดที่มีภัยพิบัติ ไม่ว่าจะเป็น มหาภัยสึนามิ ที่มาถล่มจังหวัดทางใต้ของเราเมื่อที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ หนึ่งวันหลังจากคริสต์มาส ทำให้ชาติของเราต้องประสพความเสียหายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ผมได้กล่าวเอาใน กาแฟขม...ขนมหวาน ตอน “ในหลวงทรงไม่ปล่อยให้คนไทย Walk alone” (มุมมองจากเพลง You’ll Never Walk alone ของทีมลิเวอร์พูล) และได้เขียนเอาไว้ตอนหนึ่งว่า ....เมื่อคราวคลื่นยักษ์ Tsunami ถล่มจังหวัดท่องเทียวภาคใต้ของเรา คนไทยได้ทำให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถืงน้ำใจ ที่เรามีต่อเพื่อนร่วมชาติและชาวต่างชาติที่มาร่วมชะตากรรมเดียวกัน ความช่วยเหลือที่หลั่งไหลไปอย่างรวดเร็ว น่าทึ่ง ชนิดที่ชาติใหญ่ยังต้องหันกลับมามองด้วยความทึ่งว่า “เอ๊ะ...คนไทยทำได้อย่างไรกัน ! ?”ด้วยความร่วมมือร่วมใจ ทำให้เราระดมความช่วยเหลือผู้คนได้อย่างรวดเร็ว จนปรากฏเป็นที่อัศจรรย์ต่อสายตาชาวโลก ที่มองดูคนในชาติของเราด้วยความทึ่ง ที่สามารถให้ความช่วยเหลือให้กับผู้ประสพภัยอย่างฉับพลันทันที


จำนวนผู้ตอบ 21 | จำนวนผู้อ่าน 10044
  “เมื่อลมฝนบนฟ้ามาแล้ว ร่มโพธิ์แก้วจะพาพฤกษาสดใส”

30 พฤศจิกายน 2552
...แม้ว่าบ้านเมืองของเราในปัจจุบันนี้ ยังไม่ปกติสุขดีมาเป็นเวลานานพอสมควร นับแต่มีการยึดอำนาจอย่างไม่ชอบธรรม ซึ่งเป็นการกระทำที่การละเมิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างร้ายแรง คณะผู้ยึดอำนาจที่รู้จักกันในชื่อ ค.ม.ช. บัดนี้ต่างกลายเป็นผู้ร่ำรวยมั่งคั่ง จนผู้คนเรียกว่า “คณะมั่งมีแห่งชาติ” กลุ่มคนพวกนี้ ได้นำความเสื่อมโทรมมาให้ประเทศไทยที่รักของเราอย่างใหญ่หลวง แต่ถึงกระนั้น... ผมยังเชื่อมั่นและศรัทธา ในพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า ยามใดมีวิกฤติขึ้นในชาติของเรา พระบารมีของพระองค์นำผองไทยทั้งชาติพ้นวิกฤติได้เสมอ ใช่แต่ผมคิดอย่างนี้คนเดียวเสียเมื่อไหร่กัน แม้แต่คนต่างชาติต่างภาษาเขาก็คิดอย่างผม จะยกให้ท่านผู้อ่านดูนิตยสารรีดเดอร์ไดเจสต์ เมื่อ ๓๕ ปีที่ผ่านมาคือปี พ.ศ.๒๕๑๗ เดือนกันยายน นายแอนโธนี เอ็ม ปอล ได้เขียนบทความ ชื่อ Mr.The Greatest ซึ่งเป็นบทความที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึง ๕ หน้าเต็ม โดยผู้เขียนได้เล่าเรื่องเหตุการณ์เดือนตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งเขาได้แสดงความทึ่งในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา และยังได้บันทึกคำพูดของเอกอัครราชทูตคนหนึ่งกล่าวเอาไว้ว่า


จำนวนผู้ตอบ 43 | จำนวนผู้อ่าน 26185
  จดหมายนักบินเอื้ออาทร

11 พฤศจิกายน 2552
...ผมเพิ่งทราบวันนั้นเองอีกเหมือนกันว่า บริการิณีบนเครื่องบินนั้น เขาเรียกว่า “แอร์โฮสเตส” เห็นเธอเหล่านั้นรูปร่างระหง เดินเหินกระฉับกระเฉง ยิ้มแย้มแจ่มใส สวยๆทุกคน แต่ผู้ที่ผมถูกใจมากที่สุด เธอรวบผมเกล้าเป็นมวยเอาไว้หลวมๆ เปิดให้เห็นต้นคอขาวสวยเรียวยาว (เหมือนคอสาวญี่ปุ่นนางเอกเรื่อง “ซาโยนาระ” ที่ชื่อ “มิอิโก ทากะ”) แต่มีลูกผมเคลียตรงบริเวณท้ายทอย มองด้านหลังเส้นผมของเธอไหวน้อยๆดูเป็นภาพที่งดงามน่าประทับใจไม่มีวันลืมได้ลง เพราะได้จัดพิมพ์ลงไปในสมุดบันทึกหัวใจของผมเรียบร้อยไปแล้ว ตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้เห็น! เวลาเธอเดินเอาน้ำเอาข้าวมาบริการ รู้สึกว่าใจผมเต้นสั่นระรัวริกๆ คงจะเป็นเพราะขณะที่เธอโน้มตัวและหน้าเข้ามาจนใกล้เพื่อวางถาดอาหาร ผมได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆระรวยมารินๆ แม้เธอจะเดินคล้อยหลังไปแล้ว ผมก็ยังสูดดมกลิ่นหอมนี้เอาไว้เต็มปอด และค่อยๆผ่อนออกทีละน้อย ละน้อย ด้วยความเสียดายอย่างยิ่ง เลยมีความตั้งใจเพิ่มขึ้นไปอีกหนึ่งอย่างว่า หากเป็นนักบินแล้ว ผมต้องมีแฟนเป็นแอร์โอสเตส จะไม่ยอมชายตามองสาวๆ อาชีพอื่นเป็นอันขาด!


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 9715
  ขออนุญาตเมีย มาหรือยัง...จ๊ะ !?

20 ตุลาคม 2552
คำว่า “เพลงลูกทุ่ง” นั้น มามีเอาตอนที่มีโทรทัศน์กันแล้ว คุณจำนง รังสิกุล ผู้บุกเบิกกิจการโทรทัศน์ประเทศไทย เป็นคนแรกที่ใช้คำนี้ คุณจำนง รังสิกุล เป็นผู้จุดประกายชีวิตให้กับวงการโทรทัศน์ไทยโดยแท้ และถือกันว่า เป็นปูชนียบุคคลคนสำคัญของวงการนี้ ท่านเป็นผู้สร้างสรรค์รายการดีๆทางโทรทัศน์ ซึ่งเพิ่งถือกำเนิดมาในบ้านเราไม่นานในตอนนั้น เพราะนอกจากเป็นผู้บริหารของสถานีวิทยุไทยโทรทัศน์ ช่อง ๔ บางขุนพรหมแล้ว อีกบทบาทหนึ่งของคุณจำนงก็คือ การทำงานในฐานะนักจัดรายการเพลง ท่านเป็นคนมีดนตรีในหัวใจ และคำว่า “พิธีกร” กับคำว่า “เพลงลูกทุ่ง” นั้น คุณจำนง รังสิกุล เป็นผู้ประดิษฐ์คิดคำนี้ขึ้นมา ให้พวกเราได้ใช้กัน แต่คนในแวดวงลูกทุ่งเอง น้อยคนนักที่จะรู้ในเรื่องที่มาที่ไปของคำประจำวงการ ที่ตัวเองสัมผัสและใช้ชีวิตอยู่ และคุณจำนงนี่แหละครับ ที่จัดรายการชื่อ “ลูกทุ่งกรุงไทย” เอาดาราทีวีหญิงชายในยุคนัน มาร้องเพลงลูกทุ่ง จนหูชาวบ้านเริ่มคุ้นกับเพลงประเภทนี้


จำนวนผู้ตอบ 10 | จำนวนผู้อ่าน 9108
  “กูหึงนะโว้ย!”

30 กันยายน 2552
ลองดูความโกรธและหึงหวงของนางวันทองเสียบ้าง นอกจากจะโกรธและหึงที่สามีดันพาเมียน้อยมาถึงบ้านเหมือนเย้ยกัน ยิ่งเธอเห็นขุนแผนเข้าข้างนางลาวทองเมียน้อยจนเกินเหตุซ้ำเติมเข้าไปอีกด้วยแล้ว แม่วันทองจึงพูดจาว่ากล่าว อย่างดุเดือดเลือดพล่าน ลองฟังดูครับ *ว่าพลางโจนขึ้นบนสะพาน จะตักน้ำล้างบ้านเอาตีนสี สิ่งไรมิให้เป็นราคี น้ำท่ามีอยู่จะถูเช็ด ทั้งน้ำมันกระจกกระแจะแป้ง จะทิ้งไว้ให้แห้งเป็นสะเก็ด ให้สิ้นวายหายชาติของคนเท็จ จะขุดเวจฟื้นดินให้สิ้นรอย ขาดเด็ดเสร็จกันในวันนี้ ไม่มีอาลัยเท่าปลายก้อย ถึงพระอินทร์ลงมาว่าก็อย่าคอย ที่วันทองนั้นจะถอยมาคืนดี นางวันทองโกรธจัดร้องบอกว่า ขุนแผนไปจากบ้านแล้วจะเอาน้ำล้างเรือนให้เกลี้ยง โดยจะไม่ยอมจับผ้าขี้ริ้วให้เป็นราคีมือ แม่จะใช้ ‘ส้นตีน’ ถูเรือน ให้มันหายช้ำใจ...ใครจะทำไม!? เครื่องสำอางหอมทั้งหลายที่พ่อพระเอกเคยใช้ จะทิ้งเอาไว้ให้มันแห้งเกรอะกรังคากระปุกอยู่อย่างนั้นแหละ ให้สิ้นชาติสิ้นเชื้อ สำหรับคนโกหกมดเท็จที่นอกใจอย่างนี้กันเสียที! ยิ่งไปกว่านั้น คนไทยโบราณซึ่งไม่นิยมเอาส้วม หรือ ‘เวจ’ มาไว้ในตัวบ้าน ส่วนมากมักตั้งอยู่ด้านหลัง ไกลออกไปจากเรือนที่อยู่อาศัย หากยังอยู่ในบริเวณที่ดินของบ้าน นางเอกที่หัวใจสลายเพราะผัวรักอย่างวันทอง ยังระบายออกมาด้วยความคั่งแค้นว่า “จะขุดเวจฟื้นดินให้สิ้นรอย”


จำนวนผู้ตอบ 7 | จำนวนผู้อ่าน 9263
  “โอ้แม่ฝรั่งข้างรั้ว แม่จะสุกคาขั้วคอยใคร!”

15 กันยายน 2552
คนรวยเพื่อนอย่าง ครูใหญ่ นภายน ได้เล่าให้ผู้ชมวันนั้นฟังว่า ก่อนสงครามโลกครั้งที่สองนั้นวงดนตรีที่เล่นก่อนยุคดนตรี แจ๊สเข้ามามีอิทธิพล ก็จะเป็นวงดนตรีที่เราเรียกกันว่า String Band แต่เนื่องจากนักดนตรีเป็นชาวมาเลย์ส่วนใหญ่ จึงเรียกกันว่า Malaysian String Band ซึ่งเครื่องดนตรีที่ใช้เป็นเครื่องสายทั้งหมด เช่นกีตาร์ ไวโอลิน แบนโจ ยุคคาเรลลี่ เป็นต้น วงดนตรีลักษณะนี้มาเลเซียยังมีอยู่มาก ในสี่จังหวัดภาคใต้ก็มี ครูใหญ่ นภายน ท่านได้ให้คุณ เพชร พนมรุ้ง ราชาเพลงโห่ของเมืองไทย เล่นเพลงเปิดรายการด้วยดนตรีลักษณะ Malaysian String Band โดยมีผู้เล่นและร้องเพียงสามคนด้วยเพลงประวัติศาสตร์คือเพลง “วันหยุดงาน” “ไร้คู่” และเพลงไทยที่เอาทำนองมาจากมาเลย์ชื่อเพลง “ลำดวนดง” ผมขออธิบายสักนิดว่า “เพลงโห่”นั้น เอาอย่างมาจากเพลง yodel ของพวกคนเลี้ยงแกะตามภูเขาในในยุโรป ต่อมา yodel ก็ตามพวกอพยพเข้าไปในสหรัฐ และไปแพร่หลายปะปนกับเพลงคันทรี่ของชาวใต้ของสหรัฐ เ ราจึงได้ยินเพลงคันทรี่หลายเพลง มีการโห่ปะปนอยู่ด้วย ต้นแบบการโห่เร้าใจก็ Jimmie Rodgers ที่มีชื่อเสียงตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ เพลงโห่นี้คนโห่ต้องมีเสียงสูง ถึงจะโห่ โฮรีเร ฮี้ เร โฮ ฮี้ เร ฮี้ยย ฮี้ยย ได้เอร็ดอร่อยสนุกนัก


จำนวนผู้ตอบ 10 | จำนวนผู้อ่าน 9168
  “ถึงเขาแก่แล้วฉันก็จะรัก...ใครจะทำไม!?”

03 กันยายน 2552
ชนบางเผ่านั้น คนแก่จะสมัครใจตายดีกว่าเป็นภาระของลูกหลาน และถือกันเป็นประเพณีเสียด้วย เช่น คนชราชาวเอสกีโมสมัยก่อนนั้น เมื่ออายุมากเรี่ยวแรงถดถอยลง พอถึงฤดูหนาวก็จะให้ลูกหลานจับใส่เลื่อนหิมะ แล้วผู้ชราคนนั้นก็จะไถเลื่อนไปเอง เพื่อพบกับความตายในฤดูหนาวอันเยือกเย็น ซึ่งเป็นไปด้วยใจสมัคร เพราะไม่ต้องเป็นภาระลูกหลาน คนป่าแอฟริกาบางเผ่า ลูกหลานจะออกไปหาอาหารแต่ละครั้งเป็นแรมเดือน ทิ้งพ่อแม่ที่แก่เฒ่าอยู่เบื้องหลัง เมื่อพวกเขากลับมาถึงที่ตั้งเผ่า เพื่อนำอาหารเช่นเนื้อสัตว์ กลับมาเป็นเสบียงให้พ่อแม่ ก่อนที่จะออกเดินทางรอนแรมตามฝูงสัตว์ไป หากเขาเห็นพ่อแม่แก่มาก ก็จะให้ผู้บังเกิดเกล้าปีนต้นไม้สูง เมื่อพ่อแม่ปีนไปสุดยอดไม้แล้ว พวกคนในเผ่าจะช่วยกันเขย่าและโยกลำต้นอย่างรุนแรง ตัวพ่อแม่ต้องจับโอบลำต้นให้มั่น ถ้าพลัดตกลงมาก็ตาย แสดงว่าพ่อแม่อ่อนแอจะอยู่คอยลูกหลานอีกฤดูกาลไม่ไหว ดังนั้นลูกหลานที่ออกไปติดตามฝูงสัตว์เพื่อล่าเป็นอาหาร จะได้ไม่ต้องเป็นห่วง ด้วยเห็นพ่อแม่ตกจากต้นไม้ ตายไปต่อหน้าต่อตาไปแล้ว หากผู้เฒ่าท่านเกาะต้นไม้แน่นเหนียว เขย่าแล้ว โขยกอีกก็ไม่ตก พ่อแม่จะปีนลงมาจากต้นไม้อยู่ต่อไปได้ เพราะแสดงว่าพ่อแก่แม่เฒ่าผู้นั้น ยังแข็งแรงดีอยู่ ลูกหลานไม่ต้องห่วง พวกเขาสามารถออกล่าสัตว์ต่อไป โดยไม่ต้องพะวักหน้าพะวงหลังแต่อย่างใด ฟังแล้ว...น่ากลัวอยู่เหมือนกันนะ !


จำนวนผู้ตอบ 19 | จำนวนผู้อ่าน 10368
  ‘เมียเช่า’-‘เมียฝรั่ง’…มองกันอีกมุม!

18 สิงหาคม 2552
ผู้หญิงที่ถูกเรียกว่า “เมียฝรั่ง” ในยุคใหม่นั้น ผมว่าน่ายกย่องที่เธอส่งเงินกลับมาเลี้ยงดูครอบครัว ให้ได้อยู่เป็นสุขสบาย มีจำนวนไม่น้อยต้องเลี้ยงลูกที่เกิดจากสามีเก่า ที่หายหน้าหายตาไปหรือไม่ส่งเสียเลี้ยงดู ความดีของฝรั่งนี่มีอยู่อย่างหนึ่ง คือไม่รังเกียจคนเป็นม่าย คงจะใช้ตำราที่เรียกว่า “แม่ม่ายลูกติด เป็นสิทธิ์ของเรา” ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ และที่ผิดกันคนไทยมากก็คือ หลังแต่งงานแล้ว ฝรั่งเกือบทั้งหมดจะอยู่กับผู้หญิงเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้มีเมียน้อยเป็นโขลงเหมือนนักการเมืองที่เราเห็นจนชิน ในเรื่องของเพศสัมพันธ์ ฝรั่งจะถามภริยาว่า มีความพร้อมไหม ถ้าภริยาปวดหัวปวดหูเขาก็หยุดไว้แค่นั้น ต้องฝ่ายหญิงพร้อมจริงเสียก่อนจึงจะทำรักกัน เรียกว่าส่วนใหญ่แล้วมีความเคารพในร่างกายของคู่ครองจริงๆ นี่พูดถึงฝรั่งปกติ ที่ไม่ได้วิปริต นะครับ!


จำนวนผู้ตอบ 85 | จำนวนผู้อ่าน 20920
  แบงก์เก๊! (ใบละ ๑๑ บาท)

04 สิงหาคม 2552
ธนบัตรหรือแบงก์บางใบที่พิมพ์จากธนาคารชาติ อาจมี ข้อบกพร่องเช่น เลขไม่ตรง พิมพ์เลอะเลือน ธนบัตรพวกนี้ใช้ได้ตามกฎหมาย แต่คนไม่กล้ารับคิดว่าเป็นแบงก์เก๊ ธนบัตรพวก นี้หากท่านได้รับชอบให้เอาไปให้ธนาคาร หากทางธนาคารดูแล้วบอกว่าเป็นแบงก์จริงก็จงเก็บไว้ ในวงการนักสะสม เขาเรียกธนบัตรชิดนี้ว่า "แบงก์การ์ตูน" บ้าง “แบงก์แฟนซี” บ้าง หากพลัดเข้ามาถึงมือท่านผู้อ่าน นั่นหมายความว่ามีลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลใบย่อย ๆ หลงเข้ามาทีเดียว ซึ่งมีค่าเป็นหลักหลายพัน บางใบเป็นหมื่นเอาเลยทีเดียว อย่าทิ้ง...เชียวนะครับ! แต่หากไปเจอ “แบงก์กงเต็ก” ที่คนจีนเขาเผาส่งไปให้บรรพบุรุษก็ทิ้งไปเถอะครับ ไม่มีใครว่าอะไร นอกจากจะคิดเก็บสะสมแบบงานศิลป์ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 8810
  “ชอบคน...นมโต!”

22 กรกฎาคม 2552
ในสังคมเกษตรกรรมนั้น โดยเฉพาะชาวนา หากอยู่กันสองคนผัวเมียเวลามีลูกจะลำบากเหลือกำลัง เพราะผัวไปทำนาคนเดียวซึ่งเป็นงานหนักมาก เวลาเมียมีลูกเล็ก ๆ นั้นนอกจากทำงานบ้านหนักต้องตักน้ำ ตำข้าว หุงหาอาหารแล้ว ยังต้องเลี้ยงดูลูกอีก ตอนเช้าเวลาผัวออกไปทำนาตั้งแต่ตี่สี่ พอสายสิบโมงก็ต้องเอาข้าวไปส่ง บ้านเรือนไทยจึงต้องทำ กระไดขึ้นบ้านแบบชักได้ไว้ และก่อนออกจากบ้านก็ผูกลูกไว้กับเสา ไม่ให้ลูกคลานไปตกบ้าน หรือเป็นเด็กที่ไม่ผูก ก็ต้องชักบันไดขึ้น เพื่อ ไม่ให้ลงไปเล่น เดี๋ยวตกน้ำท่าตายไปพ่อแม่ไม่รู้ ฉะนั้น ในสังคมชาวนา หากได้สาวที่มีพ่อตาแม่ยายดี คือพ่อตาช่วยเลี้ยงควายให้ ส่วนแม่ยายก็ดูลูกให้ อย่างนี้ถือว่าฝ่ายชายนั้นทำบุญไว้มากในชาติที่แล้ว ที่นอกจากหาเมียได้เก่งแล้ว ยังหาพ่อตาแม่ยายได้ดีอีกด้วย คือมีพ่อตาแม่ยายรักลูกเขยและลูกส่วนของตัว สองคนผัวเมียก็จะแฮปปี้เวรี่มัช เลยทีเดียว เพื่อนเขาฟังแล้วพยักหน้าหงึกหงัก ทำท่าใคร่ครวญ ถอนหายใจแล้วพูดอย่างท้อแท้ว่า "สงสัยจะหายาก !" พูดถึงเรื่องหาเมียให้ลูกแล้ว ทำนึกถึงนิทานของพ่อและเคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังแล้วบางเรื่อง เป็นที่ชอบกันมาก


จำนวนผู้ตอบ 9 | จำนวนผู้อ่าน 9670
  “รักรอ-รอรัก!”

10 กรกฎาคม 2552
ตอนที่มีข่าวจากทางการแพทย์แผนไทยว่า เม็ดบัวนั้นมีสรรพคุณเทียบเท่ายา “ไวอะกร้า” ของฝรั่งที่ราคาสูง มีคุณวิเศษในการเสริมพลังทางเพศให้กับท่านชาย ที่พละกำลังลดน้อยถดถอยไป เนื่องจากมีอายุมากขึ้น ทำให้ผมรู้สึกดีเอามากๆ เพราะเชื่อแน่ว่า ผลจากการกินเม็ดบัว รากบัวต้ม แกงสายบัวต้มปลาทู มายาวนาน ภายในร่างกายของผมคงต้องมีแร่ธาตุที่มีสรรพคุณ จนอาจเทียบเท่ากับไวอะกร้า เพราะได้จากการบริโภคเม็ดบัวสะสมเป็นเวลายาวนานเอาไว้เพียบ แต่อย่างไรก็ยังคงวางใจไม่ได้ ผมยังยืนหยัดที่จะต้องบริโภคเม็ดบัว และส่วนต่างๆของบัวต่อไปอย่างสม่ำเสมอ เพราะคงจะไม่วางใจที่จะปล่อยให้สสารสำคัญที่มีประโยชน์ หดหายไปเป็นอันขาด การที่เรารักษาสุขภาพไว้ให้ดีนั้น บางทีอาจเป็นการยืดเวลาสำหรับการ “รอ” เพื่อให้ท่านผู้อ่านได้พบกับคนที่หวังจะได้พบ หรือเคยพบแล้ว ก็อยากเจออีกสักครั้ง หรืออาจเป็นใครคนหนึ่งที่เคยนั่งอยู่ในหัวใจของท่านก็ได้ เมื่อยังไม่ได้พบใครคนนั้น อย่างน้อยท่านอาจมีเวลาเหลือเฟือสำหรับการนั่งคิดถึงความหลัง ที่เคยหวานจนหยด ช่วยทำให้ชีวิตวัยทองของท่าน มีสีแสงแข่งประกายระยิบระยับ มองให้เห็นเป็นกำลังใจ อยู่ที่ปลายขอบฟ้า ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น


จำนวนผู้ตอบ 16 | จำนวนผู้อ่าน 8667
  “ความทรงจำแสนร้าย ของชายอัลไซเมอร์!?”

24 มิถุนายน 2552
“เมื่อวานนี้อ่านโน้ตบุคของหนูให้คุณอาฟังแล้วว่า ตั้งแต่พระเอกเรียนหนังสือจบออกมาเป็นนายตำรวจแล้วไปรับราชการ จนได้แต่งงานจนหย่ากับภริยาแล้ว ไปรับราชการต่างจังหวัด ก่อนเกษียณจากราชการเล็กน้อยเจอกับสาวสวยย...ยยยยย...” ลากยาวตรงคำว่า ‘สวย’ อย่างจงใจชัดเจน พร้อมกับยิ้มอย่างสดชื่น ก่อนที่จะพูดต่อไปว่า “นายตำรวจคนนั้นได้จีบสาวคนสวยที่สุดในจังหวัด จนไปเที่ยวด้วยกันและในที่สุดได้รักกัน แม้อายุของเราทังสองจะแตกต่างกันหลายสิบปี แต่เขาทำให้เธอมีความสุขอย่างเหลือล้น จนใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันมาสามปีแล้ว อนิจจามาถึงวันนี้เขากลับป่วยเพราะความจำเสื่อม จำไม่ได้แม้แต่สาวสวยที่เขาเคยบอกว่ารัก รัก รักเท่าฟ้า.....”


จำนวนผู้ตอบ 24 | จำนวนผู้อ่าน 9836
  จดหมาย...หมา หมา!

05 มิถุนายน 2552
เช้าวันนี้....จิบกาแฟขมแล้วให้ระลึกถึงความหลัง ครั้งยังทำงานอยู่ในกรมตำรวจ ตอนเช้าบางวันอยากทานข้าวต้ม ก็เดินไปที่โรงอาหารในบริเวณกรม มีกับข้าวมากมายหลายอย่าง ให้เลือกรับประทาน ร้านข้าวต้มกับในกรมตำรวจซึ่งมีอยู่ร้านเดียว มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของผู้คนในเรื่องรสชาติที่อร่อย ถูกปาก และที่สำคัญราคาถูก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐก็เคยเขียนถึง เพราะเช้า กลางวัน และเย็น นักข่าวในกรมก็พากันมานั่งกินข้าวคุยกันเสมอ มีเพื่อนของผมอยู่คนหนึ่งเป็นนายตำรวจสันติบาล เขาสั่งน้ำข้าว ที่ร้านข้าวต้มมากินทุกเช้า โดยเรียกน้ำข้าวว่าเป็น “กาแฟหมา” ซึ่งเป็นศัพท์ของคนไทยยุคสงครามนั่นเลยทีเดียว ปัจจุบันเราหุงข้าวไม่เช็ดน้ำ เพราะหุงด้วยหม้อไฟฟ้า เราจึงไม่มีน้ำข้าวไปเลี้ยงหมา เหมือนสมัยก่อ


จำนวนผู้ตอบ 7 | จำนวนผู้อ่าน 8775
  “ฟังเพลงแต่งงานเพราะๆแล้ว อยากแต่งอีกครั้งไหม !?”

19 พฤษภาคม 2552
พลงไทยเดิมที่นักดนตรีไทยใช้บรรเลงในงานแต่งงานปัจจุบันนั้น มีชื่อเรียกรวมๆอย่างน่ารักว่า “เพลงกล่อมหอ” ซึ่ง เรามักจะได้ยินเขาเล่นเป็นชุดด้วยกันคือ “ตับสามลาว” ประกอบด้วย ลาวคำหอม ลาวดำเนินทราย ลาวดวงเดือน และ “ตับวิวาห์พระสมุทร” ซึ่งมี คลื่นกระทบฝั่ง บังใบ แขกสาหร่าย ฟังแล้งก็ยังอดสงสัยไม่ได้ว่า เพลงแต่งงานในสมัยโบราณของไทยเรามีบ้างหรือไม่ จึงต้องสอบถามท่านอาจารย์ ปรีดี พิศภูมิวิถี ท่านได้กรุณาตอบมา ว่า เพลงแต่งงานของคนไทยสมัยอยุธยา หรือต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีเพลงอะไรที่ใช้เล่นประจำ


จำนวนผู้ตอบ 4 | จำนวนผู้อ่าน 9974
  “วันฉัตรมงคล”...ขอบารมีพระเรื้องอยู่เบื้องบน!

04 พฤษภาคม 2552
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ นอกจากมีพระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกร ชาวไทยเราเป็นล้นพ้นแล้ว ยังทรงมีความห่วงใย และทรงจดจำเอาพระราชหฤทัยใส่ ไต่ถามถึงในเรื่อง ซึ่งแม้ดูว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่นเรื่องต้นตาลของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เรื่องผึ้งหลวงที่พระภิกษุท่านกราบบังคมทูลว่ามาคอยท่ารับเสด็จอยู่ นี่เป็นสิ่งพิสูจน์ถึงน้ำพระราชหฤทัย ที่ทรงเอาใจใส่ในไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินในทุกๆเรื่อง นับว่าเป็นโชคดีของชาวไทยเรา ที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ


จำนวนผู้ตอบ 7 | จำนวนผู้อ่าน 9270
  บทรำพึงถึงวัยหวาน...วันสงกรานต์

12 เมษายน 2552
สองเราต่างหัวเราะถึงความไร้เดียงสา ที่มีต่อกันในวัยเยาว์ ซึ่งต่างคนต่างมีความสุข ที่ได้พูดถึง คงเหมือนกับเพลงที่ว่าไว้ในท่อนสุดท้าย ที่ว่า ....But April love can slip right through your finger... ใช่แล้ว ความรักในวัยเด็กที่เกิดเมื่อเดือนเมษายน ได้หลุดลอดช่องนิ้วเลือนหายไป ไม่หวนคืนกลับมา ให้เราได้ชื่นชมอีกแล้ว แต่เมื่อเมษายนเวียนมาถึงคราใด ความรักความหลังเมื่อครั้งกระนั้น ก็แว๊บวับกลับมาโผล่ในจิตใจอีก ถึงจะมาปีละครั้งก็ยังดี และเป็นสุขใจ เมื่อได้คิดถึง ทำให้หายคลายร้อนลงไปได้บ้าง


จำนวนผู้ตอบ 15 | จำนวนผู้อ่าน 8761
  “โถ!..แก่จนแม่เป็นห่วง (โอ้แม่ ‘คานทอง’...เจ้าเอ๋ย!!)”

08 มีนาคม 2552
เช้าวันนี้....จิบกาแฟขมแล้วอ่านหนังสือพิมพ์ ดูคอลัมน์ทำนายโชคชะตาราศีประจำวัน ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก เพราะวันไหนเขาทำนายดีก็รู้สึกว่าดีใจ แต่หากหมอทายออกทะเลว่ามีแต่โชคร้ายทั้งวัน หากไม่จำเป็นก็ดี จะได้ไม่ต้องออกจากบ้านไปให้เสียน้ำมันยุคที่ราคาแพงอย่างนี้ หรือหากว่าเขาทายว่ามีเคราะห์ร้ายมาเยือนแน่ จะได้คลุมโปงนอนอยู่บ้านเสียเลยรู้แล้วรู้รอด เป็นการหลบดวงไป เมื่ออาทิตย์กว่ามานี้ ผมอ่านหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก พลิกดูโชคชะตาราศีของตัวเอง ในคอลัมน์ ‘ดูดวง’ ของหมอไพศาล ราศีสิงห์ เกิดระหว่าง ๑๗ ส.ค.-๑๖ ก.ย. ท่านว่าเอาไว้อย่างนี้ครับ ...จดหมายที่เขียนไปสมัครงาน คุณจะได้รับจดหมายเรียกตัวไปสัมภาษณ์ที่ดีใจมาก คุณไม่ควรไปงานศพ ถ้าไปควรติดใบทับทิมไปด้วย คุณจะได้รับอุบัติเหตุลื่นล้มบาดเจ็บ แต่คุณจะโชคดีได้หมอที่ชำนาญที่สุดรักษาให้ คุณจะมีโชคดีจากนายหน้า จากคนที่ขี้เหนียว ที่แก่จนแม่เป็นห่วง จะพบคนถูกใจแล้วล่ะ...


จำนวนผู้ตอบ 12 | จำนวนผู้อ่าน 9116
  “แม่ผัวลูกสะใภ้...ใครว่านิยายน้ำเน่า!?”

18 กุมภาพันธ์ 2552
เช้าวันนี้...จิบกาแฟขมแล้วต้องรีบออกกำลังยืดเส้นยืดสาย เพราะรู้สึกมีอาการตึงทั่วตัว เพราะเมื่อวานนี้ผมขับรถพาเพื่อนสนิทคนหนึ่งออกนอกกรุงเทพไป แต่ไปไม่ไกลนัก เพราะตอนนี้น้ำมูกน้ำมันแพง เลยไปหาอาหารอร่อยรับประทานกันแค่เมืองกรุงเก่า ตามประสาคนวัยทอง และนั่งคุยกันหลายชั่วโมงไปหน่อย เลยเกิดอาการเมื่อยขบบ้าง เพื่อนเล่าให้ผมฟังถึงปัญหาที่ไม่คิดว่าตัวเองจะได้รับ คือภริยาไม่ค่อยชอบหน้าลูกสะใภ้ ซึ่งอยู่ร่วมบ้านกันด้วยข้อกล่าวหาหลายอย่าง แต่ฟังดูไม่ร้ายแรง เช่น แต่งตัวไม่ถูกกาลเทศะ ไม่เอาใจใส่สามีคือลูกเพื่อนผมเท่าที่ควร รวมทั้งสั่งสอนลูกหรือหลานของเพื่อนผมไม่ดี แต่ฟังนานเข้าคล้ายๆภริยาของเขาค่อนข้างหมั่นไส้ หรือไม่ก็เหม็นหน้าลูกสะใภ้เอาการทีเดียว ผมถามว่า แล้วตัวเขาเองรู้สึกอย่างไร ? เจ้าตัวตอบว่า สำหรับเขาไม่ได้คิดอะไรมากนัก (ผู้ชายมักเป็นอย่างนี้) แต่ภริยาพูดกรอกหูทุกวันจนรำคาญ ผมถามต่อว่าแล้วคุณนายของเขาพูดกับลูกชายหรือยัง? ได้รับคำตอบว่ายัง รวมทั้งตัวเขาเองก็ไม่รู้จะพูดกับลูกชายอย่างไรดี


จำนวนผู้ตอบ 21 | จำนวนผู้อ่าน 12236
  “ทิ้งลูกทิ้งผัว..ออกมารำลอยหน้า !”

01 กุมภาพันธ์ 2552
เช้าวันนี้...จิบกาแฟขมแล้ว ต้องขอเล่าเรื่องที่ตั้งใจนำมาขยายให้ท่านได้รับฟังกัน เผื่อท่านที่อายุน้อยกว่าคนเขียน จะได้ทราบไว้เป็นเกร็ดเล่าต่อให้เพื่อนฝงฟังกัน เมื่อวานผมกลับบ้านเร็วได้มีโอกาสเห็น ที.วี. เขามีรายการลูกทุ่งดูเหมือนจะชื่อ ลูกทุ่ง บุบผาสวรรค์ มีนักร้องหญิงชื่อคุณ ฝน ธนสุนทร เสียงเธอดีมากจริงๆ เธอร้องเพลงอะไรผมไมรู้จัก่ แต่ทำนองเพลง นี้เป็นเพลง ม้าย่อง ที่พอดนตรีขึ้นต้นผู้คนก็คนรู้จักดี เขาขึ้นอย่างนี้ครับ "เตรง เตรง เตรง ตูเร้ง ตูเรง ตุเรง ตู๊เหร่ง เตรง ตูเร้ง ตุเรง ตูเรง ตู๊เรง ตูเรง ตู๊เรง" บรรดาหางเครื่องผู้หญิงหน้าตาดี รูปร่างไม่เลว สวมเสื้อกะโปรงติดกัน ศีรษะมีผ้า คลุม ทำคล้ายรูปหัวม้า เต้นเหยียดแขนพร้อมกัน ทำท่าม้าวิ่งควบเหยาะย่าง ดูแล้วน่ารักดี ทำให้ผม คิดถึง "รำวง" ขึ้นมาติดหมัด จึงทำให้มีเรื่องต้องมาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังในสัปดาห์นี้ ตอนที่ผมออกเป็นนายตำรวจเมื่อสี่สิบปีที่แล้ว เป็นยุคที่ รำวง แบบให้คนซื้อ บัตรขึ้นไปแล้วโค้งนางรำ ก็สามารถเต้นหรือรำกับนางรำได้กำลังเฟื่องฟู เป็นธุรกิจขนาดย่อม ๆ ทีเดียว


จำนวนผู้ตอบ 11 | จำนวนผู้อ่าน 9452
  “ให้ขึ้น ‘ปอแปด’ ไปเลย!!!”

13 มกราคม 2552
เช้าวันนี้... ผมมานั่งจิบกาแฟทานอาหารเช้าที่บางลำพู ที่ร้านอาหารของเกสต์เฮ้าส์ตรงข้ามตรอกไก่แจ้ ร้านอาหารตามเกสต์เฮ้าสท์นี่มีอยู่หลายเจ้าที่ฝีมือทำอาหารอร่อย เรียกว่ากุ๊กโรงแรมใหญ่ๆ ก็เถอะ ไม่ได้ทิ้งห่างกันเท่าไหร่หรอกน่า ร้านนี้เขา มีอาหารเช้าแบบพวกอิสราเอลให้ ซึ่งไม่มีเนื้อสัตว์ มีเบเกิลหรือโดนัทของชาวยิว ทำร้อนๆรสชาติดี เนื้อเป็นปุย แน่นหนั่น นุ่มนวล ให้รับประทาน นอกจากเบเกิลที่ร้านนี้แล้ว ผมชอบอาหารเช้าของเขาเพราะมีสลัด โยเกิร์ตโฮมเมดและน้ำผลไม้ที่อร่อย โดยเฉพาะน้ำกล้วยหอมปั่น เขาทำรสได้พอดี อุณหภูมิพอเหมาะถูกใจผม ซึ่งเป็นคนที่ทานน้ำผักผลไม้มานานหลายปีแล้ว ที่ชอบมากและต้องทานทุกเช้าขาดไม่ได้ก็คือ น้ำมะขามและน้ำใบบัวบก ของพวกนี้มีประโยชน์ น้ำมะขามเรารู้กันมานานว่าช่วยระบาย น้ำใบบัวบกนี่ว่ากันว่าเป็นยอดเยี่ยมที่สุดในเรื่องบำรุงประสาท


จำนวนผู้ตอบ 10 | จำนวนผู้อ่าน 8829
หน้าที่ 1 | 2 | 3 | 4 | 5
 
ในหลวงของเรา ได้เสด็จไปประทับที่ “บ้าน” หัวหิน ของพระองค์แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้ทรง “ฝากบ้าน (กรุงเทพฯ) ไว้กับตำรวจ… ..
…ได้อ่าน “บัญชีหนังหมา” ที่จารึกการโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง ของพรรคเก่าแก่ดักดานชื่อ... ..

รหัสสินค้า 9
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 180 บาท

นินทา-ประชาธิปัตย์ (ฝ่ายค้าน-ดักดาน)
ปฏิบัติการเขย่าต่อมฮาประชาชนอีกครั้ง ยกโขยง เปิดโปงสันดานดักของแก๊งการเมืองเก่ากะโหลก ที่ผู้คนส่วนใหญ่เห็นว่า พวกเขานั่นแหละ...เป็นปัญหา "ดักดาน" ของ ..

รหัสสินค้า 6
ผู้แต่ง วาทตะวัน สุพรรณเภษัช
ราคา 150 บาท

เหี้ยส่องกระจก
จาก รัดทำมะนวย ฉบับเขย่าอารมณ์ผู้คนในบ้านเมืองให้แตกซ่าน ตามติดด้อยวรรณกรรมต่อเนื่อง คือ เหี้ยส่องกระจก ถึงจุดจบรัดทำมะนวย ผู้เขียนคนเดียวกัน ..


 
COPYRIGHT 2008 BY VATTAVAN . ALL RIGHT RESERVED . BEST VIEW WITH IE 7 OR FIREFOX BROWER